มนุษย์ออฟฟิศไทยเครียด! ทำงานแทบตายไม่มีเงินเก็บหลังเกษียณ
มนุษย์เงินเดือนหลายคนเคลียด และต้องเผชิญกับภาระการงานและเศรษฐกิจที่ถาโถมเข้ามาทุกวันจนตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ ไม่ว่าทำงานไม่ทัน ทะเลาะกับแฟน แม่น้อยใจ เจ้านายบ่น เพื่อนนินทา หนี้บัตรเครดิตถามหา เงินเดือนไม่มา โบนัสไม่มี ฯลฯ ซึ่งทำให้เสียทั้งสุขภาพกายสุขภาพใจ จนอาจถึงขั้นเป็นโรคซึมเศร้า!
อย่าเพิ่งคิดมาก เพราะจริงๆแล้ว คุณอาจปกติสุขดีก็ได้ หรือถ้าไม่แน่ใจ ลองนั่งนิ่งๆ แล้วสังเกตตัวเองดูว่า เรามีอาการที่บ่งบอกว่า เครียด แล้วหรือยัง?
- ไม่มีสมาธิในการทำงานว้าวุ่นไปหมด
- ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง กลัวว่าจะทำงานพลาดตลอดเวลา
- เบื่อและขาดแรงจูงใจในการทำงาน
- ขี้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน
- ปวดหัว ปวดท้อง ท้องผูก อาหารไม่ย่อย
- กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

ถ้ามีอาการเหล่านี้ โปรดบอกตัวเองว่าคุณเริ่มเครียดมากแล้ว แต่เราก็มีวิธีจัดการกับความเครียดมาแนะนำ ดังนี้
- จัดการตารางงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และปฏิเสธงานที่เกินกำลัง
- พักงานบ้างแล้วออกไปเดินเล่น ชมนกชมไม้ อย่าคิดถึงงานตลอดเวลา
- กินอาหารอร่อยๆ (ช่วยได้จริงๆ นะ)
- อย่าทำงานล่วงเวลา ทำงานตามเวลาปกติ มีวันลาก็ลาบ้าง
- ไปเที่ยวต่างจังหวัด สูดอากาศบริสุทธิ์ พักกายพักใจ
- อยู่กับครอบครัวให้มากขึ้น อย่าเอาแต่เก็บตัว หรือแวะไปหาเพื่อนเก่าบ้างก็ได้
แต่ถ้าคุณเลยคำว่าเครียดจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า แนะนำให้ไปหาจิตแพทย์แล้วระบายเรื่องของคุณให้ฟัง อาจจะได้คำแนะนำดีๆ หรือวิธีการรักษาที่จะเข้าไปปรับสมดุลเคมีในสมองให้หายเครียดได้

นอกจากนี้ อีกหนึ่งปัญหาในการทำงานออฟฟิศ คือ Presenteeism หรือการมาทำงานแม้จะเจ็บป่วยหรือสภาวะร่างกายและจิตใจไม่พร้อม ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ คือ ความมั่นคงเกี่ยวกับการทำงาน จำนวนงานที่มากเกินไป ที่อาจกดดันให้พนักงานแสดงความทุ่มเท ทำให้ต้องฝืนตัวเองเข้ามาทำงาน
ทำให้คนไทย 9 ใน 10 หรือราว 89% จะเข้ามาทำงานแม้เจ็บป่วย ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกซึ่งอยู่ที่ 67% การทำงานแม้จะเจ็บป่วยหรือสภาวะร่างกายและจิตใจไม่พร้อม ส่งผลกระทบโดยตรงกับการทำงาน โดยส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงจาก 100% เหลือเพียง 74%

ทำงานมาทั้งชีวิตแต่ไม่มีเงินเก็บหลังเกษียณ
โดยพบว่าคนไทย 40% คาดว่าเมื่อเกษียณแล้วจะควักกระเป๋าจ่ายค่ารักษาพยาบาลด้วยเงินเก็บของตัวเอง ขณะที่อีก 29% คิดจะพึ่งพาสวัสดิการของภาครัฐในการดูแลและรักษาพยาบาล และมีคนไทยเพียง 23% เท่านั้นที่บอกว่ามีความคุ้มครองที่เพียงพอจากแผนประกันสุขภาพส่วนบุคคลที่ทำไว้
CheezeBite.com ลองคำนวณมาให้ดูกันคร่าวๆ แต่ละคนมีเงินเก็บ ตามที่คำนวณให้ดูบ้างมั้ยค่ะ

Credit by : today.line.me
บทความอื่นๆ : อาชีพยอดฮิตของเด็กๆยุค 4.0 ใช้ทักษะวิชาไหนบ้าง













ใส่ความเห็น