- ในประเทศไทยช่วงหนึ่งได้เริ่มรู้จักกับโรค “ ไบโพล่าร์ ” หรืออาจจะเรียกเป็นภาษาคนไทยเข้าใจง่าย ๆ คือ “ โรคคนสองบุคลิก ” ที่เมื่อใจดีก็จะใจดีมาก ๆ มีอะไรก็จะให้เค้าหมด แต่เมื่ออารมณ์ร้อนก็จะร้อนที่สุด โมโหหัวร้อนพาลไปทั่ว แต่ถึงผู้ป่วยโรคนี้จะมีจำนวนมากในสังคมไทย แต่อาการป่วยนี้ก็ไม่เป็นกับทุกคนที่มีอาการเหล่าที่ โรคไบโพล่าร์
- ในประเทศไทยช่วงหนึ่งได้เริ่มรู้จักกับโรค “ ไบโพล่าร์ ” หรืออาจจะเรียกเป็นภาษาคนไทยเข้าใจง่าย ๆ คือ “ โรคคนสองบุคลิก ” ที่เมื่อใจดีก็จะใจดีมาก ๆ มีอะไรก็จะให้เค้าหมด แต่เมื่ออารมณ์ร้อนก็จะร้อนที่สุด โมโหหัวร้อนพาลไปทั่ว แต่ถึงผู้ป่วยโรคนี้จะมีจำนวนมากในสังคมไทย แต่อาการป่วยนี้ก็ไม่เป็นกับทุกคนที่มีอาการเหล่าที่ โรคไบโพล่าร์
ในประเทศไทยช่วงหนึ่งได้เริ่มรู้จักกับโรค “ ไบโพล่าร์ ” หรืออาจจะเรียกเป็นภาษาคนไทยเข้าใจง่าย ๆ คือ “ โรคคนสองบุคลิก ” ที่เมื่อใจดีก็จะใจดีมาก ๆ มีอะไรก็จะให้เค้าหมด แต่เมื่ออารมณ์ร้อนก็จะร้อนที่สุด โมโหหัวร้อนพาลไปทั่ว แต่ถึงผู้ป่วยโรคนี้จะมีจำนวนมากในสังคมไทย แต่อาการป่วยนี้ก็ไม่เป็นกับทุกคนที่มีอาการเหล่าที่ โรคไบโพล่าร์
โรคไบโพล่าร์ อารมณ์ของผู้ป่วยโรคนี้สามารถเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในระยะสั้น ๆ อาการเหล่านี้ทำให้เป็นเรื่องยากในการวินิจฉัยโรค วันนี้เราเลยได้รวบรวม 8 สัญญาณเตือน ที่จะทำให้คุณลองสังเกตุตัวเองหรือสังเกตคนรอบข้าง ว่ามีพฤติกรรมหรืออาการแบบนี้หรือป่าว จะได้ง่ายต่อการรักษาและรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
1. มีปัญหาในการทำงานให้สำเร็จ
บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยไบโพล่าร์จะไม่มีปัญหาในการเริ่มต้นทำงานต่างๆ แต่เมื่ออารมณ์ของผู้ป่วยเริ่มเปลี่ยนแปลง การทำงานให้สำเร็จลุล่วงจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นงานต่างๆที่ยังค้างคายาวเป็นหางว่าวคือหนึ่งในสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณอาจจะเป็นโรคไบโพล่าร์ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นโรคไบโพล่าร์จะมีอาการนี้เพราะมีหลายคนที่สามารถเรียนรู้วิธีการจัดการตัวเองและพัฒนาให้เป็นคนขยันในขณะที่กำลังเป็นไบโพล่าร์

2. มีอาการต่างๆของโรคซึมเศร้า
ผู้ป่วยจะมีลักษณะเดียวกับคนที่กำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
· ไม่อยากอาหาร ความอยากอาหารลดลง
· นอนไม่หลับ หรือ อยากนอนตลอดเวลา
· สมาธิสั้น
· ไม่มีเรี่ยวแรง

3. พูดเร็ว
การที่คนส่วนใหญ่พูดเร็วขึ้นเมื่อพวกเขารู้สึกตื่นเต้นถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติมากและบางคนพูดเร็วกว่าคนอื่นถึงแม้ว่าสถานการณ์จะปกติ อย่างไรก็ตามบ่อยครั้งที่การพูดเร็วเป็นสัญญาณหนึ่งของโรคไบไพล่าร์ โชคดีที่มีหลายวิธีที่ใช้ดูว่าลักษณะการพูดเร็วแบบนี้ถือว่าเป็นอาการหนึ่งของโรคไบโพล่าร์หรือไม่
คนที่เป็นไบโพล่าร์จะพูดแทรกคนอื่นและไม่สนใจบทสนทนาของคนรอบข้าง เขามักเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอยู่บ่อยๆ ทำให้เป็นเรื่องยากสำหรับคนรอบข้างที่จะเข้าใจว่าเขากำลังพูดถึงอะไรอยู่ เขาจะพูดแบบนี้ก็ต่อเมื่อพวกเขากำลังอยู่ช่วงที่ผู้ป่วยมีอาการฟุ้งพล่าน (Mania Episode)

