หมวดหมู่: บทความ

  • หนึ่งเดียวในโลก คนแห่รับบัว หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน 2563

    หนึ่งเดียวในโลก คนแห่รับบัว หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน 2563

    ประเพณีรับบัวบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลก ประชาชนเรือนแสนแห่นมัสการ

    โดยจะมีการอัญเชิญองค์หลวงพ่อโตจำลอง ลงเรือบุษบกแห่ไปตามลำคลองสำโรง เพื่อให้ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ริมสองฝั่งคลอง ได้ร่วมสักการะบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว

    ประเพณีรับบัว ถือเป็นประเพณีประจำท้องถิ่น ของชาวอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ที่สืบทอดมาแต่โบราณ

    โดยในสมัยก่อนอำเภอบางพลี มีประชาชนอาศัยอยู่แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ คนไทย คนลาว และคนรามัญ (ชาวมอญพระประแดง) ทุกกลุ่มชนต่างทำมาหากิน และอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่นเสมือนญาติมิตร

    ประเพณีดังกล่าว เกิดขึ้นเพราะความมีน้ำใจที่ดีต่อกันระหว่างคนในท้องถิ่นกับคนมอญพระประแดง ซึ่งทำนาอยู่ที่ตำบลบางแก้ว ในช่วงออกพรรษาจะกลับไปทำบุญที่อำเภอพระประแดง

    ได้เก็บดอกบัวเพื่อบูชาพระหรือถวายแด่พระสงฆ์และฝากเพื่อนบ้าน ในปีต่อมา ชาวอำเภอเมือง และชาวอำเภอพระประแดง ต่างพร้อมใจกันพายเรือมาเก็บดอกบัวที่อำเภอบางพลี และถือเป็นโอกาสอันดีในการนมัสการองค์หลวงพ่อโต

    อีกทั้งระยะทางระหว่างอำเภอพระประแดงกับอำเภอบางพลีไกลกันมาก เพื่อให้เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน เรือแต่ละลำจะร้องรำทำเพลงมาตลอดเส้นทาง

    โดยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่ มีความเชื่อกันว่า หากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่แล้ว อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จดังหวัง

    จึงเป็นที่มาของงาน รับบัว หรือ โยนบัว ประเพณีของชาวพุทธ แห่งเดียวในโลก…

    https://youtu.be/AeglFDSOOOI
    ขอบคุณ : คนหลังกล้อง

    บรรยากาศงานวัดหลวงพ่อโต ปี2563

    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ
    ขอบคุณ : ที่นี่สมุทรปราการ

    ขอขอบคุณ : วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง – หลวงพ่อโต , ที่นี่สมุทรปราการ
    บทความอื่นที่น่าสนใจ : สืบสานประเพณีออกพรรษา ตักบาตรเทโวโรหณะ

  • เมื่อนักดื่มสงสัยว่าทำไม ‘รีเจนซี่’ ราคาถึงพุ่ง

    เมื่อนักดื่มสงสัยว่าทำไม ‘รีเจนซี่’ ราคาถึงพุ่ง

    ช่วงปลายปีที่แล้วมีปรากฏการณ์ทางการตลาดแวดวงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะนักดื่มที่หลงไหลในกลิ่นและรสชาติของ​ “บรั่นดี” พูดกันตรงๆ ไปเลยคือ​ “รีเจนซี่”

    ปรากฏการณ์ที่ว่าคือ รีเจนซี่ขาดตลาด​ หาซื้อได้ยากอีกทั้งราคาแพงขึ้นกว่า​ ร้อยละ​ 50​ จากปกติ​ แบนละ​ 240​ บาท​, กลมละ​ 490​ บาท​ ตอนนี้ร้านชำบางแห่งจำหน่ายแบนละ​ 370 บาท​, กลมละ​ 640 บาท ทั้งๆที่ทางบริษัทผู้ผลิตไม่ได้ประกาศขึ้นราคาแต่อย่างใดนะ

    หรืออีกนัยคือ​ มีการฉกฉวยโอกาสจากผู้ค้าขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างไม่เป็นธรรม​ ซึ่งบังคับให้นักดื่มบรั่นดีต้องควักกระเป๋าตังค์เพิ่มอย่างไม่เต็มใจ

    ตลาดสุราในปัจจุบันนี้มีทางเลือกให้สายแอลกอฮอล์เลือกค่อนข้างน้อยนะ สุราบางยี่ห้อดื่มแล้วตื่นเช้ามาปวดหัวเหมือนการหมักบ่มยังไม่ได้ที่​ อาจจะเป็นเพราะเคยขายดีก็เลยทำให้มีการเร่งผลิตออกสู่ตลาด​

    และนั่นทำให้สุราต่อกลม​ ปริมาณ​ 75 มิลลิลิตร​ ราคาตั้งแต่​ 290-400 บาท​ เป็นสินค้าที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง​ ในขณะที่ความนิยมในรีเจนซี่กลับมีมากขึ้น​ ด้วยราคาต่อแบน​ต่ำกว่าสุราปริมาณ​ 75​ มิลลิลิตรทั่วไป​ คือราคา​ 240บาท​

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการดื่มรีเจนซี่ยังทำให้ตอนเช้าตื่นมาไม่ปวดหัว ซึ่งรสชาติ​ “บรั่นดี” ที่แตกต่างจากสุรา​อื่นๆในตลาด​ ยกระดับความนิยมให้กับกลุ่มวัยทำงานอย่างรวดเร็ว​

    บางคนจริงจังมาก ถึงขนาดวิเคราะห์กันเป็นเรื่องเป็นราวว่าบรั่นดีที่กำลังดื่มอยู่นั้นทำมาจากองุ่นหรือสับปะรด แม้กูรูจะออกมาเฉลยแล้วว่าบรั่นดีทำมาจากองุ่น

    ช่วงที่รีเจนซี่ขาดตลาดนั้น​ บางกระแสกล่าวว่าเป็นเพราะเครื่องผลิตได้รับความเสียหายจนต้องซ่อมไป​ ทำให้กำลังผลิตลดลง​ ประกอบกับความนิยมที่เริ่มแพร่หลายมากขึ้น​ สินค้าจึงออกสู่ตลาดไม่ทัน

    แล้วช่วงที่พีคๆ​ ตอนนั้นคือ ช่วงสิ้นปีเลย…​ ทำให้ร้านค้าเริ่มกักตุนและปรับราคาสูงขึ้น ถ้าจากแบนละ​ 240​ บาท​ เป็น​ 320-370 บาท​ ส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ​ 80-130บาท​ ต่อแบนนั้นถือว่าสูงมาก

    บางร้านขาย​ 370บาท​ แค่​ 2​ แบน​ ก็ได้กำไรเหมือน​ 3​แบน​ ซึ่งกลไกทางการตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่น่าทึ่งมาก

    ร้านค้าต่างๆทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันขึ้นราคากันอย่างพร้อมเพรียงเหมือนผ่านการประชุมสหพันธ์มาแล้ว

    ราคาแพงบางคนยังพอรับได้ครับ​ แต่แย่กว่านั้นคือมี​”รีเจนซี่ปลอม” ออกมาระบาดซ้ำเติมนักดื่มอีก

    เพราะรีเจนซี่ทั้งแบนและกลมไม่มีฝาจุก​ จึงทำให้พ่อค้าหัวใสกรอกบรั่นดีปลอมติดแสตมป์หลอกๆ ออกมาขาย​ในราคา​ 370​ บาท​ สามารถเรียกว่าวิกฤตรีเจนซี่เลยคือ​ ทั้งขาดตลาด​ ทั้งปลอม​ ทั้งแพง

