หมวดหมู่: อาหาร

  • Cape Gooseberry เคพกูสเบอร์รี่ สรรพคุณเกินตัวรู้แล้วรีบบอกต่อ

    Cape Gooseberry เคพกูสเบอร์รี่ สรรพคุณเกินตัวรู้แล้วรีบบอกต่อ

    Cape Gooseberry เคพกูสเบอร์รี่ สรรพคุณเกินตัวรู้แล้วรีบบอกต่อ

    Cape Gooseberry  เคพกูสเบอร์รี่ หรือ เรียกชื่อไทยๆ ว่า โทงเทงฝรั่ง หรือ ระฆังทอง ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับมะเขือ มะเขือเทศ มะเขือยาว และมันฝรั่ง (ไม่เกี่ยวข้องกับกูสเบอร์รี). ที่หลายๆ คนมักเรียกผิดว่า Gooseberry เคพกูสเบอร์รี่ เป็นพืชพื้นเมืองในบริเวณเปรูและชิลี ผลสดเมื่อรับประทาน เนื้อนุ่มฉ่ำ แทรกด้วยเมล็ดสีเหลือง รสหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ คล้ายสับปะรดผสมมะเขือเทศ  หรือ  มะเขือเทศผสมองุ่น แต่มีกลิ่นหอมน่ารับประทานมากกว่า ผลที่ต้มแล้วใส่พายหรือพุดดิง แปรรูปเป็นแยมหรือเยลลี่ ในเม็กซิโกใช้กลีบเลี้ยงต้มรับประทานเป็นยาสมุนไพรรักษาโรคเบาหวาน ผลดิบเป็นพิษ ผลสุกรสหวานอมเปรี้ยว มีเพกตินมาก

     

    นักวิชาการเกษตร ฝ่ายพัฒนาเกษตรที่สูง  มหาวิทยาลัยแม่โจ้  ได้ทำการศึกษาค้นคว้าและทดลองปลูกเกี่ยวกับเคพกูสเบอรี่หรือโทงเทงฝรั่งในมูลนิธิโครงการหลวง  ซึ่งทำการปลูกในสภาพโรงเรือนพบว่าได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ  ทำให้เคพกูสเบอรี่เป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ  ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค.

    ทุกวันนี้ ผู้คนทั่วไปตื่นตัวหันมาสนใจสุขภาพตัวเองมากขึ้น  โดยให้ความสำคัญถึงคุณค่าและประโยชน์จากอาหารเพื่อป้องกันหรือบรรเทาโรคภัยไข้เจ็บ แทนการใช้ยารักษาโรคอย่างพร่ำเพรื่อ เหมือนคำพูดที่ว่า “…ให้กินอาหารเป็นยา  ดีกว่ากินยาเป็นอาหาร…”  นั่นหมายถึงอย่าทานยามากมายเกินไปจนกลายเป็นอาหาร แต่ควรทานอาหารที่มีประโยชน์และสามารถแทนยาป้องกันรักษาโรคได้นั่นเอง

     

     

    สรรพคุณของเคพกูสเบอร์รี่ (สตรอเบอร์รี่ดอย)

    • มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ยอดเยี่ยมเพื่อช่วยป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็ง
    • ช่วยให้ภูมิคุ้มกันร่างกายแข็งแรง
    • มีวิตามินซีสูง ช่วยแก้หวัด
    • มีสรรพคุณช่วยให้ผิวพรรณสดใส
    • มีวิตามิน A ที่ช่วยป้องกันอาการตาบอดในที่มืด ทำให้สายตาดีขึ้น
    • บำรุงดวงตาให้มองเห็นชัด ช่วยในการมองเห็น
    • ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะต่อมน้ำลายอักเสบ
    • ประโยชน์ของเคพกูสเบอร์รี่ช่วยบำรุงปอดเนื่องจากมี anti-inflammatories ซึ่งดีต่อโรคหอบหืดโดยนำผลตากแห้งมาทำเป็นชาดื่มวันละ 3 เวลา จะช่วยปัญหาเกี่ยวโรคปอดได้
    • อุดมไปด้วยเพคตินซึ่งเป็นเส้นใยที่ละลายน้ำได้อย่างยอดเยี่ยมช่วยบรรเทาอาการทางเดินอาหารและป้องกันอาการท้องผูก
    • แก้เวียนศีรษะ อึดอัด นอนไม่หลับ
    • มีใยอาหารสูง และมีรสเปรี้ยวช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
    • สรรพคุณของเคพกูสเบอร์รี่ช่วยลดริ้วรอยแห่งวัย
    • มีสารแคโรทีนอยด์ ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ
    • ประโยชน์ของเคพกูสเบอร์รี่ช่วยแก้ฟกช้ำบวมอักเสบ
    • มีสรรพคุณช่วยลดผดผื่นคัน
    • ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ เงางาม
    • ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดต่อมทอนซิลอักเสบ
    • ช่วยแก้เจ็บคอ ขับเสมหะ
    • มีประโยชน์ช่วยแก้ร้อนใน
    • ช่วยในเรื่องของภาวะมีลูกยาก ป้องกันการเป็นหมัน
    • ประโยชน์ของเคพกูสเบอร์รี่เป็นผลไม้บำรุงครรภ์
    •  มีสารแอนโธไซยานินสูงซึ่งช่วยในการอักเสบ – ปวดบวมและแดง
    • ช่วยขับปัสสาวะ
    • ช่วยแก้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
    • มีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าผลโกจิเบอร์รี่, บล็อคโคลี่, แอปเปิ้ล, ทับทิม ซะอีก
    • มีโพแทสเซียมสำหรับการควบคุมน้ำและสุขภาพของหัวใจสังกะสีสำหรับระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงฟอสฟอรัสและแคลเซียมสำหรับกระดูกที่แข็งแรงธาตุเหล็กสำหรับโรคโลหิตจางและแมกนีเซียมสำหรับการผลิตเอนไซม์

