หมวดหมู่: อาหารและสุขภาพ

  • เคล็ดลับสุขภาพ 6 สูตรง่ายๆ สวยจากภายในสู่ภายนอก

    เคล็ดลับสุขภาพ 6 สูตรง่ายๆ สวยจากภายในสู่ภายนอก

    เคล็ดลับสุขภาพ

    เคล็ดลับสุขภาพ เรื่องความสวยความงามกับสุขภาพมักมาคู่กันเสมอ อยากสวยอย่างถูกวิธีต้องสวยจากภายใน ดังนั้นการบำรุงด้วยน้ำผลไม้สักแก้วน่าจะเป็นเรื่องที่ง่ายและสามารถทำเองได้ที่บ้าน วันนี้เรามีสูตรน้ำผลไม้รวมที่มิคแอนด์เมตแล้วสวยแน่นอน

    1

    สูตรที่ 1 ช่วยเรื่องระบบการย่อยอาหาร
    2เลมอน+ส้ม+ใบมิ้นท์

    มะม่วง+แตงกวา+ขิง

     

    สูตรที่ 2 ดีท็อกซ์ลดการอักเสบ

    3องุ่นม่วง+ราสเบอร์รี่+แตงกวา

    สัปรด+เลมอน+ทับทิมแดง

     

    สูตรที่ 3 ลดน้ำหนัก ควบคุมปริมาณน้ำตาล

    4ขิง+แตงกวา+เลมอน

    เลมอน+มะนาว+ชาเขียว

     

    สูตรที่ 4 ความดันโลหิตต่ำ

    5กีวี่+ฝรั่ง+เสาวรส

    ทับทิมแดง+เชอรรี่+กีวี่

     

    สูตรที่ 5 ช่วยเร่งการเผาผลาญ

    6อบเชย+ชาเขียว+สตอเบอรรี่

    ใบมิ้น+เลมอน

     

    สูตรที่ 6 ต่อต้านอนุมูลอิสระและเพิ่มวิตามินให้ร่างกาย

    7

    ส้ม+สตอเบอรรี่+แคนเบอรรี่

    บลูเบอรรี่+แอปเปิ้ล+ราสเบอรรี่

    เกี่ยวกับน้ำผลไม้

    สุดยอดผลไม้ทานแล้วห่างไกลโรคมะเร็ง คลิ๊ก

  • ข้าวไรซ์เบอรี่ กินกับอะไรก็อร่อย แถมได้ประโยชน์ด้วย

    ข้าวไรซ์เบอรี่ กินกับอะไรก็อร่อย แถมได้ประโยชน์ด้วย

    ข้าวไรซ์เบอรี่ กินกับอะไรก็อร่อย แถมได้ประโยชน์ด้วย

    ข้าวไรซ์เบอรี่ (Riceberry) เป็นข้าวเกษตรอินทรีย์สายพันธุ์ใหม่ที่เกิดจากฝีมือทีมนักวิจัยของประเทศไทย โดยเป็นพันธุ์ข้าวที่ได้รับการปรับปรุงสายพันธุ์ด้วยการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างข้าวเจ้าหอมนิลซึ่งเป็นพ่อพันธุ์และข้าวขาวดอกมะลิ 105 ซึ่งเป็นแม่พันธุ์ ข้าวไรซ์เบอรี่

    12036570_10207585744070557_6887406232238079820_n

    ข้าวไรซ์เบอร์รี่ คือ ?

    12002791_10207586420647471_2474392759694324105_n

     

    สรรพคุณและประโยชน์ของข้าวไรซ์เบอร์รี่ 

    ข้าวไรซ์เบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารสูงเป็นอย่างมาก โดยคุณประโยชน์ที่เด่นชัดคือ ในน้ำมันรำข้าวและรำข้าวนั้นมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระที่ดี อุดมไปด้วยโฟเลตในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายได้แก่ เบต้าแคโรทีน แกมมาโอไรซานอล วิตามินอี วิตามินบี 1 ลูทีน แทนนิน สังกะสี โอเมก้า 3 ธาตุเหล็ก โพลีฟีนอล และเส้นใยอาหาร เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้นั้นมีส่วนช่วยในการบำรุงร่างกาย บำรุงสายตา บำรุงระบบประสาท และลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง รวมถึงป้องกันโรคต่างๆมากมายได้แก่ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูงโรคสมองเสื่อม และโรคโลหิตจาง เป็นต้น รวมทั้งมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ช่วยชะลอความแก่ ลดระดับไขมัน และคอเลสเตอรอลได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทั้งข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทยและเป็นสมุนไพรไทยไปในตัวกันเลยทีเดียว

    เกี่ยวกับข้าวไรซ์เบอรี่

    6 สูตรง่ายๆ สวยจากภายในสู่ภายนอก คลิ๊ก

  • 20 สุดยอดอาหารไฟเบอร์สูง

    20 สุดยอดอาหารไฟเบอร์สูง

    อาหารไฟเบอร์ ทุกวันนี้เราได้รับใยอาหารเพียงพอหรือยัง?