    วิธีการดูว่ารีเจนซี่ปลอมเป็นอย่างไร​ ให้ดูวันเดือนปีที่ผลิตซึ่งติดอยู่หลังฉลาก​ ต้องตรงกับสแตมป์ปิดฝาขวด​ ถ้าวันที่ไม่ตรงกันให้สันนิษฐานว่าปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์

    ​แต่ทั้งนี้​ หากใครไม่ติดยี่ห้อรีเจนซี่​ จริงๆในตลาด​ก็ยังมีบรั่นดีอีกยี่ห้อหนึ่งเป็นทางเลือกซึ่งดื่มแล้วเมาเหมือนกัน ราคาไม่แพง​ และไม่ปลอมด้วย​

    เราไม่ได้ค่าโฆษณานะ​ เพียงแค่รู้สึกว่าเมื่อมันขาดตลาดและโดนโก่งราคา​ แล้วต้องมาลุ้นว่าปลอมหรือเปล่า​ เราเลยตัดปัญหาดื่มบรั่นดีอีกยี่ห้อหนึ่งเลยจ้าาา….

    อย่างไรก็ตามช่วงกลางเดือน​มกราคมที่ผ่านมา​ มีข่าวว่าทางบริษัทผู้ผลิตรีเจนซี่ได้แก้ไขปัญหาซ่อมแซมเครื่องจักร​ รวมทั้งลงมาควบคุมกลไกราคาจากบรรดายี่ปั๊วที่ปั่นจนตลาดวุ่นวาย​ก่อนลูกค้าจะหนีไปดื่มยี่ห้ออื่น

    แต่จนถึงปัจจุบัน​นี้​ ราคารีเจนซี่ไม่ลงมาเหลือแบนละ​ 240​ บาท​ หรือ​ กลมละ​ 490​ บาท​ เหมือนเดิมเลย

    ท่ามกลางความสงสัยของนักดื่ม​ว่าทำไมรีเจนซี่ราคาแพงขึ้น ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบนะ หรือเราอาจไม่ได้ติดตามข่าวสารจากทางบริษัทผู้ผลิต?

    ที่เขียนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้หมายความว่าเราสนับสนุนให้มีการดื่มสุรานะ

    แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่ากลไกราคาในตลาดมันผิดเพี้ยนตรงไหน​ แล้วใครที่กำลังฉกฉวยได้ผลประโยชน์จากการทำให้​ “ดีมานด์” กับ​ “ซัพพลาย” เกิดช่องว่างมหาศาล มีการ กักตุน​-ขายเกินราคา​ หรือไม่?

    สำหรับนักดื่มที่มีทุนทรัพย์และบริโภคสุราอีกระดับหนึ่งซึ่งราคากลมตั้งแต่​ 700-2,000​ บาท​ อาจไม่ได้รับผลกระทบกับวิกฤต​”รีเจนซี่” ขาดตลาด​

    แต่ในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างนี้​ บางคนอาจไม่สามารถดื่มแบล็คเลเบิ้ลได้ทุกวัน​ ทางเลือกสุดท้ายที่ยังรับได้ก็คือ… รีเจนซี่​ ใช่ไหม?

    ส่วนชนชั้นกลาง​ วัยทำงาน​ ที่อยากให้ตับได้รับการผ่อนคลายบ้าง​ ไม่ต้องการตะบี้ตะบันความเมาด้วยสุราไทยทุกคืน​ หรือจิบดื่มเพียงกระษัย​ รีเจนซี่กลายเป็นทางเลือกที่หลายคนหันมาสนใจมากขึ้น

    แต่ถ้าบรรยากาศในร้านขายของชำยังอึมครึม​ วัดใจกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างนี้ต่อไปนานๆ เราคิดว่าไม่น่าจะเป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น

    ขอบคุณข้อมูล : bizpromptinfo
    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ไม่รู้จะไปไหนดีช่วงหยุดยาว? ลองเช็คจุดหมายปลายทางเหล่านี้ เพื่อวางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้าย

  • Kingston เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB แบดมินตันรุ่นพิเศษในไทย

    Kingston เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB แบดมินตันรุ่นพิเศษในไทย

    • แฟลชไดรฟ์สำหรับนักสะสมเพื่อแทนความหมายของแรงบันดาลใจจากกีฬา

    Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่ได้แรงบันดาลใจจากแบดมินตันอันเป็นกีฬายอดนิยมในหมู่ชาวไทย

    เพื่อใช้เก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ในรูปลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้จัดทำเพื่อเป็นของสะสมสำหรับผู้หลงใหลในกีฬาลูกขนไก่ และเพื่อฉลองความสำเร็จของวงการแบดมินตันไทยบนสนามแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างเอเชียนเกมส์ และ BWF World Championships ที่มีนักกีฬาชาวไทยเคยคว้าเหรียญรางวัลต่างๆ มาแล้วเป็นจำนวนมาก

    รูปทรงแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้ได้แรงบันดาลใจจากลูกขนไก่ พร้อมการออกแบบงดงามอย่างลงตัว ด้วยดีไซน์มินิมอลของลวดลายขนไก่ที่นุ่มนวล เผยถึงความประณีตและการใส่ใจในคุณภาพรายละเอียดของ Kingston พร้อมพวงกุญแจทำจากยางรูป Kingston Rex สีแดงสดอันเป็นมาสคอตของแบรนด์

    เพื่อช่วยให้พกพาแฟลชไดรฟ์ไว้กับตัวได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะใส่พวงกุญแจหรือห้อยกับกระเป๋า แฟลชไดรฟ์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีพร้อมใช้งานหลากหลายด้วยความจุ 64GB1 และประสิทธิภาพของ USB 3.2 เจนเนอเรชั่นที่ 12 ไม่ว่าจะสะสมไว้เองหรือมอบเป็นของขวัญแก่คนรักกีฬาแบดมินตันก็รับรองว่าจะสามารถใช้เก็บบันทึกความทรงจำได้ในทุกที่ทุกเวลา

    นายเควิน วู รองประธานฝ่านการขาย การตลาด และพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Kingston กล่าวว่า “กีฬาแบดมินตันนับว่ามีความผูกพันกับคนไทยอย่างยาวนาน และมีนักกีฬาชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วมากมาย

    โดย Kingston เป็นแบรนด์ชั้นนำด้านการบันทึกและถ่ายทอดความทรงจำที่ดีของผู้คน เราจึงบรรจงสร้างแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้ขึ้นแทนความหมายของผู้รักในกีฬาแบดมินตันทุกคน และร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจจากการเล่นกีฬาผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เก็บบันทึกของ Kingston 

    โดยแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดนี้จะช่วยให้ผู้คนได้สร้างความทรงจำดีๆ ที่มีความหมายและเก็บบันทึกความหลงใหลในการเล่นกีฬา”

    เป็นเจ้าของแฟลชไดรฟ์ USB แบดมินตันรุ่นพิเศษนี้ได้ผ่านทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายหรือร้านออนไลน์ของ Kingston ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนเป็นต้นไป ราคาวางจำหน่าย 650 บาท

    พร้อมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี และการสนับสนุนทางเทคนิคจาก Kingston ผู้นำด้านความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีหน่วยความจำมาอย่างยาวนาน

    ชมข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://kings.tn/BadmintonUSBDrive