    สำคัญเลยคือ  – ต้องกินเคพกูสเบอร์รี่เฉพาะตอนสุกเท่านั้น ถ้าไม่สุกจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย  ย้ำ!!! กินเฉพาะตอนสุกเท่านั้น

     

     

    Credit By :   pinterest   paulhaider wordpress.com    wikipedia   lovefitt

    บทความที่เกี่ยวข้อง อื่นๆ  มะขามป้อม ผลไม้อัศจรรย์ประโยชน์น่าเหลือเชื่อ   สุดยอดผลไม้ทานแล้วห่างไกลโรคมะเร็ง

  • สูตรมาม่า ในวันหวยกิน

    สูตรมาม่า ในวันหวยกิน

    ไม่ถูกหวยอย่าท้อใจสู้ต่อไปสักวันคงจะเป็นวันของเรา แต่ถ้าวันนี้ไม่ใช่ ยังไง๊ ยังไง ก็ต้มมาม่ากินไปก่อนละกันนะจ๊ะ รวมสูตรมาม่า ในวันที่หวยกิน

    ไข่เจียวมาม่ากรอบ

    เครื่องปรุงและวัตถุดิบ

    1.ไข่ไก่ 2 ฟอง

     

     

    2.มาม่ารสต้มยำ /2 ห่อ

    3.น้ำมันพืช

    4.ซอสพริก/ ซอสมะเขือเทศ

     

     

     

     

    วิธีทำ

    1.ตั้งน้ำให้ร้อนใส่เส้นมาม่าลงไปลวกพอสุก

    2.รินน้ำออกนำเส้นคลุกกับผงเครื่องปรุง พักไว้

    3.ตีไข่ไก่ให้ขึ้นฟูใส่เส้นมาม่าลงไปกดคลุกให้เส้นมาม่าท่วมไข่ไก่

    4.ตั้งน้ำมันให้ร้อนใส่ไข่มาม่าที่เตรียมไว้ลงทอดให้เหลืองกรอบ ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน ตัดเป็นชิ้นทานคู่กับซอสพริกหรือซอสมะเขือเทศ

     

  • 21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ

    21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ

    21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ

    จั่วหัวข้อมาแบบ หืมมม จิงดิ๊ ทำได้จริงหรอ อ่านไปอ่านมาเดี๋ยวก็บอกให้ออกกำลังกายบ้างละ กินอาหารให้ครบหมู่บ้างล่ะ ฟังๆดูแล้วก็เหมือนๆกันกับบทความอื่นๆ “คิดแบบนี้อยู่ใช่มั้ย” ถ้าจะคิดลบกับเราแบบนี้ เราก็เสียใจนะ แต่เอาเถอะ ขอร้องละ เปิดใจให้กว้างอีกนิด เพราะเรามีเทคนิคการลดน้ำหนัก แบบขี้เกียจๆจริงๆมาบอกกัน

    ประสบการณ์ตรงกับน้ำหนักที่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่ปล่อยนานไปก็คงจะตัวแตก น้ำหนักเราเคยสูงสุดอยู่ที่ 56 และเป็น 56 ที่ได้มาแบบงงๆ มงราชินีช้างกำลังจะลงหัว กระนั้นเลยจึงสำเนียกได้ว่า เห้ยยยยย ลดได้ล่ะม่ะ สิ้นวลีนั้น เราก็หาวิธีลดน้ำหนักในทันที 21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ

    และสิ่งที่ได้มาคืออะร๊ะ หลากหลายวิธีที่เราเห็นแล้วพูดกับตัวเองว่า แมร่งเอ่ย ชาตินี้ก็ลดไม่ได้แน่ เลิก!!!! ดูสิเนี๊ยะ เลิกตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ก็มันท้อจายยยย 

    ก็เพราะแบบนี้ไง เราถึงเข้าใจว่าคนที่อยากลดน้ำหนักจริงๆแล้ว มีความอยากลดจริงๆ จริงมากๆ แต่แค่มีความ “ขี้เกียจ” มากกว่าแค่นั้นเอ๊งงง (เสียงสูง) และนอกจากความขี้เกียจออกกำลังกายแล้ว ยังจะไม่เลิก ลด ละ อาหารประเภทบุฟเฟ่ อี๊กกก ก็มันหิวนิน้า  แต่อะไรรู้มั้ย ตลกมากเลยเวลาที่เราไปเจอยาลดน้ำหนักที่ใครต่อใครบอกว่าดีนักดีหนา ถึงเขาจะบอกว่าต้องกินหลังอาหาร 3 มื้อนะ กินก่อนนอนด้วยนะ แต่เรากลับไม่ขี้เกียจที่จะกินมัน ไม่ลืมมัน ถึงแม้จะนอนหลับไปแล้ว ลืมที่จะกินมัน เราก็ยังเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงเพื่อกินมัน เพราะเรากลัว กลัวที่จะอ้วนจนลืม ขี้เกียจ  อ่ะ ไม่เป็นไร ขี้เกียจก็คือขี้เกียจ เราก็จะมาหาวิธีลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจๆกัน

     21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ

    “21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ”

    ทำไมต้อง 21 วัน ?