    ปริมาณความต้องการเส้นใยอาหารของคนเราอยู่ที่ประมาณ 25-30 กรัม ต่อวัน แต่ในความเป็นจริงแล้วคนส่วนใหญ่กินอาหารที่มีเส้นใยเพียง 2 ใน 3 ของปริมาณที่ร่างกายต้องการ เท่านั้น ปัจจุบันอาหารที่ทานส่วนใหญ่จะให้เส้นใยอาหารไม่เพียงพอแล้วเราจะทำอย่างไร วันนี้เรามี 20ประเภทของอาหารที่ให้ปริมาณเส้นใยอาหารสูง เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย อาหารไฟเบอร์

    อาหารไฟเบอร์

    อะโวคาโด  : ใยอาหาร 10.5 กรัมต่อถ้วย (หั่นบางๆ)

    อะโวคาโดจะเต็มไปด้วยไขมันเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยในการลดคอเลสเตอรอลและลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจ

    ลูกแพร์ เอเชีย : ใยอาหาร 9.9 กรัม ต่อผล

    ลูกแพร์ เอเชียอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 6 ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง

    เบอร์รี่ : ใยอาหาร 8 กรัมต่อถ้วย

    เบลคเบอร์รี่มีวิตามินที่ช่วยในเรื่องกระดูกส่วนราสเบอร์รี่มีแมงกานีสสูงช่วยในเรื่องผิวหนังและระดับน้ำตาลในเลือด

    มะพร้าว : ใยอาหาร 7.2 กรัมต่อถ้วย

    มะพร้าวมีดัชนีน้ำตาลต่ำ สามมารถช่วยลดการเกิดคอเลสเตอรอลและโรคหัวใจ สามารถใช้ประกอบอาหารได้

    มะเดื่อ : ใยอาหาร 14.6 กรัมต่อ 1 ถ้วย

    มะเดื่อแห้งและมะเดื่อสด ช่วยในเรื่องความดันโรหิตสูง ป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ภายในร่างกาย

    อาร์ติโช้ค : ใยอาหาร 10.3 กรัม ต่อหัว

    อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารที่จำเป็ตต่อร่างกาย ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ

    เมล็ดถั่ว : ใยอาหาร 8.6 กรัมต่อ 1 ถ้วย

    ถั่วเต็มไปด้วยเส้นใย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินซีและวิตามินบี

    ผักกระเจี๊ยบ : ใยอาหาร 8.2 กรัม ต่อถ้วย

    ผักกระเจี๊ยบมีวิตามิน A,B,C,K ไนอาซิน แคลเซียมเหล็ก ฟอสฟอรัส สังกะสี โปรตีน เส้นใยอาหารมาก

    โอ๊ก สควอช/ฟักทอง : ใยอาหาร 9 กรัมต่อถ้วย(อบ)

    วิตามินซี,วิตามินบี,โพแทสเซียม,แมงกานีส,วิตามินA,B6,โฟเลตและแมกนีเซียม มีเส้นใยที่หนาแน่นดูดซึมง่าย

    กะหล่ำ : ใยอาหาร 7.6 กรัมต่อถ้วย

    มีวิตามิน C ,K,B1,B2,โฟเลต,แมงกานีส เส้นใยอาหารสูง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ต้านการอักเสบ          ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง

    ผักกาด : ใยอาหาร 4.8 กรัมต่อถ้วย

    มีวิตามินซี แคลเซียม แมกนีเซียมโพแทสเซียม

    ถั่วดำ : ใยอาหาร 12.2 กรัมต่อถ้วย

    มีโปรตีนสูง วิตามินบี แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส โฟเลต ใยอาหาร มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการ ต้านอนุมูลอิสระช่วยลด ความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด และ โรคอักเสบต่างๆ

    ถั่วลุกไก่ หรือถั่วหัวช้าง : ใยอาหาร 8 กรัมต่อถ้วย

    มีโปรตีน ทองแดง โฟเลต แมงกานีส กรดไขมัน โอเมก้า6 และโอเมก้า 3

    ถั่วลิมา : ใยอาหาร 13.2 กรัมต่อถ้วย

    ถั่วลิมามีทองแดง แมงกานีส โฟเลต ฟอสฟอรัส โปรตีน บี2 บี6 ให้พลังงานและช่วยต้านอนุมูลอิสระ