    คุณลักษณะของ Kingston Limited-Edition Badminton USB Drives

    ความจุ164GB
    ความเร็ว2: USB3.2 Gen 1 speeds
    ขนาด: 34 x 34 x 36 (มม.)  
    อุณหภูมิการทำงาน: 0°C~60°C
    อุณหภูมิในการจัดเก็บ: -20°C~85°C
    การรับประกัน/บริการ: รับประกัน 5 ปีพร้อมบริการทางเทคนิคฟรี
    ใช้งานได้กับ Windows® 10, 8.1, 8, 7 (SP1), Mac OS (v.10.10.x +), Linux (v. 2.6.x +), Chrome OS™

    ความจุบางส่วนที่ระบุในแฟลชการ์ดใช้สำหรับการฟอร์แมตและฟังก์ชั่นอื่นๆ ไม่ใช่สำหรับการจัดเก็บข้อมูล

    ด้วยเหตุนี้ ความจุที่ใช้งานได้จริงเพื่อเก็บข้อมูลจะต่ำกว่าที่แจ้งไว้ในตัวผลิตภัณฑ์

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคู่มือหน่วยความจำแฟลชเมมโมรี่ของ Kingston ที่ kingston.com/flashguide

    ประสิทธิภาพ USB 3.2 Gen 1 จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หลักที่มีพอร์ต USB 3.2/ 3.1/ 3.0

    สามารถติดตาม Kingston ได้ที่:

    Facebook: https://www.facebook.com/kingstonthailand/
    YouTube: http://www.youtube.com/user/KingstonAPAC

    เกี่ยวกับ Kingston Technology

    Kingston Technology เป็นผู้นำระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและเทคโนโลยีโซลูชัน ด้วยสาขาเครือข่ายธุรกิจ และโรงงานผลิตที่มีมากมายทั่วโลก Kingston 

    จึงออกแบบผลิตภัณฑ์ ทดสอบ และจัดจำหน่ายโซลูชันหน่วยความจำ DRAM แฟลช และหน่วยความจำแบบฝัง ที่รวมอยู่ในผลิตภัณฑ์มากมาย รวมถึงแบรนด์เกมมิ่ง HyperX Kingston มีสำนักงานขายและตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก

    รวมไปถึง สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน ยุโรป ยุโรปตะวันออก อินเดีย ละตินอเมริกา รัสเซีย และไต้หวัน สำหรับข้อมูลอื่นเพิ่มเติม โปรดเข้าชมได้ที่ www.kingston.com

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : เอเซอร์ จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเที่ยวทั่วไทยในแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together

  • เอเซอร์ จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเที่ยวทั่วไทยในแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together

    เอเซอร์ จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเที่ยวทั่วไทยในแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together

    บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปิดแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together 

    ภายใต้โครงการ Amazing Thailand ยกความเป็นผู้นำนวัตกรรมไอที ชวนคนไทยออกเที่ยวทั่วไทย วันไหนก็เที่ยวได้ ทำงานได้ในทุกที่ ทุกเวลาในแบบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย 

    นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “พันธกิจของการท่องเที่ยวประเทศไทย คือการขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตทั้งจากภายในประเทศและภายนอกประเทศ

    โดยการท่องเที่ยวได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คน และพื้นที่หรือสถานที่ทำงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไปสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะขอบเขตของสถานที่ทำงานได้ขยายกว้างให้ทุกคนสามารถสร้างพื้นที่ทำงานของตัวเองที่ไหนก็ได้ ซึ่งการทำงานพร้อมกับการเลือกออกเดินทางไปในสถานที่ที่ตนเองถูกใจ จึงเป็น Lifestyle ที่สามารถเห็นได้เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

    โดย ททท. ยังมีแผนกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวได้ในทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ไม่จำเป็นต้องรอเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะฉะนั้นการใช้เทคโนโลยีรวมถึงอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองได้ทั้งการทำงานและการท่องเที่ยว จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก อีกทั้งเทคโนโลยียังเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยในการเผยแพร่ สร้างการรับรู้ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

    โดยเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูล ทั้งภาพ และเสียง และความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวได้ ทำให้การร่วมเป็นพันธมิตรกับ Acer ก็จะสามารถเป็นฐานในการส่งข้อมูลและข่าวสารของแหล่งท่องเที่ยวได้อีกช่องทางหนึ่ง และส่งผลให้เกิดการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยอาศัยฐานลูกค้าที่กว้างขวางของ Acer อีกด้วย”

    นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทย ข้อมูลจาก EIC ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งไทยและต่างชาติในปี 2562 มีสัดส่วนสูงถึง 18.6% ของ GDP แยกเป็นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 11.9% 

    และนักท่องเที่ยวชาวไทย 6.7% ของ GDP ล่าสุด ธปท. ได้ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยลง ที่คาดว่าจะทำให้ GDP ลดลงอีก 0.5% และเมื่อเร็วๆ นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศด้วยการเชิญชวนให้คนไทยออกเที่ยวไทยเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

    ทั้งนี้มีผลสำรวจของ ททท. ระบุว่าหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยวางแผนท่องเที่ยวในระยะสั้น (เดินทางในจังหวัดที่พักอาศัย) ก็คือไม่มีเวลาว่างจากการทำงานนั่นเอง 

    ในชั่วโมงที่ยังไม่มีการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศ กลุ่มคนที่ปกตินิยมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของภาคการท่องเที่ยว เพราะคนกลุ่มนี้กระหายในการเดินทางและมีกำลังซื้อสูง จึงเป็นโจทย์สำคัญของภาคส่วนต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในคนกลุ่มนี้

    นอกจากนี้เรายังพบว่าปีนี้เป็นปีของ Digital Nomad ผู้ประกอบการอิสระหรือฟรีแลนซ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงตลาด out-source ก็เติบโตมากขึ้น เนื่องจากบริษัทหลายแห่งต้องการลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ บางประเทศที่เห็นโอกาสจากเทรนด์ตลาดนี้ได้เริ่มออกแคมเปญ การสนับสนุนต่างๆ สำหรับคนกลุ่มนี้ ให้สามารถย้ายที่ทำงานไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการออก Digital Nomad Visa โปรโมชันต่างๆ การลดหย่อนภาษี การให้วันหยุดที่ไม่นับเป็นวันหยุด ฯลฯ

    มีคำถามเกิดขึ้นว่าการเวิร์คเคชั่น (Workation) นั้น “เวิร์ค” จริงหรือ สำหรับเอเซอร์เรามองว่าการทำงานแบบ “work-life flow” คือรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์ในยุคปัจจุบัน นั่นคือการโฟกัสประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าความพยายามที่จะบาลานซ์ชั่วโมงการทำงาน ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานนั้น

    นอกจากเรื่องโลเคชันจะมีส่วนช่วยในการสร้าง productivity ให้คนทำงานแล้ว ความพร้อมในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และระบบเน็ตเวิร์คก็เป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างสรรค์ผลงานครีเอทีฟต่างๆ รวมถึงคุณสมบัติของเครื่องอุปกรณ์ที่ทำให้การทำงานนอกสถานที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

    แนวคิดล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สู่การคอแลปครั้งสำคัญของสองวงการ ดึงจุดแข็งของเอเซอร์ผนวกกับความเป็นไอทีที่เข้าถึงดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คนมาเป็นอีกหนึ่งเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวในประเทศ

    ภายใต้แคมเปญ Make Your Mark Work Anywhere, Travel Together แคมเปญที่เอเซอร์ตั้งใจทำขึ้นเพื่อชักชวนคนไทยให้ออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศ  ที่จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบ Hybrid: travel & work ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การทำงานของโลกยุคใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับ “ออฟฟิศ” หรือ “สำนักงาน” ช่วยให้เราสามารถท่องเที่ยวไปพร้อมกับการทำงานควบคู่กันได้ในทุกที่ ทุกเวลาอย่างมืออาชีพ

    โดยเอเซอร์จะโปรโมทวิดีโอการท่องเที่ยวในประเทศไทยไปกับช่องทางต่างๆ ของเอเซอร์ที่กระจายไปยังผู้ใช้ในกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เอเซอร์เชื่อว่าจากการร่วมมือในแคมเปญนี้จะช่วยกระตุ้นและผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยมีสีสันมากขึ้น  

    นอกจากความร่วมมือกับ ททท. แล้ว เอเซอร์ร่วมกับอินเทล จัดโปรโมชั่น Make Your Mark Work Anywhere,  Travel Together ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563 ลุ้นโชค 2 ชั้น มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท


    โชคชั้นที่ 1 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Acer, Predator หรือ ConceptD ที่มี Intel® Processor และลงทะเบียนสินค้าผ่าน Inbox Facebook: Acer Thailand รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล

    • แพกเกจตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พัก 3 วัน 2 คืน ณ DEVASOM Sky Villa จ.พังงา พร้อมดินเนอร์สุดหรู (สำหรับ 4 ท่าน) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 120,000 บาท  
    • Notebook Acer Swift 3 จำนวน 20 รางวัลๆ ละ 23,990 บาท
    • Voucher ที่พักรถบ้าน (สำหรับ 2 ท่าน) จำนวน 100 รางวัลๆ ละ 6,000 บาท

    โชคชั้นที่ 2 เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Acer หรือ Predator รุ่นที่ร่วมรายการและลงทะเบียนสินค้าด้วยบัญชี Facebook ของตนเองผ่าน Inbox Facebook: Acer Thailand รับ Cash Back มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท

    กำหนดจับรางวัล วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์บริการเอเซอร์, ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ประกาศผลทาง www.acerthailand.com ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://acerthailand.com/acer-work-anywhere

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : LINE IDOL เปิดตัว Influencer Commerce เดินหน้ายกระดับอินฟลูเอนเซอร์ จากมือสมัครเล่นสู่มืออาชีพ

  • วันตรุษจีน

    วันตรุษจีน

    วันตรุษจีน

    วันแรกของฤดูใบไม้ผลิตามปฏิทินจีนเริ่มต้นด้วยวัน ลีชุน ซึ่งเป็นวันแรกในทางสุริยคติของปีปฏิทินจีน เป็นช่วงเวลาที่มีอากาศดีที่สุด วันดังกล่าวยังเป็นวันสิ้นสุดฤดูหนาว เทศกาลตรุษจีนก็ถือเป็นเทศกาลที่สำคัญที่สุดของชาวจีน คล้ายกันกับงานเทศกาลของตะวันตก หรือที่เรียกกันว่า คริสต์มาส เนื่องจากช่วงเดือนก่อน วันตรุษจีน นั้นประเทศจีนจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะไม่สามารถทำการเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ ดังนั้นชาวจีนจึงได้กำหนดวันแรกของฤดูใบไม้ผลิเป็นวันสำคัญ

    วันจ่าย (ตื่อเส็ก) ตรงกับ วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564

    • วันที่ต้องไปหาซื้ออาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ มาเตรียมพร้อมไว้ก่อน เพราะว่าวันไหว้จะเป็นวันที่ร้านค้าต่าง ๆ จะหยุดยาวในช่วงเทศกาลตรุษจีน

    วันไหว้ ตรงกับ วันพฤหัสบดี ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564

    • วันไหว้ของเทศกาลตรุษจีนนั้นจะเป็นวันที่มีการไหว้เทพเจ้าต่าง ๆ ด้วยอาหาร ผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ ฯลฯ ตามธรรมเนียมปฏิบัติขอพรไหว้เทพเจ้าแห้งโชคลาภหรือบรรพบุรุษ

    วันเที่ยว (ชิวอิก) ตรงกับ วันศุกร์ ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564

    • วันที่คนจีนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่ที่สวยงามสีแดงสดใส จะออกเดินทางไปเป็นครอบครัวเพื่อไปไหว้ขอพรผู้ใหญ่ หรือพากันท่องเที่ยว ถือว่า วันนี้เป็นวันแห่งสิริมงคล และงดทำบาปทั้งปวง

    ประเพณีของวันตรุษจีน นั้นมีประวัติยาวนานกว่าสี่พันปีมาแล้ว เดิมทีนั่นไม่ได้เรียกว่าวันตรุษจีน แต่มีเชื่อเรียกต่างกันตามยุคตามสมัย นั่นคือก่อนเริ่มคริสต์ศักราชจะเรียกว่า วัน  “ซุ่ย” หมายถึงการโคจรครบหนึ่งรอบของดาวจูปีเตอร์ จนกระทั่งผ่านมาจากรุ่นสู่รุ่น เทศกาลตรุษจีนจะถูกเรียกว่า “เหนียน” หมายถึงการเก็บเกี่ยวพืชผลอุดมสมบูรณ์

    วันตรุษจีน

    การเตรียมต้อนรับ เทศกาลตรุษจีน เนื่องจากธรรมเนียม การไหว้ตรุษจีน จะต่อเนื่องกันมาจากวันสิ้นปีชาวจีนจะมีการทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ ทุกซอกทุกมุมเพื่อให้บ้านมีโฉมหน้าใหม่ อาหารและพิธีกรรมต่างๆ จะประดับประดาไปด้วยสีแดง แม้กระทั่งการแต่งตัว เสื้อผ้าสีแดงถือเป็น สีมงคลในวันตรุษจีน ซึ่งมีความเชื่อว่าจะมีแต่ความมั่งคั่ง ร่ำรวย สุขภาพแข็งแรงอยู่ดีมีสุขตลอดทั้งปี ส่วนของ อาหารวันตรุษจีน นั้นไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของจีนการรับประทานอาหารด้วยกันทั้งครอบครัวด้วยอาหารที่แสนอร่อย และมีความหมายด้วยกันทั้งสิ้น เช่น ไก่ หมายถึง ความสง่างาม ยศฐา บรรดาศักดิ์ ความขยันขันแข็ง ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เป๋าฮื้อแห้งหมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่ดี สาหร่าย จะนำความร่ำรวยมาให้ และ ขนมต้ม (Jiaozi) หมายถึงบรรพชนอวยพร และยังมีเต้าหู้และปลา เพราะว่าการออกเสียง”เต้าหู้”และ“ปลา”นั้นพ้องเสียงกับคำว่า“ฟู่อวี้” ซึ่งมีความหมายว่ามั่งคั่งร่ำรวย

    อาหารไหว้ตรุษจีน

    อาหารไหว้ วันตรุษจีน

    ไก่ หมายถึง ความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน  ยศ ความสง่างาม  ไก่มีมงคล 2 ประการคือ

    • หงอนไก่เพราะมีลักษณะคล้ายหมวกของขุนนาง สื่อความหมายมงคลถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน
    • ไก่ขันตรงเวลาทุกเช้าสะท้อนถึงการรู้หน้าที่ของตน