    หลักวิทยาศาสตร์ล้วนๆ อาจจะง่วงๆหน่อยถ้าอ่านตรงนี้ แต่มันสำคัญ และเป็นจุดปลดล๊อคความอ้วนได้อย่างเห็นผล

    21  วันเป็นหลักการณ์เปลี่ยน พฤติกรรม ด้วยกลไก ของ สมองและการรับรู้ 

    คุณว่านิสัยเราเกิดมาจากอะไร : การทำซ้ำๆใช่มั้ย ทำบ่อยๆจนร่างกาย สมองเคยชิน และผลงานวิจัยได้ออกมาแล้วว่า 21 วันนี่แหละ ที่จะทำให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมของเราได้ ความขี้เกียจก็เช่นกัน

    21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ

    1. ตื่นสายสไตล์คนขี้เกียจ : การตื่นสายถือเป็นคุณสมบัติ 1 ของผู้ที่ได้ชื่อว่าขี้เกียจ ไม่เป็นไรนะ ถ้าคุณจะตื่นสาย แต่เราอยากให้คุณ ตื่นมาแล้ว บิดขี้เกียจ แบบสุดๆ สุดแขนสุดขา บิดทั้งตัวบิดตึงๆบิดไปยาวๆ บิดจนรู้สึกตัวร้อนๆ รุมๆ มันจะรู้สึก เหนื่อยหน่อยๆแต่ไม่มาก เสร็จแล้วลุกไปกินน้ำเปล่าสักแก้ว ( สำคัญกินให้ได้ 21 วัน ถึงแม้บางคนจะรู้สึกทรมานเล็กๆกับการดื่มน้ำเปล่าเพราะเป็นคนติดน้ำอัดลม อันนี้เราเข้าใจเพราะเราก็เป็น )  21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ
    2. ตุนอาหารไว้เต็มตู้เย็นเพราะขี้เกียจออกไปหาซื้ออะไรกิน : อันนี้เราทำบ่อย เต็มตู้เลย บ้าจริง กะกิน 7 วัน ที่ไหนได้ 3 วันก็หมดละ ถ้าขี้เกียจออกจากบ้าน ขอได้มั้ย สิ่งที่ซื้อมาใส่ตู้เย็นไว้ ขอเป็น น้ำอัดลมที่แบบ 0 % ไม่มีน้ำตาล อาหารขอเป็น เนื้ไก่ ผัก ผลไม้ กินแบบนี้นะ 21 วัน พอพ้น 21 วันอยากกินไร กินเลย

       21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ
      Healthy food concept
    3. หยุดกินไม่ได้เลย : กินอาหารให้ตรงตามเวลาในแต่ละมื้อ เช่น เที่ยง กินข้าวแล้วโคตรอิ่มเลย แต่อยากกินขนมหวาน กะว่าจะไว้กินตอนบ่ายๆ No เลยนะ ขอเถอะ อยากกิน กินเลย กินตอนอิ่มๆ กินเด๋วนั้นเลย ท้องจะแตกก็กินเข้าไป อ่อแล้วอีกอย่าง กินอาหารรสจัด ให้น้อยลง เค็ม หวาน เปรี้ยว ลองกินของจืดๆบ้าง 21 วันเด๋วก็ชิน  21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ
    4. ชอบกินกลางคืน  หลัง 6 โมง กระตุ้นโรคขี้เกียจในตัวให้กำเริบ : หยุดกินอะไรหลัง 6 โมงเย็น ดึงความขี้เกียจทั้งหมดออกมาใช้กับปาก (สำคัญมากต้องทำให้ได้ ทำได้ปุ๊ปน้ำหนักลดเลย)  21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ
    5. ขี้เกียจออกกกำลังกาย : ขี้เกียจออกกำลังกายก็ไม่ต้องออก แต่ขอได้มั้ย กินไปเท่าไหร่ต้องใช้พลังงานไปเท่านั้นนะ จะนั่งเล่นเกมส์ จะนอน จะดูทีวี ทั้งหมดคือการใช้พลังงาน (ตารางการใช้พลังงาน) เช่น เอาแบบขี้เกียจสุดๆเลยนะ นอนเล่นๆ แบบนอนไม่หลับ  เราจะใช้พลังงานไป 85  แคลอรี่/ชั่วโมง ถ้าวันนี้กินข้าวมันไป 1 จาน = 585 กิโลแคลอรี่ ต้องนอนกี่ชั่วโมง คิดเอา  21 วันลดน้ำหนักแบบคนขี้เกียจ
    6.  บุฟเฟ่กลางคืน : กินได้เลย แต่อย่างที่ว่า กินเท่าไหร่เอาออกไปเท่านั้น นะ เพียง 21 วันที่เปลี่ยนพฤติกรรมในการกินของเราไปก็ช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ ลองไปทำกันดูนะคะ เราเองลดจาก 56 เหลือ 48 ด้วยวิธีการขี้เกียจออกกำลังกาย แต่เลือกกิน และคิดอยู่เสมอว่า อะไรให้พลังงานเราเท่าไหร่ เราต้องกำจัดพลังงานนั้นออกไปเท่าไหร่ เหมือนการเล่นเกมส์นั้นแหละจร้า

    ทั้งหมดเป็นการใช้ความขี้เกียจของคุณเองในทางที่ถูก เห็นมั้ยละคะ ความขี้เกียจ ก็มีประโยชน์ในบางครั้งนะ จริงมั้ย

    ขอเถอะนะ อยากให้ผอมไปพร้อมๆกัน

    ฝากติดตามด้วยนะคะ : Facebook
    อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : Healt 

     

  • กุ้งผัดพริกเกลือ shrimps-friend-chilies-salt

    กุ้งผัดพริกเกลือ shrimps-friend-chilies-salt

    กุ้ง กุ้ง กุ้ง>>> เมนู กุ้ง ไม่ได้มีแค่ ย่างกุ้ง 

    วิธีการทำ กุ้งผัดพริกเกลือ shrimps-friend-chilies-salt

    หลังจากปีใหม่ที่ผ่านมา ต้องยอมรับเลยว่าเมนูกุ้งย่างนั้นเป็นส่วนหนึ่งของงานปาร์ตี้ที่ดีทีเดียว

    แต่ถ้าดันซื้อกุ้งมาย่างแล้วมันย่างไม่หมดล่ะ จะทำยังไง ??????

