พยัญชนะที่ถูกลืม ฃ ฃวด กับ ฅ ฅน หายไปไหน!
พยัญชนะที่ถูกลืม ฃ ฃวด พยัญชนะไทย ตัวที่ ๓ ของอักษรไทย เหตุไฉยถึงได้เลิกใช้ หลังจากที่ได้ลงมือค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็ได้คำตอบว่า เหตุที่พยัญชนะ ฃ ฅ ไม่ได้นำมาใช้ในปัจจุบันนั้น เพราะพวกเขาถูก “ทิ้ง” จริงๆค่ะ เราลองย้อนไปดูตำนานที่น่าสงสารของพวกเขาสักนิด เรื่องเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อนนู้นน…. จุดเริ่มต้นมาจากประเทศไทยของเรามีการประดิษฐ์พิมพ์ดีดภาษาไทยขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ.๒๔๓๔

ต่อมาเรื่อง “โดนทิ้ง” ของทั้งคู่ ได้ถูกประกาศเลิกใช้ในปทานุกรม พ.ศ. ๒๔๗๐ และพจนานุกรม พ.ศ. ๒๔๙๓ ด้วยถ้อยคำแสนตอกย้ำใจชัดเจนว่า
“ฃ พยัญชนะตัวที่สามนับเป็นพวกอักษรสูง แต่เดี๋ยวนี้เลิกใช้แล้ว”
“ฅ พยัญชนะตัวที่ห้านับเป็นพวกอักษรต่ํา เดี๋ยวนี้เลิกใช้แล้ว”
และการประกาศที่โจ่งแจ้งเช่นนั้น ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดคิดว่าได้มีการประกาศเลิกใช้อย่างเป็นทางการแล้ว แต่แล้วยุคที่มืดมิดของพยัญชนะไทยก็เดินทางมาถึง ในยุคที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการประกาศห้ามใช้ ฃ ฅ และพยัญชนะอื่นๆ รวม 13 ตัว พอหมดยุคสมัยของจอมพล ป. ไปแล้ว พยัญชนะอื่นๆ ก็กลับมาใช้ปกติ ยกเว้นเพียง ฃ ฅ เท่านั้น ที่ไม่มีใครนำกลับมาใช้จนถึงปัจจุบัน

และ ตัว ฃ ฃวด กับ ฅ ฅน หายไปจากการใช้งานอย่างเป็นทางการมานานแล้ว ลองมาย้อนดูว่าโบราณใช้ตัวอักษรสองตัวนี้ในคำว่าอะไรบ้าง
- ฃ้า (ฆ่า)
- ฃับ (ร้อง)
- (มะ) ฃาม
- ฃาย
- (ภู) เฃา
- เฃ้า
- ฃึ้น
- (ตะ) ฃอ
- แฃวน
- คดี (ฅวาม)
- ฅ้อน
- ฅาบ (หมายถึงคาบเวลา ไม่ใช่ลักษณะอาการใช้ปากคาบ)
- ฅีน (ท่านผู้รู้บอกว่าคือคำว่า ค่ำคืน)
- แฅ่ง (แข้ง)
- ฅวาง (ท่านว่าคว้าง)
นี่คือคำโบราณที่ใช้ตัว ฃ กับ ฅ ตามที่ปรากฏในศิลาจารึกสมัยสุโขทัย กำลังสงสัยว่าแล้วทำไมไม่มี ฃวด กับ ฅน รวมอยู่ด้วยหนอ ทั้งที่เรียกว่า ฃ ฃวด ฅ ฅน แต่ถ้ามาดูใน อักขราภิธานศรับท์ ฉบับหมอบรัดเลย์ พ.ศ. ๒๔๑๖ ยังมีตัวอักษรสองตัวนี้อยู่ เช่น เฃกหัว, แฃก แต่บางคำเช่น ขัง ใช้ ขัง ก็มี ฃัง ก็มี ข้าง หรือ ฃ้าง ก็มี

จาก “ฃ ฅ หายไปไหน” วารสารธรรมศาสตร์ ปีที่ ๒ เล่มที่ ๑ หน้า ๒๙-๖๐ ปีพ.ศ. ๒๕๑๕ ได้ตีพิมพ์ใหม่ในหนังสือ รวมบทความวิชาการเกี่ยวกับภาษาไทย จาก สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท มหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. ๒๕๔๐
เรื่องแป้นพิมพ์คงไม่ใช่ปัญหาสำหรับพ.ศ.นี้ค่ะ สมัยทำเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยครั้งแรก ปี พ.ศ. ๒๔๓๔ โดยผู้ประดิษฐ์ (ดัดแปลง) คือนายเอ็ดวิน ฮันเตอร์ แมคฟาร์แลนด์ได้ใช้เครื่องพิมพ์ดีดของโรงงานสมิทพรีเมียร์เป็นต้นแบบ ปรากฏว่าตัวแป้นพิมพ์มีตัวอักษรไม่เพียงพอที่จะรองรับอักษรไทยทั้งหมด จึงมีการตัดพยัญชนะออก ๒ ตัว คือ ฃ และ ฅ โดยให้เหตุผลว่าไม่ค่อยมีใครใช้ และ สามารถใช้ตัวอักษรอื่นทดแทนได้ และในปี ๒๔๗๐ หนังสือปทานานุกรมของกระทรวงธรรมการที่ตีพิมพ์ในปีนั้นอธิบายตัว ฃ ว่า ฃ เป็นพยัญชนะตัวที่สามของพยัญชนะไทย แต่บัดนี้ไม่มีที่ใช้ เช่นเดียวกับตัว ฅ

ปัจจุบันคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์ก็มีตัวอักษรสองตัวนี้รวมอยู่แล้ว ใครผู้ใดอยากใช้ จะด้วยเหตุผลว่านึกถึงคำไทยโบราณ (ซึ่งต้องศึกษาว่าคำใดบ้าง) หรือจะเพราะเห็นว่าไม่ค่อยมีคนใช้เลยอยากเท่ก็แล้วแต่ใจท่านเถิด สาธุชน
ส่วนเรื่องถ้าเราไม่เคยได้ยินการออกเสียงนี้ เราจะออกเสียงนี้ได้อย่างไร? เทียบง่าย ๆ ว่าขนาดที่เราได้ยินอยู่ทุกวันอย่าง th สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนรู้มาตั้งแต่เด็กจะแยกเสียง th ซึ่งควบระหว่าง ด กับ ต และ ซ ไม่ออก การเรียนรู้แยกเสียงในวัยผู้ใหญ่ก็ไม่อาจได้ผลเต็มที่ ดังที่มีการวิจัยมาว่าการฟังแยกแยะเสียงต้องฝึกตั้งแต่เด็ก โตเป็นผู้ใหญ่แล้วเสียงที่ไม่รู้จักจะแยกลำบาก


และเรื่องนี้อาจจะไม่ใช่ปัญหา เมื่อดูความจริงว่าเสียง ฆ ระฆัง กับ ค ควาย ในปัจจุบันเราก็ไม่ได้ออกเสียงต่างกัน แต่นักนิรุกติศาสตร์คงไม่ยอม
แต่ปัญหาที่ยังเป็นปัญหาอยู่ก็คือ คำไหนควรใช้ ฅ ฅน คำไหนควรใช้ ฃ ฃวด ?

“เราโชคดีที่มีภาษาเป็นของตนเองแต่โบราณกาล จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้”
Credit by : se-ed
บทความอื่นๆ : “Monsters Go” ความร่วมมือระหว่างศิลปินกับ ภาพวาดจากเด็กๆ













ใส่ความเห็น