    เป็ด หมายถึง สิ่งที่บริสุทธิ์ ความสะอาด ความสามารถอันหลากหลาย

    หมู หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ มีกินมีใช้ตลอดทั้งปี

    ปลาทั้งตัว หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ เหลือกินเหลือใช้ เนื่องจากคนจีนแต้จิ๋ว เรียกปลาว่า ฮื้อ แล้วได้พ้องกับวลีมงคลที่ว่า อู่-ฮื้อ-อู่-ชื้ง แปลว่า ให้เหลือกินเหลือใช้

    กุ้งมังกร หมายถึง ความหมายมงคลเกิดจากลักษณะของกุ้งมังกรที่ตัวใหญ่ มีก้ามหมายถึงความมีอำนาจวาสนา

    สาหร่ายดำ หมายถึง ความร่ำรวย เพราะออกเสียงคล้ายกับคำว่า จี๊ ในภาษาจีนที่แปลว่าเงิน และสื่อถึงความมั่งคั่งร่ำรวย

    บะหมี่ยาวหรือหมี่ซั่ว หมายถึง หรือฉางโซ่วเมี่ยน ตามชื่อหมายถึง อายุยืนยาว (ไม่ควรตัดเนื่องจากหมายถึงชีวิตที่ยืนยาว)

    ขนมไหว้-ตรุษจีน

    ขนมไหว้ วันตรุษจีน

    • ขนมเข่ง หมายถึง ความหวานชื่น ราบรื่นในชีวิต ความหวานชื่นอันสมบูรณ์
    • ขนมเทียน หมายถึง ขนมที่มีความหวานชื่น ราบรื่น รูปลักษณ์เป็นกรวยแหลมมีลักษณะเป็นมงคลเหมือนเจดีย์
    • ขนมไข่ หมายถึง ความเจริญเติบโต
    • ขนมถ้วยฟู หมายถึง เพิ่มความรุ่งเรือง เฟื่องฟู
    • ซาลาเปา หรือ หมั่นโถว หมายถึง ไหว้เพื่อให้เปาไช้ ห่อโชค ห่อลาภ

    จันอับ (จั๋งอั๊บ) หมายถึง เพิ่มพูน มีความสุขตลอดไป ใประกอบด้วยขนม 5 อย่าง คือ

    • เต้ายิ้งปัง คือ ขนมถั่วตัด
    • มั่วปัง คือ ขนมงาตัด
    • ซกซา คือ ถั่วเคลือบน้ำตาล
    • กวยแฉะ คือ ฟักเชื่อม
    • โหงวจ๊งปัง คือ ขนมข้าวพอง

    ผลไม้ไหว้ ตรุษจีน,กล้วย,แอปเปิ้ล,สาลี่,ส้มสีทอง,องุ่น,ผลไม้ตรุษจีน,วัน ตรุษจีน

    ผลไม้ไหว้ วันตรุษจีน

    • กล้วย หมายถึง  กวักโชคลาภ มีลูกหลาน มีวงศ์วานว่านเครือสืบสกุล
    • แอปเปิ้ล หมายถึง ความสันติสุข สันติภาพ
    • สาลี่ หมายถึง รักษาคุณงามความดี รักษาโชคลาภเงินทองไม่ให้เสื่อมหาย (สาลี่ไม่นิยมนำมาไหว้บรรพบุรุษและวิญญาณไร้ญาติ)
    • ส้มสีทอง หมายถึง มหาสิริมงคล โชคดี ประสปแต่สิ่งดีๆฃ
    • องุ่น หมายถึง ความเพิ่มพูน ความเจริญงอกงาม และการมีอายุยืนนาน

    ใส่สีแดงวันตรุษจีน

    ความเชื่อโชคลางใน วันตรุษจีน

    1. วันตรุษจีนจะต้องไม่พูดคำหยาบหรือพูดคำที่ไม่เป็นมงคล เพราะเชื่อว่าเป็นการตัดโชค เรื่องราวที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ก็จะไม่เอามาพูดถึง  ควรพูดถึงแต่เรื่องในอนาคตถือเป็นการเริ่มต้นใหม่
    2. ห้ามร้องไห้ในวันปีใหม่จีนหรือวันตรุษจีน หากคุณร้องไห้ในวันปีใหม่จีนนั้นว่ากันว่าคุณจะมีเรื่องที่ทำให้ต้องเสียใจไปตลอดทั้งปี ดังนั้นแม้แต่เด็กดื้อที่ปฎิบัติตัวไม่ดีผู้ใหญ่ก็จะไม่ตีสั่งสอนอย่างเด็ดขาด
    3. วันตรุษจีนการแต่งกายและความสะอาจสำคัญ แต่ห้ามไม่ให้มีการสระผมเพราะจะชะล้างความโชคดีของเราออกไป ควรใส่เสื้อผ้าสีแดง เนื่องจากว่าสีแดง คือ สีแห่งความสุข นำความสว่างความมีออร่ามาให้แก่ผู้สวมใส่เชื่อกันว่าอารมณ์และการปฏิบัติตนในวันตรุษจีน มีผลดีและผลร้ายตลอดทั้งปี เด็กๆ และคนโสด รวมถึงญาติสนิทใกล้ชิดจะได้ อังเปา ซองสีแดงใส่ธนบัตรเพื่อความโชคดีเป็นสิริมงคล
    4. ปรึกษาซินแสก่อนเดินทางออกจากบ้าน สำหรับคนที่มีความเชื่อเรื่องโชคลาง การเดินทางออกจากบ้านช่องในช่วงวันตรุษจีน ก่อนออกจากบ้านอาจมีการเชิญซินแส เพื่อหาฤกษ์ที่เหมาะสมในการออกจากบ้านเสริมความเป็นสิริมงคล
    5. บุคคลแรกที่พบและคำพูดที่ได้ยินคำแรกของปีสำคัญมาก ถือว่าจะส่งให้มีผลได้ตลอดทั้งปี การได้ยินนกร้องเพลงหรือเห็นนกสีแดงหรือนกนางแอ่น ถือเป็นโชคดี
    6. ห้ามเข้าห้องนอนในวันตรุษจีน ถือว่าป็นโชคร้ายมากๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเจ็บป่วยไข้หรือไม่สบายอย่างไร ก็ต้องแต่งตัวออกมานั่งในห้องรับแขก
    7. ห้ามใช้มีดหรือกรรไกรตัดผ้า ตัดผม หรือตัดสิ่งของใดๆในช่วงวันตรุษจีนและห้ามกวาดบ้าน เพราะคนจีนมีความเชื่อว่าการกระทำเช่นนั้นจะเป็นการตัดหรือปัดโชคลาภดีๆออกจากตัว

    แต๊ะเอีย

    อั่งเปา กับ แต๊ะเอีย

    อั่งเปาสีแดง สีแดงของซองเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี โดยมีธรรมเนียมคือ ผู้ใหญ่ที่ทำงานมีรายได้แล้ว จะมอบซองสีแดงที่มีเงินจำนวนหนึ่ง ให้กับเด็กๆ พร้อมกล่าวสวัสดีปีใหม่ และเงินที่บรรจุภายบางครั้งจะเป็นเลขนำโชค เช่น เลข 8 อ่านในภาษาจีนจะมีความหมายถึงความรุ่งเรือง หรือความร่ำรวย

    อั่งเปา

    แต๊ะเอีย สมัยก่อนเหรียญเงินของชาวจีนที่ใช้นั้นจะมีรูตรงกลาง ตามธรรมเนียมปฏิบัติผู้ใหญ่จะร้อยเหรีญเงินเหล่านั้นด้วยเชือกสีแดงเป็นพวงๆ และนำมามอบให้เด็กๆ ในเทศกาลตรุษจีน พวกเด็กๆ ก็มักจะนำมาผูกเก็บไว้ที่เอว