    ย่างซ้ำ ย่างแล้วย่างอีก กินกุ้งย่าง วนไปค่ะ เบื่อตายเนอะ

    เรามาปรับเปลี่ยนวิถีของกุ้งกันบ้างดีกว่า

    นอกจากจะย่างแล้ว กุ้งยังสามารถนำมาทำเมนูอื่นๆ ได้อีกด้วยนะ  จะตัวเล็กตัวใหญ่ ทำได้หม๊ดดดด

    ♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

                                                                                                                          วิธีทำกุ้งผัดพริกเกลือ

    *****ส่วนประกอบ*****
    – กุ้ง 1/2 กิโล
    – พริกสับ 15 เม็ด (พริกชี้ฟ้า)
    – กระเทียมสับ 10 กลีบ (เม็ดใหญ่)
    – เกลือ 1/2 ช้อนชา
    – รสดีหมู 1 ช้อนชา
    – ผงชูรส 1/2 ช้อนชา
    – พริกไทยดำ 1/2 ช้อนชา
    – น้ำตาล 1 ช้อนชา
    – ต้นหอมซอย

    ——– ขั้นตอนการทำ ——–
    1.ทอดกุ้งให้กรอบเหลือง.พอกุ้งกรอบได้ที่แล้วตักพักไว้ก่อน
    2.เจียวกระเทียม.เจียวพริกให้หอมพอเหลือง.
    3.ปรุงรสด้วยเกลือ,ผงชูรส,น้ำตาล,รสดี,พริกไทยดำ
    4.ใส่กุ้งที่ทอดไว้แล้วลงไปผัด.ใส่ต้นหอมซอยผัดแป๊บเดียวแล้วตักใส่จานทานคู่กับแตงกวาเข้ากั๊นเข้ากัน

    ♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦♦

    บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวของ กินยังไงลดอายุได้-20-ปี   ผลไม้ต้านโรคมะเร็ง
  • ดื่มน้ำมะนาวทุกเช้าช่วยลดน้ำหนักได้ อย่างไร?

    ดื่มน้ำมะนาวทุกเช้าช่วยลดน้ำหนักได้ อย่างไร?

    02-01

    อย่างที่ทราบกันดีว่าการดื่มน้ำมะนาวในตอนเช้านั้นสามารถลดน้ำหนักได้ เคยสงสัยมั้ยว่ามันสามารถลดน้ำหนักของเราได้อย่างไร อันที่จริงแล้วการที่น้ำหนักเราลดลงนั้นเป็นเพราะน้ำมะนาวไปช่วยละลายไขมันที่อุดตันในส่วนต่างๆและช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย นอกจากนี้มะนาวยังมีไฟเบอร์สูงจึงทำให้เรารู้สึกอิ่มและลดการอยากอาหารได้อีกด้วย นั้นคือสาเหตุว่าทำไมมะนาวถึงช่วยลดน้ำหนักได้ ยังไม่หมดเท่านี้ มะนาวยังมีประโยชน์อื่นๆอีกด้วย

    Untitled-1-01

     

  • กินยังไงลดอายุได้ 20 ปี ผิวเด้งเด็กหุ่นเซี๊ยะเปรี๊ยะระเบิด แถม!!!เมนูลีนๆให้ไปสุขภาพดีดี๊ให้อีกด้วยนะจ๊ะ!!!

    กินยังไงลดอายุได้ 20 ปี ผิวเด้งเด็กหุ่นเซี๊ยะเปรี๊ยะระเบิด แถม!!!เมนูลีนๆให้ไปสุขภาพดีดี๊ให้อีกด้วยนะจ๊ะ!!!

    กินยังไงลดอายุได้ 20 ปี

    อะโวคาโด-300x225

    นักวิจัย คริสเตียน คอร์เตส-โรโฆ่ (Christian Cortes-Rojo) ได้ยืนยันว่า อะโวคาโดสามารถช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผักผลไม้ชนิดอื่น เพราะแม้ว่าผักอื่น เช่น แครอทและมะเขือเทศ จะสามารถช่วยลดริ้วรอยก่อนวัยของเราได้เหมือนกัน แต่ร่างกายของเราก็ไม่สามารถซึมซับสารแอนตี้ออกซิแดนท์จากผักผลไม้เหล่านั้นได้เหมือนกับที่ซึมซับน้ำมันในอะโวคาโด ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะสารแอนตี้ออกซิแดนท์ในแครอทและมะเขือเทศ ไม่สามารถผ่าน

    ไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) ซึ่งเป็นออร์แกเนลล์ (Organelle) หรือโครงสร้างภายในเซลล์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานได้ดีนัก เพราะฉะนั้น อะโวคาโดจึงเป็นผลไม้ที่ช่วยคงความอ่อนเยาว์ให้กับคุณได้ดีที่สุด

     

    “Yasmina Rossi” คุณยายยังสาวสวยเซี๊ยะหุ่นเป๊ะมากๆ วัย 59 ปี สาวๆยังต้องอาย  *ข้อมูลเพิ่มเติม  http://women.mthai.com/amazing-women/224703.html

    ความลับความสาวของเธอ Yasmina กล่าวว่า  กินยังไงลดอายุได้ 20 ปีฉันกินอาหารออร์กานิคมานานมาก นานก่อนที่จะฮิตกันเสียอีก บำรุงผิวด้วยน้ำมัน และหมักผมด้วยน้ำมันเรพซี๊้ด สครับผิวด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำตาล นอกจากนั้นฉันยังกินอะโวคาโดทุกวัน เนื้อสัตว์ออร์กานิค และปลาด้วย” 

