พิธีกรรม ประหลาด รมควันศพ ทำ มัมมี่ ศรัทธาดั่งเดิม ตามรอยบรรพบุรุษ
LOST MUMMIES OF PAPUA NEW GUINEA
พิธีกรรม ประหลาดนี้เกิดขึ้นใน ซีกโลกตะวันออก ในประเทศ Papua New Guinea (ปาปัวนิวกินี) ซึ่งเป็นประเทศในแถบโอเชียเนีย เป็นพื้นที่ทางตะวันออกของเกาะนิวกินี (พื้นที่ทางตะวันตกเป็นของจังหวัดปาปัวของประเทศอินโดนีเซีย) ตั้งอยู่ในบริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก อยู่ทางเหนือของประเทศออสเตรเลีย และอยู่ทางตะวันตกของหมู่เกาะโซโลมอน

ปาปัวนิวกินี ประกอบด้วยชนหลายเผ่าพันธุ์ เช่น ชาวเมลานีเชียน ปาปัว เนกริด ไมโครนีเซียน โปลินีเซียน และอีก 1 ชนเผาที่มีวัฒนธรรมอันแปลกประหลาดและน่าสนใจ อย่างชนเผ่า
Anga = The Modern Mummies of Papua New Guinea
สาเหตุที่ชนเผานี้ได้รับฉายา The Modern Mummies of Papua New Guinea เกิดจากประเพณี อันเก่าแก่ของชาว Anga ที่มีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องวิญญาณ และบรรพบุรุษ

ชนเผ่า Anga เป็นที่รู้จักกันดีถึงการทำศพไม่ให้เน่าเปื่อย ด้วยพิธีกรรมที่มีมาตั้งแต่โบราณ ตำนานที่ยาวนานในการทำให้ศพญาติพี่น้อง ไม่เน่าเปื่อย ด้วยการมัดศพติดกับแคร่ในท่านั่งแล้วนำไปไว้ที่บนภูผาหินใกล้กับหมู่บ้านจากจุดที่สูงที่สุด ณ ที่แห่งนั้นจะมีการทำมัมมี่รมควัน เกิดขึ้น และมีความเชื่อว่าคนตายจะได้มองเห็นลูกหลานของพวกเขาเสมือนหนึ่งว่าผู้เฒ่าผู้แก่กำลังจ้องมองและคุ้มครองปกป้องพวกเขา

โดยวิธีการทำมัมมี่ของชนเผ่านี้จะแตกต่างจากชาวอียิปต์ยุคโบราณที่ควักอวัยวะภายในทั้งหมดออกมาแล้วห่อด้วยผ้า แต่มัมมี่ของชนเผ่า Anga จะถูกจัดให้อยู่ทำพิธีกรรม รมควันศพ ซึ่งต้องใช้เวลากว่า 3 เดือนบนกองไฟเพื่อรมควันศพอย่างต่อเนื่อง โดยควันไฟจะช่วยในเรื่องการรักษาศพ เหมาะกับภูมิประเทศในเขตพื้นที่ชุ่มชื้น

การทำมัมมี่มีพิธีกรรมที่เคร่งครัด ศพจะถูกวางอยู่เหนือกองไฟและถ้าศพพองตัวขึ้นมาจะถูกไม้ทิ่มให้ของเหลวในศพหยดลงมาและใช้ไม้ทิ่มเข้าไปในรูก้นเพื่อให้อวัยวะภายในร่วงหล่นหลุดลงมาเผาไหม้บนกองไฟ ตั้งแต่วันเริ่มต้นจนจบวันจนสิ้นสุด ภายใต้กฎระเบียบพิธีกรรมที่เคร่งครัด ทุกคนที่ทำพิธีมัมมี่นี้ห้ามอาบน้ำล้างตัวและออกจากกระต๊อบรมควันศพเป็นเวลา 3 เดือน

พิธีกรรมนี้ต้องผลัดกันเฝ้าศพตลอดเวลา เพราะของเหลวในศพ รวมถึงอวัยวะภายใน และร่างผู้ตายจะต้องไม่แตะพื้นดิน มันเป็นข้อห้ามเพื่อไม่ให้เจอโชคร้าย ช่วงตลอดระยะเวลาที่ทำพิธีกรรมทำมัมมี่นี้ ห้ามดื่มน้ำชนิดอื่น ๆ ยกเว้นน้ำอ้อยที่ใส่ไว้ในกระบอกไม้ไผ่ ต้องกินอาหารที่ปรุงสุกในกองไฟที่รมควันศพ ส่วนที่สำคัญมากที่สุดคือรักษาใบหน้าศพให้เหมือนเดิม ชนเผ่า Anga เชื่อว่าวิญญาณจะล่องลอยไปทั่วเวลากลางวันแล้วกลับเข้าร่างมัมมี่ในตอนเวลากลางคืน หากไร้ซึ่งใบหน้าของตนเอง วิญญาณก็จะไม่สามารถกลับสู่ร่างได้ หลังจากการรมควันผ่านไป 3 เดือน เมื่อผิวหนังของศพที่แห้งเเกรียมแล้วจะถูกขูดชั้นผิวหนังออก และถูกทาด้วยโคลน หลังจากนั้นจะถูกนำไปไว้ที่หน้าผากับบรรพบุรุษคนอื่นๆ

วัตถุประสงค์หลักของ พีธีกรรม วัฒนธรรมการทำมัมมี่คือ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ ให้ยอมรับในความตาย แต่จิตวิญญาณคือความเป็นนิรันดร์ ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับชนเผ่า Anga คือการขนย้ายศพที่รมควันให้เป็นมัมมี่มัดไว้กับเก้าอี้พิงไว้กับหน้าผาหินเพื่อให้ผู้ตายสามารถมองเห็นหมู่บ้านและผู้ตายจะได้เข้าร่วมกับผู้สูงอายุในหมู่บ้านที่ตายไปก่อนหน้านี้แล้ว บางศพก็กลายเป็นโครงกระดูกที่เน่าเฟะไม่เหลือร่องรอยความยั่งยืนในอดีตแต่อย่างใด
https://www.facebook.com/cheezebitedotcom/posts/1833843226627314













ใส่ความเห็น