    การให้แต๊ะเอีย จะเป็นเลข “ซี่สี่” คือ 400 จะเป็นตัวเลข 4 กับแบงก์ ร้อย 4 ใบ หรือจะให้เป็น 2 เท่า 3 เท่าของ ซี่สี่ คือ 800  ก็ได้ อีกอย่างที่น่าสนใจสำหรับเทศกาลตรุษจีน คือ การติดยันต์แผ่นใหม่ที่หน้าประตูบ้าน เพื่อเป็นสิริมงคลและคุ้มครองภัย

    การอวยพรในวันตรุษจีน, คำอวยพรวันตรุษจีน,ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้

    การอวยพรในวันตรุษจีน

    ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ แปลว่า ขอให้ประสบโชคดี ขอให้มั่งมีปีใหม่

    เกียฮ่อซินนี้ ซินนี้ตั้วถั่น แปลว่า สวัสดีปีใหม่ ขอให้ร่ำรวยๆ”

    เจาไฉจิ้นเป่า  แปลว่า  เงินทองไหลมาเทมา ทรัพย์สมบัติไหลเข้าบ้าน

    เหนียนเหนียนต้าจ้วนเฉียน  แปลว่า  ปีนี้ร่ำรวยมหาศาล

    ซื่อเย่ฟาต๋  แปลว่า  กิจการเจริญรุ่งเรือง

    อีกฝ่ายที่ได้รับคำอวยพรก็จะกล่าวตอบว่า ตั่งตังยู่อี่ ซึ่งแปลว่า ขอให้สุขสมหวังเช่นกัน

    วันจ่าย,วันไหว้,วันเที่ยว

    เกี่ยวกับตรุษจีน

    พระจันทร์สีเลือด คืออะไร

  • BOTTEGA VENETA FALL 2020 COLLECTION

    BOTTEGA VENETA FALL 2020 COLLECTION

    พลังและการเคลื่อนไหวที่แรงกล้าเพื่อเฉลิมฉลองวิวัฒนาการอันเลอค่า และสง่างาม

    สำหรับคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2020 จากโบเตก้า เวเนต้า (Bottega Veneta) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ แดเนียล ลี  (Daniel Lee) 

    นำเอาแรงบันดาลใจจากผลงานของแบรนด์ในช่วงแรกๆ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สัมผัส เท็กซ์เจอร์ มาผสมผสานกับนวัตกรรมอันก้าวหน้าในการออกแบบ ตัดเย็บ งานฝีมืออันเป็นมรดกตกทอดและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาช้านาน

    เติมกลิ่นอายให้เสื้อผ้าที่มีความร่วมสมัย แปลกใหม่และก้าวไปข้างหน้า พลิ้วไหวราวบทกวีแต่ทว่าก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

    ทั้งหมดนำเสนอผ่านเสื้อผ้าที่ใช้เนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น อย่างผ้านิตและผ้าเจอร์ซีย์ สวมใส่และเคลื่อนไหวได้สะดวกสบาย แต่ทว่ายังคงไว้ซึ่งความหรูหราในซิลูเอตต์ที่ทำให้ตัวดูสูงยาวมากขึ้น ทั้งโค้ตตัวเพรียวของผู้ชายและผู้หญิง สวมทับกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่มีความยาวเลยข้อมือ

    เช่นเดียวกับชุดที่ใช้ผ้านิตอัดพลีตที่ช่วยสร้างเท็กซ์เจอร์ลายทางและทำให้ลำตัวดูสูงยาวมากขึ้น 

    เสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้เป็นเหมือนดั่งการเดินทางในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ การสร้างนิยามของความสง่างามรูปแบบใหม่ในทุกโอกาสแห่งการใช้ชีวิต   

    กลางเดือนกันยายนนี้ สาวก Bottega Veneta เตรียมพร้อมกับกิจกรรมสุดเซอร์ไพร์สได้ที่สโตร์แห่งหนึ่งของเรา ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : Bottega Veneta นำเสนอ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิคประจำซีซั่น

  • “ช้อปปี้” เซอร์ไพรส์นักช้อปต่อเนื่องในมหกรรมช้อปปิ้ง ‘Shopee 9.9 Super Shopping Day’

    “ช้อปปี้” เซอร์ไพรส์นักช้อปต่อเนื่องในมหกรรมช้อปปิ้ง ‘Shopee 9.9 Super Shopping Day’

    ให้ผู้ใช้งานช้อปปี้เพลิดเพลินไปกับโปรโมชั่นและดีลดีๆ จาก AirPay อาทิ ส่วนลดสูงสุด 90% ฯลฯ เดินหน้าส่งแคมเปญพิเศษ “AirPay Day”

    ช้อปปี้’ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน สร้างเซอร์ไพรส์ต่อเนื่องในมหกรรมการช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ “Shopee 9.9 Super Shopping Day” ประจำปี 2563 ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “AirPay Day” 

    เดินหน้ายกระดับการให้บริการการชำระเงิน Moblile Wallet ผ่าน AirPay บนช้อปปี้ที่จะเป็นทางเลือกในการมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และทำให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย

    ผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายเมื่อชำระเงินผ่าน AirPay กับโปรโมชั่นสุดคุ้มจัดเต็มที่คัดสรรมาเพื่อมหกรรมการช้อปปิ้งครั้งนี้โดยเฉพาะ

    ข้อมูลจากการรายงานของ VISA ในปี 2563 แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบัน ชาวไทยกว่า 61% หลีกเลี่ยงการชำระเงินด้วยเงินสดและมักจะเลือกชำระเงินผ่านทางอุปกรณ์สื่อสาร นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ จะผ่านไป ชาวไทยกว่า 69% ยังคงเลือกการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลมากกว่าการกลับมาชำระด้วยเงินสด

    คุณศุภวิทย์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท แอร์เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงชีวิตวิถีใหม่ ประเทศไทย รวมถึงประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ได้เข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ผู้คนจำนวนมากหันมาเลือกใช้บริการการชำระเงินแบบไร้เงินสดผ่านช่องทางดิจิทัล เพราะสะดวกสบายมากกว่า รวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก

    ซึ่งสอดรับกับหนึ่งในพันธสัญญาของช้อปปี้แห่งปีที่มุ่งพัฒนาการบริการด้านการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากที่สุด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้มี Ecosystem ที่สมบูรณ์และครบครัน  ‘AirPay’ จึงเป็นช่องทางการชำระเงิน Mobile Wallet ที่ช้อปปี้ตั้งใจมอบให้เป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้งานเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและทำให้ทุกการซื้อขายออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น”

    เพื่อเฉลิมฉลอง “Shopee 9.9 Super Shopping Day” จัดเซอร์ไพรส์ให้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ผู้ใช้งานช้อปปี้ได้ช้อปสนุก จ่ายสะดวกไปกับแคมเปญ ‘AirPay Day’ ที่เตรียมมามอบโปรโมชั่นและดีลเด็ดมากมาย ได้แก่

    ในตลอดช่วงมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ “Shopee 9.9 Super Shopping Day” วันที่ 20 สิงหาคม – 9 กันยายน 2563

    • เต็มอิ่มไปกับ Deals Near Me รวบรวมร้านอาหารจากแบรนด์ดังอย่าง KFC, Texas, Kamu, Bonchon, Sizzler, Intanin และอื่นๆ ในราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 1 บาท
    • พิเศษในวันที่ 7 กันยายน สำหรับลูกค้าใหม่ เปิดช้อปปี้แล้วสมัคร AirPay 1,000 ท่านแรก รับโบนัส 50 Shopee Coins ใน AirPay Wallet