    หลายคนได้ยินว่าไขมันอาจทำให้รู้สึกว่าอะโวคาโดจะทานแล้วมีประโยชน์หรือไม่ ซึ่งจริงอยู่ในเนื้อของอะโวคาโด ปริมาณ 100 กรัม (ประมาณครึ่งลูก) จะมีไขมันอยู่ถึง 14.66 g กรัม ซึ่งมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีน้อยกว่าหรือแทบไม่มีเลย แต่เจ้าตัวไขมันที่อยู่ในอะโวคาโดนั้นไม่น่ากลัวอย่างที่คิดและไม่ได้ทำให้อ้วนขึ้นเหมือนไขมันชนิดอื่นๆ เนื่องจากไขมันชนิดนี้เป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัวที่เป็นประโยชน์กับร่างกาย ช่วยเพิ่มระดับ ไขมันตัวดี (HDL) และ ลดไขมันตัวเลวที่เป็นผลเสียกับร่างกายอย่าง(LDL)อีกด้วย เมื่อไขมันทั้งสองตัวอยู่ในระดับที่สมดุลก็จะทำให้ระบบการทำงานของหลอดเลือดและหัวใจทำงานได้ดีขึ้น นอกจากนี้ อะโวคาโดยังถือว่าเป็นผลไม้ที่เป็นตัวช่วยสำหรับการลดน้ำหนัก ด้วยที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรต (แป้งและน้ำตาล)ต่ำ แม้แต่ผู้ป่วยโรคเบาหวานก็สามารถทานอะโวคาโดได้ มีโปรตีนสูง(สูงกว่าผลไม้สดอื่นๆ ประมาณ 0.8 – 1.7 %)และมีกรดอะมิโนที่เป็นประโยชน์ สำหรับร่างกายใช้ในการช่วยย่อยโปรตีนที่ดีขึ้น

    59-years-old-grandma-fashion-model-yasmina-rossi-10__880-600x425

    ประโยชน์ของอะโวคาโด

    1. อะโวคาโด มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวช่วยปกป้องเซลล์ต่าง ๆภายในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย
    2. อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่สามารถช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยได้ดีกว่าผลไม้ชนิดอื่น ๆ จึงช่วยคงความอ่อนเยาว์ได้เป็นอย่างดี
      500_4
    3. ช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้
    4. อะโวคาโด ลดน้ำหนัก การรับประทานอะโวคาโดสามารถช่วยลดน้ำหนักตัว และลดระดับไขมันชนิดเลว (LDL) ลงได้อย่างชัดเจน
    5. อะโวคาโดเป็นแหล่งของกรดไขมันชนิดดี (HDL) ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติในการช่วยลดไขมันเลวในหลอดเลือดได้ จึงช่วยป้องกันการสะสมของไขมันในเส้นเลือด ช่วยลดโอกาศเสี่ยงของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ และโรคหัวใจวาย
    6. ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้
    7. สรรพคุณของอโวคาโดในผลอะโวคาโดมีวิตามินซีซึ่งช่วยป้องกันหวัดได้
    8. อะโวคาโด สรรพคุณช่วยป้องกันการเกิดโรคเลือดออกตามไรฟัน
    9. สรรพคุณอะโวคาโด ช่วยป้องกันการเกิดโคปากนกกระจอกเทศ
    10. อะโวคาโดมีโปรตีนสูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น เป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย มีเส้นใยอาหารสูงจึงช่วยในการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี
    11. ไขมันในอะโวคาโดสามารถช่วยดูดซึมสารแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งเป็นตัวช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระอันทรงพลังได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นไลโคฟีน เบต้าแคโรทีน หรือลูทีนในผักผลไม้ต่าง ๆ
    12. ประโยชน์อะโวคาโด การรับประทานอะโวคาโดเป็นประจำจะช่วยป้องกันและลดความถี่ของการเกิดโรคเหน็บชาได้
    13. อะโวคาโดมีประโยชน์อย่างมาก ซึ่งเหมาะให้ลูกน้อยรับประทานเป็นอาหารเสริมเดิม แม้ว่าจะมีแคลอรี่สูงแต่ก็อุดมไปด้วย DHA และไขมันดี (HDL) ในปริมาณที่สูงเช่นกัน
    14. อะโวคาโดมีโฟเลตสูงซึ่งเป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์อย่างมาก เพราะจำเป็นสำหรับทารกในครรภ์
    15. น้ำมันอะโวคาโด เป็นน้ำมันที่ดูดซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีที่สุดหากเทียบกับน้ำมันอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด อัลมอนด์ หรือแม้กระทั่งน้ำมันมะกอก
    16. น้ำมันอะโวคาโดสามารถนำมาใช้นวดศีรษะเพื่อช่วยเร่งการงอกของเส้นผมได้
    17. อะโวคาโด ประโยชน์นิยมรับประทานเป็นผลไม้สด หรือรับประทานร่วมกับไอศกรีม นมข้นหวาน น้ำตาล เค้ก สลัด ฯลฯ
    18. เนื้อของอะโวคาโดสามารถนำมาปรุงอาหารแทนเนยได้
    19. ประโยชน์ของอโวคาโด สามารถนำมาสกัดน้ำมันทำเป็นเครื่องสำอางได้
    20. ประโยชน์อาโวคาโดสดสามารถใช้บำรุงผิวพรรณและเส้นผมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีผิวแห้ง ซึ่งจะช่วยทำให้คุณมีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นเปล่งปลั่งมีชีวิตชีวาได้

