ทำ โฆษณาเฟสบุ๊ค กลุ่มใหญ่แค่ไหนถึงดี
ต้องยอมรับเลยว่าในปัจจุบัน หลายๆธุรกิจ ใช้ เฟสบุ๊ค เป็นเครื่องมือในการช่วยให้ธุรกิจเติบโตขึ้น จนทำให้ในปัจจุบันมีผู้ใช้ เฟสบุ๊คเป็นจำนวนมากเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ยิ่งคู่แข่งทางการตลาดเยอะ ก็ยิ่งเกิดการซื้อโฆษณาเพิ่มมากขึ้น ข้อได้เปรียบจึงเกิดขึ้น เมื่อคุณทำธุรกิจ แต่ไม่รู้วิธีใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง ก็ไม่ต่างอะไรกับการลงแข่งขันทั้งๆที่ไม่มีอาวุธ โอกาสที่คุณจะสำเร็จ ก็น้อยลงไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่คุณควรจะรู้ คือ การตั้งกลุ่มเป้าหมายให้เป็นและให้ตรงกลุ่ม คุณขายอะไร เป็าหมายของการซื้อโฆษณาของคุณคืออะไร


“ลูกค้าที่เคย ซื้อสินค้าไปแล้ว หรือคนเห็นโฆษณานั้นแล้ว จะเห็นโฆษณาซ้ำได้บ่อยมากขึ้น ทำให้ ประสิทธิภาพโฆษณาลดลงเรื่อยๆ “

คำถามก็คือ เราควรจะยิงโฆษณาขนาดความสนใจ INTEREST (การเข้าถึงทีเป็นไป ได้) ใหญ่แค่ไหนดี ? ยิ่งทำโฆษณากลุ่มเล็กแปลว่า ยิ่งดีใช่ไหม ? ขอตอบว่า “ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การทำโฆษณาบนเฟสบุ๊คของธุรกิจของคุณ ในขณะนั้น”

OBJECTIVE 1: วัตถุประสงค์เพื่อยอดขายระยะสั้น หรือ ทดลองตลาด(สินค้าใหม่) ขนาดกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำคือ 300,000 – 500,000 คน – ให้เราทำโฆษณาในกลุ่มที่เราคิดว่าตรงกลุ่มที่สุด (โดยการใช้เทคนิคการเพิ่มเงื่อนไข และ ตัดกลุ่มคนที่ไม่ใช่ออก) ใช้เพิื่อให้เกิดยอดขายอย่างรวดในระยะสั้น หรือ ใช้เพื่อทดสอบว่าสินค้าชนิดนี้สามารถขายใน FACEBOOK ได้หรือไม่

OBJECTIVE 2: วัตถุประสงค์เพื่อยอดขายระยะยาว ขนาดกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำคือ 500,000 – 3,000,000 คน – ทำโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นกว่า OBJECTIVE 1 เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่พอจะสนใจสินค้าของเราได้เห็นโฆษณาด้วย และสามารถใช้ชุด โฆษณานี้ได้นานมากขึ้น และค่าความถี่จะเพิ่มขึ้นได้ช้ากว่า OBJECTIVE 1 มาก

OBJECTIVE 3: วัตถุประสงค์เพื่อยอดขายสินค้าแมส ขนาดกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำคือ 3,000,000 คนขึ้นไป – การทำโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายแบบกว้าง ส่วนใหญ่ค่อนข้างเหมาะกับบริษัทที่ขาย สินค้าที่แมส และมีงบการตลาดทำโฆษณาบนเฟสบุ๊คจำนวนมาก เน้นเรื่องจำนวนคนที่เห็น โฆษณาเป็นหลัก เพื่อสร้างการรับรู้ไปยังลูกค้ากลุ่มใหญ่

เพราะขนาดการเข้าถึงที่เป็นไปได้ของความสนใจ INTEREST ส่งผลโดยตรงกับค่าความถี่ ยิ่ง INTEREST POPULATION เล็ก ยิ่งทำให้ค่าความถี่สามารถเพิ่มขึ้นได้ง่าย เป็นตัวส่งผล โดยตรงให้ CTR ลดลง ดังนั้นเราจึงต้องเรียนรู้เรื่องความถี่กัน

ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.thainetmedia.com













ใส่ความเห็น