    พีคสุด คุ้มหนักเฉพาะวันดีเดย์  9 กันยายน 2563 เท่านั้น

    • นักช้อปมีสิทธิ์รับโค้ดส่วนลดเงินคืนในรูปแบบ Shopee Coins สูงสุด 32%
    • พบกับสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ที่ลดสูงสุด 90%  ในช่วงเวลา 9.00 น. และ 21.00 น. เมื่อชำระเงินผ่าน AirPay พร้อมรับโค้ดส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท
    • Deals Near Me มอบความอร่อยคุ้มค่าต่อเนื่องกับแบรนด์ Mezzo, D’Oro, Fresh Me, Sukishi, Subway, Sushi Hana และอื่นๆ อีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 บาท

    สำหรับ “Shopee 9.9 Super Shopping Day” ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ความพิเศษของปี 2563 นี้ คือ ‘ช้อปปี้’ ได้จับมือกับ ‘AirPay’ พร้อมกับเหล่าพันธมิตรทางด้านสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในประเทศไทยเพื่อร่วมกันพัฒนาให้การชำระเงินผ่านช้อปปี้มีความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

    ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวของตนเองจะปลอดภัย โดย AirPay มีระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงและใช้โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจะได้รับการคุ้มครองและป้องกันเป็นอย่างดีจากระบบการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตน อาทิ การใช้รหัส OTP 

    นอกจากนี้ AirPay ยังมีทีมงานลูกค้าสัมพันธ์ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลผู้ใช้งานทุกท่าน และผู้ใช้งานยังได้รับสิทธิพิเศษจากการใช้จ่ายผ่าน AirPay ไม่ว่าจะเป็นโปรโมรชั่น รางวัล และดีลดีๆ มากมาย

    เปิด Shopee ใช้ AirPay กันได้กับมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีในระดับภูมิภาค “Shopee 9.9 Super Shopping Day”  ที่มาพร้อมโปรโมชั่นเด็ด ดีลดีจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย อาทิ 3M, Autobot, Hisense, P&G, Pedigree, Tesco Lotus, TopValue, Unilever 

    และ Whiskas ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 9  กันยายน 2563 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/9-9 

    • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ลดเยอะ แถมยิ่งเยอะ! โปรฯ ซื้อ1 แถมฟรีอีก1 (Buy 1 Get 1 FREE)

  • อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ลดเยอะ แถมยิ่งเยอะ! โปรฯ ซื้อ1 แถมฟรีอีก1 (Buy 1 Get 1 FREE)

    อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ลดเยอะ แถมยิ่งเยอะ! โปรฯ ซื้อ1 แถมฟรีอีก1 (Buy 1 Get 1 FREE)

    อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall)  จัดโปรโมชั่น “BUY 1 GET 1 FREE  #ลดเยอะ แถมยิ่งเยอะ ” ลดแหลก แจกกระหน่ำ! สินค้า ซื้อ1แถม1 

    พบกับทัพเฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน และของใช้ภายในบ้าน ยกขบวนมาให้ช้อปนับร้อยรายการ อาทิ 

    •   สินค้า Recommended ซื้อ 1 ฟรี 1  อาทิ ช้อปตู้เสื้อผ้า 2 หน้าบาน รุ่นH-วาซ แถมฟรี ตู้วางทีวี 120 cm. รุ่นเH-มัช/พี มูลค่า 2,990.-, ช้อปชั้นวางของ 4 ชั้น รุ่นเวลเน็ท แถมฟรี โครงตู้+ตะกร้า  รุ่นไลรี่ มูลค่า 1,990.-,  ช้อปชุดห้องนอน (เตียง 5 / 6 ฟุต + ตู้เสื้อผ้า 4 บาน+โต๊ะแป้งท็อปกระจก) รุ่นบลัง ราคา 39,990.-  จากเดิม 46,890.- / 47,890.- แถมฟรี ตู้วางทีวี 150 cm. รุ่นบลัง/พี มูลค่า 7,990.-,  ช้อปโซฟาผ้ารูปตัวแอล รุ่นจิม ST  ราคา  16,990.- จากเดิม 30,980.- แถมฟรี โซฟา 2 ที่นั่ง รุ่นH-โบ  มูลค่า 7,990.-,  ช้อปชุดโต๊ะทำงาน รุ่น พรีเซ้นซ์  15,900.-  แถมฟรี เก้าอี้สำนักงาน รุ่นเอมเมอร์สัน มูลค่า 5,990.- ฯลฯ
    • สินค้า ซื้อ 1 แถม 1  อาทิ หมอนหนุน, ผ้าขนหนู, ชุดเครื่องนอน, ชุดเครื่องครัว, ตู้ลิ้นชัก4 ชั้น,  เก้าอี้สำนักงาน, นาฬิกา, ชั้นอเนกประสงค์, พรมเช็ดเท้า, กล่องรองเท้า ฯลฯ
    • เลือกรับฟรี!!  ตู้เสื้อผ้า, เตียงนอน หรือโซฟารับระดับ เมื่อช้อปที่นอนรุ่นที่กำหนด
    • เครื่องใช้ไฟฟ้าราคาสุด ว้าว!!  สินค้า 1 แถม1 อาทิ เครื่องปรับอากาศ LG, เตาแม่เหล็กไฟฟ้า และ สินค้าซื้อ1ฟรี1 ช้อปตู้เย็น SHARP (4 ประตู) รับฟรี โซฟาปรับระดับ รุ่นบีบี้ มูลค่า 9,990.-, ช้อปเครื่องซักผ้าฝาหน้าTOSHIBA รับฟรี ชุดเครื่องครัว 5 ชิ้น มูลค่า 1,090.- ฯลฯ

     รับสิทธิ์พิเศษ  จากบัตรเครดิตกสิกรไทย แบ่งจ่าย0% 6 เดือน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 120,000 บาท หรือเลือกชำระเต็มจำนวนรับเครดิตเงินสูงสุด 2,000บาท + แลกรับเครดิตเงินคืนเพิ่มอีก10%  และสิทธิพิเศษอื่นๆ จากบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ

    ช้อปโปรโมชั่นสุดคุ้มกับโปรโมชั่น “Buy 1 Get 1” ลดเยอะแถมยิ่งเยอะ ได้แล้วตั้งแต่ 20 ส.ค .- 23 ก.ย. ศกนี้ ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทุกสาขาทั่วประเทศ  

    หรือช้อปออนไลน์ง่ายๆ ผ่านเว็บไซต์www.indexlivingmall.com สอบถามรายละเอียด  โทร. 1379

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : Bottega Veneta นำเสนอ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิคประจำซีซั่น

  • UA SPORTSMASK สุดยอดหน้ากากผ้าสำหรับนักกีฬา

    UA SPORTSMASK สุดยอดหน้ากากผ้าสำหรับนักกีฬา

    หลังจาก Under Armour เปิดตัวหน้ากากผ้าสำหรับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไป เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จนเป็นที่พูดถึงในหมู่นักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายทั่วโลก

    และเปิดโอกาสให้แฟนๆ ชาวไทยได้เป็นเจ้าของหน้ากากผ้า UA SPORTSMASK ไปแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา และได้ผลตอบรับดีเกินความคาดหมาย

    ล่าสุด Under Armour ทำตามเสียงเรียกร้องแฟนๆ ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของหน้ากากผ้าสุดพิเศษ เปิดจำหน่ายรอบใหม่ในวันที่ 20 สิงหาคม 2563 นี้