    แถมเมนูมื้อเช้าลีนๆ ให้ไปสุขภาพดี๊ดีสาวไปลองทำทานกันดูน๊า ง๊ายง่ายอร่อยด้วย

    Avocado-Toast-Strawberries-Asparagus-3

    – อะโวคาโดขนมปังปิ้งกับหน่อไม้ฝรั่งและสตรอเบอร์รี่ –

    ส่วนผสม

    • 12-16 หอกหน่อไม้ฝรั่งตัดให้พอดีกับขนมปังของคุณ
    • น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะบริสุทธิ์พิเศษ
    • 1/4 ช้อนชา เกลือ
    • 2 อะโวคาโด
    • 4 ชิ้นของขนมปังปิ้ง
    • สตรอเบอร์รี่ 6-8 ตัดและหั่นครึ่ง
    • ใบสะระแหน่สด
    • น้ำส้มสายชูบัลซามิก

    คำแนะนำ

    1. ความร้อนของเตาอบที่ 425 องศา โยนหน่อไม้ฝรั่งกับน้ำมันมะกอกและเกลือและกระจายออกไปยังแผ่นอบกรอบ โอนแผ่นอบเตาอบก่อนอุ่นและย่างหน่อไม้ฝรั่งจนกว่าจะมีกรอบนุ่มประมาณ 12 นาที นำออกจากเตาพักไว้ให้เย็นเล็กน้อย
    2. ตัดอะโวคาโดในช่วงครึ่งปี ลบและทิ้งเมล็ด ตักเนื้อออกและวางไว้บนขนมปังที่ใช้ประมาณ 1/2 อะโวคาโดสำหรับแต่ละชิ้นขนมปัง บดเนื้ออะโวคาโดลงกับซี่ของส้อม ด้านบนอะโวคาโดบดกับหอกไม่กี่ของหน่อไม้ฝรั่งย่างหั่นสตรอเบอร์รี่และใบสะระแหน่สด ฝนตกปรอยๆด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิก และเพลิดเพลินกับการให้บริการ

    Avocado Toast with Asparagus and Strawberries

     

    ดื่มน้ำมะนาวทุกเช้าช่วยลดน้ำหนักได้ อย่างไร ?

    เกี่ยวกับ อาโวคาโด

  • กินอะไรได้อย่างนั้น อาหารกับส่วนต่างๆของร่างกาย

    กินอะไรได้อย่างนั้น อาหารกับส่วนต่างๆของร่างกาย

    ปก-1

    ♥ อยากรู้จังเลยว่ากินอะไรแล้วมีผลต่อส่วนไหนของร่างกายเราบ้าง ♥

    ส่วนที่ 1 สมอง

    สมองมีหน้าที่ควบคุมและสั่งการการเคลื่อนไหว, พฤติกรรม และภาวะธำรงดุล (homeostasis) เช่น การเต้นของหัวใจ, ความดันโลหิต, สมดุลของเหลวในร่างกาย และอุณหภูมิ เป็นต้น หน้าที่ของสมองยังมีเกี่ยวข้องกับการรู้ (cognition) อารมณ์ ความจำ การเรียนรู้การเคลื่อนไหว (motor learning) และความสามารถอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการเรียนรู้

    ดังนั้นอาหารของสมองควรจะเป็น

    001

    ส่วนที่ 2 ดวงตา

    ตา คือส่วนรับแสงสะท้อนของร่างกาย ทำให้สามารถมองเห็น และรับรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้ ตาของสัตว์ต่างๆ มีรูปแบบที่ต่างกันออกไป โดยดวงตาของสัตว์ที่พัฒนาแล้ว(มนุษย์) มักจะมีเพียง 2 ดวง และ อยู่ด้านหน้าของใบหน้า เพื่อการมองเห็นแบบ 3 มิติ อู้วววว นี่เราเห็นภาพสามมิติอยู่หรอเนี่ยยยย ใช้งานหนักขนาดนี้

    ดังนั้นอาหารของดวงตาควรจะเป็น

    002

    ส่วนที่ 3 กล้ามเนื้อ

    กล้ามเนื้อ (Muscle)  เป็นเนื้อเยื่อที่หดตัวได้ในร่างกาย  และเป็นระบบหนึ่งของร่างกายที่สำคัญต่อการเคลื่อนไหวทั้งหมดของร่างกาย แบ่งออกเป็นกล้ามเนื้อโครงร่าง (skeletal muscle) , กล้ามเนื้อเรียบ (smooth muscle) , และกล้ามเนื้อหัวใจ (cardiac muscle) ทำหน้าที่หดตัวเพื่อให้เกิดแรงและทำให้เกิดการเคลื่อนที่ (motion) รวมถึงการเคลื่อนที่และการหดตัวของอวัยวะภายใน

    ดังนั้นอาหารของกล้ามเนื้อควรจะเป็น

    003

    ส่วนที่ 4 หัวใจ

    หัวใจ (อังกฤษ: heart) เป็นอวัยวะกล้ามเนื้อซึ่งสูบเลือดทั่วหลอดเลือดไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายโดยการหดตัวเป็นจังหวะซ้ำ ๆ พบในสัตว์ทุกชนิดที่มีระบบไหลเวียน ซึ่งรวมสัตว์มีกระดูกสันหลังด้วย กล้ามเนื้อหัวใจเป็นกล้ามเนื้อลายที่อยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจ พบเฉพาะที่หัวใจ และทำให้หัวใจสามารถสูบเลือดได้

