แหล่งท่องเที่ยวอาถรรพ์ชวนขนหัวลุก ที่อุทยานกลางแจ้งหุ่นปั้นฝังวิญญาณ ในสำนักสงฆ์ร้างอาจารย์ซ่วน เกจิชื่อดังในตำนานเมื่อกว่า 30 ปีก่อน
หลังจากถูกปล่อยร้างมานาน 24 ปีเต็ม จนกลายเป็นผืนป่าอึมครึมอันน่าสะพรึงกลัว ขณะชาวบ้านนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แห่เข้ามาขอโชคลาภ แสวงหาเลขเด็ดช่วงก่อนวันหวยออก

วัดท่าลาดใต้ ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ถือเป็นหนึ่งในเครื่องรางของขลังที่เลื่องชื่อในวงการพระเครื่อง สำหรับสุดยอดปลัดขิกต้องยกให้ หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ จ.ชลบุรี ที่เชื่อและกล่าวขานกันจากปากต่อปากว่า “ของแท้ที่หลวงพ่อปลุกเสก ลงคาถาอาคมไว้นั้น เมื่อปล่อยลงน้ำแล้วท่องคาถาที่หลวงพ่อให้ไว้ก็จะว่ายน้ำได้เอง” วัดท่าลาดใต้ ตั้งอยู่ที่บ้านท่าลาดใต้ ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ยังไม่สามารถกำหนดอายุได้ มีคลองท่าลาดอยู่ทางทิศเหนือ ในอดีตมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ คือเป็นเส้นทางเดินทัพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยให้ไพร่พลเดินทัพผ่านคลองท่าด่านที่อยู่ติดกับวัดท่าลาดใต้ได้อย่างสะดวกสบาย เนื่องจากบริเวณนั้นเป็นดินดาน
อย่างไรก็ตาม หลังจากหลวงพ่อซ่วนย้ายออกไปตั้งสำนักสงฆ์อยู่ฝั่งตรงข้าม วัดท่าลาดใต้ก็เริ่มร้างมาตามลำดับ และเมื่อท่านมรณภาพเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๓๗ วัดท่าลาดใต้เกือบจะเป็นวัดร้าง แม้ว่าจะมีพระจำพรรษาอยู่แต่ร้างศรัทธาจากญาติโยม

พระครูสมุห์นิกร อาภัสสโร (พระอาจารย์โชค) เจ้าอาวาสวัดองค์ปัจจุบัน บอกว่า ในช่วงที่พระอาจารย์ซ่วนเป็นเจ้าอาวาส ท่านมีชื่อเสียงโด่งดังทางด้านเมตตามหานิยมและเป็นพระหมอดูที่มีชื่อเสียงมาก ซึ่งมักจะมีคนจากต่างถิ่นมาขอให้ท่านดูดวงให้ ขณะเดียวกันท่านก็จะให้สะเดาะเคราะห์ด้วยการสร้างพระและรูปเทพองค์ต่างๆ ชนิดที่เรียกว่าเกือบจะไม่มีที่เดิน การสร้างพระสร้างเทพในสมัยนั้นไม่ได้มีการวางแผน ใครนึกจะสร้างตรงไหนก็สร้าง การเริ่มปั้นพระและเทพแก้บนน่าจะเริ่มในช่วงปี ๒๕๑๐-๒๕๒๕
เมื่อมีถนนตัดผ่านด้านหลังวัด ทำให้หลังวัดกลายเป็นหน้าวัด ส่วนหน้าวัดที่อยู่ริมคลองจึงกลายเป็นหลังวัดไปโดยปริยาย ด้วยเหตุที่มีรูปปั้นพระและเทพจำนวนมากทำให้คนไม่สามารถนำรถเข้ามาจอดในวัดได้ เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์จึงเรียกประชุมชาวบ้านใกล้เคียงทั้งหมด ในที่สุดก็มีมติตรงกันว่าต้องทุบประพุทธรูปและองค์เทพบางองค์ ที่สำคัญคือการทุบนั้นประกอบพิธีกรรมตามคติความเชื่อทุกประการ สภาพของวัดจึงเป็นดังที่เห็นในปัจจุบัน
“เราต้องยึดเอาศรัทธาของคนพื้นที่เป็นหลัก คนพื้นที่ไม่เข้าวัดพระก็อยู่ไม่ได้ อย่างน้อยต้องให้คนพื้นบ้านสนับสนุนเราอย่างเต็มที่ก่อนแล้วค่อยไปเรียกศรัทธาจากคนต่างถิ่น เมื่อ ๓-๔ ปีก่อน โยมใกล้วัดไม่เข้าวัดและวัดก็ไม่น่าเข้า โดยไปทำบุญวัดอื่นซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่ปัจจุบันนี้คนเข้าวัดทำบุญปฏิบัติธรรมมากขึ้น อาตมายึดหลักที่ว่าสร้างวัดต้องสร้างศรัทธาของญาติโยมใกล้วัดด้วย” พระอาจารย์โชค กล่าว
สถานที่อาถรรพ์ ตามคำล่ำลือของชาวบ้าน ถึงความน่าสะพรึงกลัวภายในสำนักสงฆ์ร้างของเกจิชื่อดังในตำนานเมืองแปดริ้วนั้น เป็นอุทยานกลางแจ้ง หรือศูนย์รวมของหุ่นปั้นฝังวิญญาณ ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างตั้งยืนตระหง่านเรียงรายกันอยู่เต็มแน่นพื้นที่ ภายในบริเวณผืนป่าริมคลองท่าลาด พื้นที่รอยต่อระหว่าง ม.5 และ ม.6 ต.ท่าถ่าน อ.พนมสารคาม