4. หงุดหงิดง่าย
ผู้ป่วยโรคนี้เค้าจะมีอาการฟุ้งพล่านและซึมพร้อมๆกัน พวกเขาจะหงุดหงิดง่ายมาก ซึ่งอาจจะเกิดจากอาการของโรคไบโพล่าร์หรืออาจจะแค่หงุดหงิดเฉยๆ เท่านั้น แต่ผู้ป่วยจะถึงจุดที่ความหงุดหงิดจะส่งผู้เสียต่อการใช้ชีวิตประจำวันโดยเฉพาะในเรื่องความสัมพันธ์ต่าง ๆ กับคนรอบตัว

5. ใช้ยาเสพติดหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
ผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์ส่วนมากจะเริ่มต้นใช้ยาเสพติด หรือกินแอลกอฮอล์ หรือใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันเพื่อช่วยคลายอาการซึมเศร้าระหว่างที่อยู่ในช่วงซึมเศร้า พอใช้หรือกินบ่อย ๆ ก็จะเข้าสู่อาการติด ก็จะเป็นอุปสรรคในการรักษาเพราะจะทำประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ของยาลดลง

6. อารมณ์ดีมากเกินไป (ไฮเปอร์)
อาจฟังดูแปลกแต่การแสดงออกทางอารมณ์ที่ดีมากเกินไปอาจเป็นสัญญาณของโรคไบโพล่าร์ได้เช่นกัน แน่นอนว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นสลับกับภาวะซึมเศร้า (Depressive States) อาการสุดโต่งแบบนี้เรียกว่า Manic Episode แต่ผู้ป่วยไบโพล่าร์หลายคนก็ไม่ได้มีอารมณ์สุดโต่งแบบนี้ ผู้ป่วยเหล่านี้อาจจะแค่รู้สึกค่อนข้างดี (Hypomanic Episode) คล้ายๆกับคนปกติและสามารถใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ส่วนมากผู้ที่เป็นโรคไบโพล่าร์จะประสบกับภาวะทั้ง 2 แบบสลับกันไปคือ บางครั้งจะเป็น Manic Episode และบางครั้งก็จะเป็น Hypomanic Episode

7. นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
คนที่ป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์จะมีปัญหาในการพักผ่อนให้เพียงพอแต่จะไม่เคยรู้สึกเหนื่อยล้า แน่นอนว่าการที่นอนหลับมากเกิ่นไปหรือนอนพักผ่อนไม่เพียงพอก็เป็นที่ไม่สมควรทำเพราะจะทำให้อาการป่วยแย่ลง ดั้งนั้นการพักผ่อนต่อความต้องการของร่างกายจึงมีความสำคัญต่อผู้ป่วยที่เป็นโรคไบโพล่าร์เป็นอย่างดี

8. มีพฤติกรรมที่สม่ำเสมอ – ไม่คิดหน้าคิดหลัง
เวลาที่ผู้ป่วยโรคไบโพล่าร์อยู่ในช่วงฟุ้งพล่าน เขามักจะมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากจึงทำให้มักจะแสดงกิริยาโอ้อวด ซึ่งจะเป็นสาเหตุทำให้ผู้ป่วยแสดงออกโดยที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่างๆที่จะตามมาในภายหลัง ทำให้ผู้ป่วยทำสิ่งต่างๆที่พวกเขาไม่มีทางทำหากอยู่ในภาวะปกติ บ่อยครั้งที่โรคไบโพล่าร์เป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีพฤติกรรมทางเพศที่เสี่ยงหรือใช้เงินฟุ้มเฟือยอย่างน่ากลัว และอาจมีการแสดงออกในรูปแบบของพฤติกรรมอื่นๆ

แต่ที่แน่ๆคนที่ป่วย มันไม่ใช่อารมณ์ร้ายเพียงเพราะไม่ได้ดั่งใจ ไม่ใช่คนนิสัยเอาแต่ใจหรือเห็นแก่ตัว ใส่ใจตัวเองใส่ใจคนรอบข้าง อย่าให้โรคนี้มาอยู่เหนือจิตใจของเราได้ สู้ ๆ นะค่ะ ทุกคน
เรียบเรื่อง : Maybe
แหล่งที่มา :: www.google.co.th













ใส่ความเห็น