    ถั่ว split peas : ใยอาหาร  16.3 กรัมต่อถ้วย

    มีดปรตีน วิตามินบี โฟแลต แมงกานีส กรดไขมัน โอเมก้า3 โอเมก้า6

    ถั่ว Lentils : ใยอาหาร 10.4 ต่อถ้วย

    มีโปรตีน เหล็ก โฟแลต แมงกานีส ฟอสฟอรัส เหมาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยโรคตับ

    ถั่วอัลมอนด์ : ใยอาหาร 0.6 กรัม

    มีโปรตีน วิตามินอี แมงกานีส แมกนีเซียม โอเมก้า 6 ช่วยบำรุงประสาท

    เมล็ด แฟลกซ์ : ใยอาหาร 3 กรัมต่อช้อนโต๊ะ

    โปรตีน วิตามินบี แมงกานีส ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมทองแดง กรดไขมัน โอเมก้า3 ช่วยลดคอเลสเตอรอล

    เมล็ดเซีย : ใยอาหาร 5.5 ต่อช้อนโต๊ะ

    โปรตีน แคลเซียมฟอสฟอรัส แมงกานีส กรดไขมัน โอเมก้า 3 และ 6 ช่วยการเผาพลานพลังงาน ดูดซึ่มสารอาหาร แก้ท้องอืด

    คิวนัว (Quinoa) : ใยอาหาร 5 กรัมต่อถ้วย

    วิตามินบี6 แมกนีเซียมโพแทสเซียม ป้องกันโรคหัวใจ

    ข้อควรระวัง

    แม้เส้นใยอาหารจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย แต่หากมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการคือวันละ 25-30 กรัมก็อาจจะทำให้เกิดปัญหาได้เช่นกัน นั่นคือ ทำให้ท้องอืดและมีปัญหาในระบบการย่อยอาหารสำหรับบางคน แล้วเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ (โดยเฉพาะเส้นใยที่ไม่ได้ผ่านการแปรรูป) อย่างเช่น รำข้าวสาลีและข้าวกล้อง จะมีกรดไฟติก (phytic acid) อยู่สูง ซึ่งกรดไฟติกนี้หากมีมากเกินไป จะไปขัดขวางการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็กในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดการขาดธาตุเหล็กในผู้หญิงหรืออาการขาดแคลเซียมในเด็กได้

    เกี่ยวกับใยอาหาร
    

    ข้าวไรซ์เบอรี่ กินกับอะไรก็อร่อย แถมได้ประโยชน์ด้วย คลิ๊ก

     
  • How to น้ำอมฤต น้ำมหัศจรรย์รักษาสารพัดโรค

    How to น้ำอมฤต น้ำมหัศจรรย์รักษาสารพัดโรค

    ใบหญ้านาง

    ใบหญ้านาง “การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสร็ฐ” แต่มนุษย์ทุกคนก็หนีไม่พ้นเรื่องของการเจ็บป่วย ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่วมีโรคเจ็บป่วยมากขึ้นตามสังขารที่ใช้งานหนักเบาไม่เท่ากัน บางคนอาจจะมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว แล้วยังมาเจอโรคแทรกซ่อนอื่นๆตามาอีก ครั้งใช้การรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน กินยาเข้าไปหลายๆตัวเข้าก็กลายเป็นไม่ดีต่อการทำงานของตับและไตอีก วันนี้เรามีสูตรการทำ น้ำอมฤต นำ้มหัศจรรย์ที่จะช่วยรักษา หรือบรรเทาอาการของโรคต่างๆได้ ด้วย น้ำชนิดเดียว

    น้ำมหัศจรรย์ที่ว่านี้คือน้ำที่สกัดมาจาก “ใบหญ้านาง”

    ย่านาง ชื่อสามัญ Bai-ya-nang

    ย่านาง ชื่อวิทยาศาสตร์ Limacia triandra Miers (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Cocculus triandrus Colebr., Menispermum triandrum Roxb., Tiliacora triandra Diels) จัดอยู่ในวงศ์บอระเพ็ด (MENISPERMACEAE)

    ทางภาคกลางจะเรียกย่านางว่า “เถาย่านาง” เนื่องจากพรรณไม้ชนิดนี้เป็นไม้เถาเลื้อยเกี่ยวพันกับต้นไม้อื่น