    ดังนั้นอาหารของหัวใจควรจะเป็น

    004

    ส่วนที่ 5 ปอด

    ปอด (อังกฤษ: lung) เป็นอวัยวะหนึ่งในร่างกายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ใช้ในการหายใจ หน้าที่หลักของปอดก็คือ การแลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจนจากสิ่งแวดล้อมเข้าสู่ระบบเลือดในร่างกาย และแลกเปลี่ยนเอาก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากระบบเลือดออกสู่สิ่งแวดล้อม ทำงานโดยการประกอบกันขึ้นของเซลล์เป็นจำนวนล้านเซลล์ ซึ่งเซลล์ที่ว่านี้มีลักษณะเล็กและบางเรียงตัวประกอบกันเป็นถุงเหมือนลูกโป่ง ซึ่งในถุงลูกโป่งนี้เองที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซต่าง ๆ เกิดขึ้น

    ดังนั้นอาหารของปอดควรจะเป็น

    005

    ส่วนที่ 6 ลำไส้

    ลำไส้ เป็นส่วนหนึงในทางเดินอาหารต่อจากกระเพาะอาหารไปสู่ทวารหนัก ในมนุษย์และสัตว์ส่วนใหญ่ ลำไส้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ลำไส้เล็ก และ ลำไส้ใหญ่ ในมนษุย์สามารถแบ่งลำไส้เล็กเป็นส่วนๆ ได้แก่ ลำไส้เล็กส่วนต้น (Duodenum) , ลำไส้เล็กส่วนกลาง (Jejunum) ,ลำไส้เล็กส่วนปลาย (Ileum) ส่วนลำไส้ใหญ่แบ่งได้เป็น ลำไส้ใหญ่ส่วนต้น (Cecum) และ ลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย (Colon)

    ดังนั้นอาหารของลำไส้ควรจะเป็น

    006

    ส่วนที่ 7 ผิว

    ผิวหนัง ปกคลุมห่อหุ้มร่างกายทั้งหมด ซึ่งภายในมีปลายประสาทรับความรู้สึกมากมาย เพื่อรับรู้การสัมผัส การกด ความเจ็บ และอุณหภูมิร้อนเย็น ระบบผิวหนังมีหน้าที่สำคัญในการควบคุมอุณหภูมิของร่างกาย และยังมีหน้าที่เป็นอวัยวะขับเหงื่อ และไขมันด้วย

    ผิวหนังยืดหยุ่นได้มาก บนผิวของหนังมีรูเล็กๆ อยู่ ทั่วไป รูเล็กๆ นี้ เป็นรูเปิดของขุมขน ท่อของต่อมไขมัน และต่อมเหงื่อ ผิวหนังที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า มีรอยนูนเป็นสันจำนวนมาก โดยเฉพาะที่ปลายนิ้วมือทั้งห้ามีสันนูนเรียงกันเป็นร้อยหวาย หรือก้นหอย จึงใช้รอยพิมพ์ปลายนิ้วมือเป็นประโยชน์ในการแยกหรือ ทำนายบุคคลได้โดยการพิมพ์ลายนิ้วมือ เนื่องจาก รายละเอียดในการเรียงตัวของรอยนูนนี้ แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

    ดังนั้นอาหารของผิวควรจะเป็น

    007

    ส่วนที่ 8 กระดูก

    กระดูก (อังกฤษ: Bones) เป็นอวัยวะที่ประกอบขึ้นเป็นโครงร่างแข็งภายใน (endoskeleton) ของสัตว์มีกระดูกสันหลัง หน้าที่หลักของกระดูกคือการค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย การเคลื่อนไหว การสะสมแร่ธาตุและการสร้างเซลล์เม็ดเลือด

    ดังนั้นอาหารของกระดูกควรจะเป็น

    กินอะไรได้อย่างนั้น

    ดูไปดูมาทุกส่วนของร่างกายเราเนี่ยก็สัมพันธ์กันหมดเลยนะ ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็จะช่วยให้ระบบการทำงานของร่างกายเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ไม่เกิดโรคภัยไข้เจ็บตามมาอีกด้วย รักร่างกายให้มากๆร่างกายจะได้อยู่กับเราไปนานๆนะจ๊ะ

  • มาทำ Rainbow Crepe Cake กันเถอะ

    มาทำ Rainbow Crepe Cake กันเถอะ

    เค้ก-2-012-01

     

    ส่วนผสม

    ส่วนประกอบ-01

    ไข่ไก่ 8 ฟอง  / เนยสด 150 กรัม / นมสด 600 ml / แป้งเค้ก 230 กรัม / น้ำตาลทราย 120 กรัม

    กลิ่นวนิลา 1/2 ช้อนชา / สีผสมอาหาร / วิปครีม

    วิธีการทำ

    • ตีไข่ไก่พอแตกแล้วใส่น้ำตาลทรายลงไปทีละน้อยตีให้เข้ากัน

    • ใส่นมสดผสมให้เข้ากัน

    • ใส่แป้งเค้กทีละน้อยค่อยๆคนระวังแป้งเป็นก้อนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

    • เทเนยละลาย ผสมคนให้เข้ากัน ใส่กลิ่นวนิลาลงไป

    • กรองเพื่อนำเสษแป้งที่ไม่ละลายออกแล้วนำแช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2 ชั่วโมงถ้าค้างคืนยิ่งดี แป้งจะยิ่งนุ่ม

    • แบ่งแป้งออกเป็น 6 ถ้วย และใส่สีผสมอาหารลงไป

    • นำกระทะเทฟลอนตั้งไฟ(แต่ไม่ต้องให้กระทะร้อนมาก)

    • ตักแป้งประมาณ 1/4 ถ้วยตวงลงไปในกระทะกลิ้งให้แป้งแผ่ทั่วกระทะ

    • พอแป้งเริ่มพองหรือมองแล้วมีฟองอากาศ คือแป้งสุกแล้ว จะกลับอีกด้านก็ได้ (บางคนไม่กลับ)แซะออกลงบนตะแกรงหรือภาชนะได้เลย