โดยหุ่นปั้น ส่วนใหญ่นั้น จะเป็นหุ่นปั้นตามวรรณคดีไทย และหุ่นปั้นทางศาสนาต่างๆ ทั้งไทย จีน อินเดีย เช่น หุ่นปั้น ในพุทธประวัติ หุ่นปั้นเจ้าแม่กาลี ในศาสนาพราหมณ์ หุ่นปั้น 8 เซียน ของจีน และเจ้าแม่กวนอิม ตลอดจนรูปปั้นยักษ์จากวรรณกรรมต่างๆ รวมถึงเปรตอสูรกาย จากเรื่องพระอภัยมณี นางสิบสอง และขุนโจรที่มีชื่อเสียงในอดีต อย่างมากมายหลายร้อยชนิด
และหุ่นทุกตนที่สร้างขึ้นจะมีส่วนผสมของกระดูกผีตายโหงตามวิชาอาคมที่ท่านได้เรียนมา และมีการตั้งโต๊ะทำพิธีกรรมเซ่นไหว้ในทุกๆ ตนที่สร้างขึ้น จึงยิ่งทำให้ป่าหุ่นปูนปั้นแห่งนี้ยิ่งดูขลึงขลังวังเวง จนน่าสะพรึงกลัวและไม่มีใครกล้าย่างกายผ่านเข้าใกล้

เดิมทีนั้น พระอาจารย์ซ่วน ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดท่าลาดใต้ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเยื้องกันริมคลองท่าลาดใต้สายนี้ แต่หลังจากที่มีผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่ ต่างพากันเดินทางเข้ามาขอให้ท่านช่วยเหลือ และเข้ามาขอเครื่องรางของขลัง โดยเฉพาะ “ปลัดขิกเรียกทรัพย์” จากท่านเป็นจำนวนมากอย่างเนืองแน่นตลอดทุกวัน จนทำให้ท่านไม่ได้พักผ่อน เพราะนอกจากจะรับแขกเหรื่อญาติโยมที่เดินทางเข้ามาขึ้นหาแล้ว ท่านยังต้องทำงานภายในวัดด้านอื่นๆ ด้วย
พระอาจารย์จึงได้ข้ามฝั่งมาก่อตั้งสำนักสงฆ์แห่งนี้ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อน หลบหลีกจากการถูกรบกวนจากภายนอก ด้วยการพายเรือข้ามฟากมาพักผ่อนยังภายในสำนักสงฆ์แห่งนี้เมื่อต้องการจะพักผ่อนอย่างเต็มที่บ้าง โดยที่ในวัดท่าลาดใต้เองนั้น

แม้จะถูกพระสงฆ์ที่เข้ามาอยู่ภายในวัดท่าลาดใต้ในยุคหลังไถทิ้งไปบ้างแล้วก็ตาม โดยหุ่นปูนปั้นที่วัดท่าลาดใต้นั้น มีอายุราว 50 ปี ส่วนหุ่นปั้นในสำนักสงฆ์ร้างแห่งนี้ส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 40 ปีเศษเท่านั้น

หุ่นปั้นต่างๆ เหล่านี้ ล้วนมีวิญญาณจากกระดูกผีที่ถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมอยู่ในร่างของหุ่นทั้งนั้น โดยหลายตนล้วนมีประวัติ ที่มีผู้คนได้มาพบเห็นถึงความแปลกประหลาด หรือเกิดเหตุการณ์แปลกๆ ให้เห็นมาแล้วหลายครั้ง จึงทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้ามาใกล้ยังสถานที่แห่งนี้ แต่หลังจากที่ได้มีรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง ได้เข้ามาถ่ายทำรายการในสถานที่แห่งนี้เมื่อปีที่แล้ว และนำไปเผยแพร่ จึงทำให้เริ่มมีคนรู้จักสถานที่แห่งนี้ และมีคนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว และพิสูจน์ถึงความลี้ลับอย่างต่อเนื่อง


โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนก่อนวันหวยออกหนึ่งวัน จะมีคนเข้ามาค้นหาเลขเด็ดกันอย่างเนืองแน่น เนื่องจากที่ผ่านมานั้นมีผู้คนได้รับโชคลาภจากหุ่นปูนปั้นต่างๆ จากภายในสถานที่แห่งนี้จนมีชื่อเสียงโด่งดัง จึงทำให้ผู้คนพากันเข้ามา
บทความอื่นที่น่าสนใจ : วิชาคัดของกระทำอาถรรพ์ล้างอาคมให้เสื่อม













ใส่ความเห็น