    นับเป็นครั้งแรกของวงการกีฬาและการออกกำลังกายที่แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Under Armour ได้พัฒนา UA SPORTSMASK หน้ากากผ้าสำหรับออกกำลังกายที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายโดยเฉพาะ

    โดยทีมนวัตกรรมของ Under Armour ได้คิดค้นหน้ากากผ้าที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ กันน้ำ และออกแบบมาเพื่อการหายใจได้ดียิ่งขึ้น ลดการแพร่กระจายของละอองของเหลวจากระบบทางเดินหายใจของผู้สวมใส่

    ด้านบนของหน้ากากมีโครงที่สามารถปรับให้รับกับจมูก ทำให้สามารถสวมใส่ได้อย่างกระชับ ลดการรั่วไหลของอากาศขึ้นสู่ด้านบนดวงตา ช่วยลดการเกิดฝ้าสำหรับคนที่ใส่แว่นตา หน้ากาก UA SPORTSMASK ยังสามารถซัก ตาก และนำกลับมาใช้ซ้ำได้

    จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าหน้ากากที่ใส่แบบครั้งเดียวทิ้ง ซึ่ง Under Armour กำลังอยู่ในขั้นตอนของการจดสิทธิบัตรดีไซน์และวิธีการผลิตหน้ากากนี้ด้วย

    คุณสมบัติที่โดดเด่นของ UA SPORTSMASK คือ มี 3 ชั้น และถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อนักกีฬาสวมใส่ขณะเล่นกีฬา

    • ชั้นที่ 1 – ผ้าสเปเซอร์ (Spacer Fabric) มีน้ำหนักเบาแต่ยังสามารถคงรูปทรงช่องอากาศไว้ได้ จึงทำให้ไม่แนบทับปากและจมูก ช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
    • ชั้นที่ 2 – โฟมโอเพ่นเซลล์ (Open-Cell Foam) แผ่นโฟมชั้นกลางที่ระบายอากาศได้ดี แต่ไม่ทำให้ความชื้นหรือเหงื่อแพร่กระจายออกไป
    • ชั้นที่ 3 – UA ISO-CHILL ชั้นผ้าที่ทำให้รู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสกับผิวหน้า มีความยืดหยุ่น และผลิตจากเทคโนโลยี PROTX2™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยียับยั้งการเกิดจุลินทรีย์และแบคทีเรียบนวัตถุที่ไม่ใช่โลหะ ทำให้หน้ากากสะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ

    คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ UA SPORTSMASK

    • ผลิตด้วยผ้า 3 ชั้น ตามคำแนะนำเกี่ยวกับหน้ากากผ้าขององค์การอนามัยโลก
    • ผลิตจากวัสดุประสิทธิภาพสูงจาก Under Armour ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับสวมใส่ได้ทั้งวัน และในขณะเล่นกีฬา
    • มีรูปทรงสำหรับช่องอากาศ ทำให้หน้ากากไม่แนบทับปากหรือจมูก สวมใส่สบาย หายใจได้สะดวก
    • ผ้าชั้นนอกกันน้ำ ทำจากผ้านิ่ม ทำให้หายใจได้ดียิ่งขึ้น
    • ผ้าชั้นในผลิตด้วยเทคโนโลยียับยั้งการเกิดจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุของแบคทีเรีย ทำให้หน้ากากสะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ
    • ชั้นโพลียูรีเทนโอเพ่นเซลล์โฟม (Polyurethane Open-Cell Foam) แผ่นโฟมชั้นกลางที่ระบายอากาศได้ดี แต่ไม่ทำให้ความชื้นหรือเหงื่อแพร่กระจายออกไป
    • ชั้นผ้า UA ISO-CHILL ที่ใช้ประกอบด้านในสุดของหน้ากากและส่วนสายคล้องหูให้ความรู้สึกเย็นสบายทุกครั้งที่สวมใส่
    • เนื้อผ้านุ่มลื่น ไม่ระคายเคืองผิวหน้า สวมใส่สบาย ระบายความชื้นจากปากได้ดี
    • รูปทรงหน้ากากเข้ากับใบหน้า สอดรับกับทรงจมูก
    • ส่วนโครงด้านบนของหน้ากากมีความนุ่มและสามารถปรับให้กระชับกับจมูกได้
    • สายคล้องหูและส่วนข้างของหน้ากากมีความยืดหยุ่น
    • สามารถซัก ตาก และนำกลับมาใช้ซ้ำได้
    • มาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กที่สามารถซักได้ ผลิตจากเทคโนโลยียับยั้งการเกิดจุลินทรีย์

    สำหรับแฟนกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายในที่สาธารณะหรือกลางแจ้ง และกำลังมองหาหน้ากากผ้าสำหรับใส่ออกกำลังกายโดยเฉพาะ สามารถเป็นเจ้าของ UA SPORTSMASK ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

    ที่ร้าน Under Armour ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาศูนย์การค้าจังซีลอน) ร้าน Hoops Station ร้าน Dilok ร้าน SportsWorld และ ร้าน Project Beyond ในเครือสหพัฒน์ (สินค้ามีจำนวนจำกัด และจำกัดการซื้อคนละไม่เกิน 5 ชิ้น)

    สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชันพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทางต่อไปนี้

    • เว็ปไซต์ www.ua.com
    • Line Official Account @Underarmourth
    • ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada
    • ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ทำความรู้จักผ้าที่เหมาะ ทำ “หน้ากากอนามัย” มากที่สุด

  • Bottega Veneta นำเสนอ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิคประจำซีซั่น

    Bottega Veneta นำเสนอ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิคประจำซีซั่น

    สำหรับแอคเซสเซอรี่ประจำคอลเล็คชั่น Pre Fall 2020 แสดงถึงส่วนผสมของงานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bottega Veneta ไอเทมอย่างกระเป๋านั้น

    ยังคงสานต่อเทคนิคการสานหนัง Intrecciato อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้นำมาสร้างสรรค์ รวมไปถึงการนำเสนอสีสันอันสวยงามของคอลเล็คชั่นนี้

    สำหรับซีซั่นนี้ โดดเด่นด้วยโซ่ทองขนาดใหญ่ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของกระเป๋า Padded Cassette โดยผลงานการออกแบบสุดไอคอนิคจาก แดเนียล ลี (Daniel Lee) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ รังสรรค์ขึ้นจากหนังนัปป้า (Nappa) ที่มอบสัมผัสนุ่มนวลและน่าหลงใหล ผสานเข้ากับเทคนิคการสานหนังแบบ Intrecciato 

    โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของ Bottega Veneta ตัวกระเป๋าถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ทั้งรูปแบบการถือผ่านตัวกระเป๋า และใช้งานด้วยสายสะพายไหล่ 

    และอีกหนึ่งไอเทมที่ แดเนียล ลี (Daniel Lee) ได้ต่อยอดการสร้างสรรค์อย่าง Fringe Pouch ที่ดีไซน์เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบนเรียบ ผลิตขึ้นจากหนังแกะ (Nappa) ประดับด้วยริ้วเส้นหนังจากวัสดุชนิดเดียวกัน 

    สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพับลงเสมือนกระเป๋าคลัทช์ หรือปรับเปลี่ยนให้เป็นสะพายไหล่พร้อมกับสายหนังที่ปรับระดับได้ 

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : VERSACE SUMMER CAPSULE COLLECTION , RCB x PARNARTS Tote Bag Special Edition