    • ทำไปเรื่อยๆจนหมด

    • พักแป้งไว้ให้หายร้อน

    • ตีวิปครีมให้พอตั้งยอดปานกลาง

    • นำแป้งเครปมาวางบนแท่นแต่งเค้ก(แต่เราไม่มีก็ใช้ถาดแทน 555)

    • ปาดวิปครีมให้ทั่วที่ละชั้น และไม่บางไม่หนาเกินไปทำจนครบหนึ่งสีแล้วจึงต่อด้วยสีต่อไป

    • พอครบแล้วนำไปแช่ดูเย็นเพื่อเซ็ทตัว

    • นำมาตัดแบ่งตามต้องการ

    • จัดเสริฟคู่กับซอสสตอเบอร์รี่

       วิธีทำเพิ่มเติม ⇓

  • Bakery ที่ใครๆว่ายาก เราจะมาทำให้มันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วย

    Bakery ที่ใครๆว่ายาก เราจะมาทำให้มันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วย

    Retro cake คืออะไร ?

    Retro cake คืออะไร คือเค้กที่มีหลากหลายรูปแบบในชิ้นเดียว พูดง่ายๆว่าเอาส่วนผสมต่างๆมารวมกันเป็นเค้กหลากหลายสีสัน หลากหลายส่วนผสม เช่น Retro Cake Berries ซึ่งถือได้ว่าเป็นขนมหวานที่มีประโยชน์อย่างหนึ่ง ด้วยส่วนผสมของเบอร์รี่หลากหลายชนิดที่มีวิตามินช่วยในการบำรุงสายตา ทั้งนี้ เบอรรี่ยังมีสารที่ช่วยยับยั้งการเกิดโรงมะเร็งลำไส้(เพิ่มเติมคลิก) ได้อีกด้วย ประโยชน์เยอะขนาดนี่ รออะไรล่ะค่ะมาทำกันเล๊ยยยยยย

    Bakery ที่ใครว่ายาก

    เราจะมาทำให้มันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก

    Retro Cake Bakery easy home made

    ส่วนผสมที่ต้องใช้

    move-retro cake-01-01

    วิธีทำ

    1. ผสมเจลาติน 3 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำต้มสุก 1 ถ้วยตวง   คนให้เข้ากัน พักไว้ 2 นาที

    2. ใส่เบอร์รี่ 3/4 ถ้วยตวง ลงในกระทะ ละลายเบอรี่ + ใส่น้ำตาล  ใช้ไฟปานกลาง ทิ้งไว้ให้เย็น

    3. ตีวิปครีมให้จับตัวจนได้ที่

    4. เทส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน คนให้เป็นเนื้อเดียวกันmove-retro cake-1-01

    5. นำช็อคโหเลตบาร์หรือคุ้กกี้เรียงลงในถาดฟรอยด์จากนั้นเทส่วนผสมลงไป move-retro cake-3-01

    6. นำพลาสติกแรปใสปิดอาหารมาปิดและนำไปแช่เย็น 1 คืน Retro cake คืออะไร ?

     

    กินอะไรได้อย่างนั้น อ่านต่อคลิ๊ก

    Cake Wiki

  • ลดน้ำหนัก 5 กิโลภายใน 7 วัน

    ลดน้ำหนัก 5 กิโลภายใน 7 วัน

    ลดน้ำหนัก 5 กิโล ภายใน 7 วัน 

    ลดน้ำหนัก 5 กิโล ไม่มีสาวๆคนไหนอยากโดนล้อว่าอ้วนหรอก ใช่มั้ยล่ะค่ะ แต่แหม่ อาหารการกินประเทศไทยก็ช่างอุดมสมบูรณ์ซ่ะเหลือเกิน เราก้เลยเพลิดเพลินกับการกินไปซ่ะหน่อย อิอิ

    รู้ตัวอีกทีเพื่อนก็เรียกว่าอีอ้วนแล้ว

    OMG…! 

    น้ำหนักขึ้นก็ไม่สวยอ่ะสิค่ะ เสื้อผ้าตัวเดิมๆก็ใส่ไม่ได้ อึดอัดคับอกคับใจไปหมด

    วันนี้เราเลยจัดวิธีลดน้ำหนัก 5 กิโล ภายใน 7 วัน มาฝาก

     

    Untitled

    ก่อนรับประทานอาหารเช้าดื่มน้ำมะนาวอุ่นๆสักแก้วช่วยล้างสารพิษตกค้าง

     

    2

    เปลี่ยนจากอาหารประเภทข้าว/ขนมปังเป็นผลไม้สดแทนในมื้อเช้า

    3

       จัดหนักมื้อกลางวันได้เลย แต่อย่าลืมทานผักด้วยนะจ๊ะ

    4

    การหิวช่วงบ่ายเป็นเรื่องปกติ

    แต่อยากให้เปลี่ยนจากการกินขนมคบเคี้ยวมาเป็นสลัดผักแทน

    5

    อาหารเย็นขอเป็นแตงกวากับไข่ต้มสักฟอง

    6

    ก่อนนอนดื่มชาอุ่นๆล้างสารพิษช่วยผ่อนคล้าย

    6 วิธีง่ายๆผอมได้ใน 7 วัน ลองทำกันดูนะค่ะสาวๆ แรกๆอาจจะอยากกินนู้นนี่นั้นไปซ่ะหน่อย แต่ถ้าอยากสวยต้องอดทน ถือซ่ะว่ากินตามใจปากมาเยอะแล้วลองกินเพื่อสุขภาพกันดูนะ ไม่อ้วนก็ไม่มีโรค แถมสวยด้วย…

    ท่องไว้ค่ะ “สวย”

     เกี่ยวกับโรคอ้วน

    Bakery ที่ใครๆว่ายาก เราจะมาทำให้มันง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วย คลิ๊ก