    ใบย่านาง เป็นสมุนไพรเย็น มีคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ และยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก เบต้าแคโรทีน ในปริมาณค่อนข้างสูง

    วิธีการทำ

    • นำใบหญ้านางล้างเด็ดเป็นใบๆแช่น้ำไว้ 4-5 ชม.
    • ฉีกใบหญ้านางเป็นชั้นๆนำไปปั้น ผสมกับน้ำต้มสุก
    • กรอกเอากากออก ด้วยผ้าขาวบาง
    • กรอกใส่ขวดแช่ตู้เย็นไว้ดื่ม

    ง่ายมากเลยใช่มั้ยล่ะ เห็นทำง่ายแบบนี้ เวลาดื่มไม่งายนะค่ะ เพราะอาจจะมีรสชาติข่มหรือเหม็นเขียวอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นเรื่องสรรพคุณล่ะก็ เหม็นยังไงก็ทนค่ะ เพราะสรรพคุณ เปรียบได้กับ น้ำอมฤต เลยทีเดียว

    ใบหญ้านาง

    สรรพคุณใบย่านาง

    1. ใบย่านาง ในตำราสมุนไพรจัดว่าเป็นยาอายุวัฒนะ
    2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วและความแก่ชราอย่างได้ผล
    3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านโรคในร่างกายให้แข็งแรง
    4. ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
    5. ช่วยฟื้นฟูเซลล์ต่าง ๆในร่างกาย
    6. ช่วยในการปรับสมดุลของร่างกาย
    7. เป็นสมุนไพรที่ช่วยในการลดความอ้วนได้อย่างเห็นผลและปลอดภัย
    8. ช่วยในการเผาผลาญไขมันและนำไปใช้เป็นพลังงาน
    9. ช่วยป้องกันและลดอัตราการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ
    10. เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็นเหมาะสำหรับผู้ที่เป็นมะเร็งอย่างมาก
    11. หากดื่มน้ำใบย่านางเป็นประจำ ก้อนมะเร็งจะฝ่อและเล็กลง
    12. ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
    13. ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
    14. ช่วยในการบำรุงรักษาตับ และไต
    15. ช่วยรักษาและบำบัดอาการอัมพฤกษ์
    16. ช่วยแก้อาการอ่อนล้า อ่อนเพลียของร่างกาย แม่นอนพักก็ไม่หาย
    17. ช่วยรักษาอาการเกร็ง ชัก หรือเป็นตะคริวบ่อย ๆ
    18. ช่วยแก้อาการเจ็บเหมือนมีไฟช็อตหรือมีเข็มแทงหรือมีอาการร้อนเหมือนไฟ
    19. ช่วยป้องกันไม่ให้เส้นเลือดฝอยในร่างกายแตกใต้ผิวหนังได้ง่าย
    20. ช่วยรักษาอาการตกกระที่ผิวเป็นจ้ำ ๆสีน้ำตาลตามร่างกาย
    21. ช่วยรักษาเนื้องอก
    22. ช่วยรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม คลื่นไส้ อาเจียนได้
    23. ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ ไอจาม มีน้ำมูกและเสมหะ
    24. รากแห้งใช้ในการแก้ไข้ทุกชนิด และลดความร้อนในร่างกาย
    25. รากของย่านางสามารถแก้ไข้ได้ทุกชนิด ทั้ง ไข้พิษ ไข้หัด ไข้เหนือ ไข้ผิดสำแดง เป็นต้น
    26. เถาย่านางมีส่วนช่วยในการลดความร้อนและแก้พิษตานซาง
    27. มีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อมาลาเรีย
    28. ช่วยรักษาอาการร้อนแต่ไม่มีเหงื่อ
    29. ช่วยรักษาอาการของโรคเบาหวาน ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
    30. มีส่วนช่วยช่วยอาการปวดตึง ปวดตามกล้ามเนื้อ ปวดชาบริเวณต่าง ๆ
    31. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้
    32. รากของย่านางช่วยแก้อาการเบื่อเมา
    33. ช่วยแก้อาการเหงือกอักเสบอย่างรุนแรงและเรื้อรัง
    34. ช่วยแก้อาการง่วงนอนหลังการรับประทานอาหาร
    35. ช่วยแก้อาการเลือดกำเดาไหล
    36. ช่วยในการบำรุงสายตาและรักษาโรคเกี่ยวกับตา เช่น ตาแดง ตาแห้ง ตามัว แสบตา ปวดตา ตาลาย เป็นต้น
    37. ช่วยรักษาอาการปากคอแห้ง ริมฝีปากแตกหรือลอกเป็นขุย
    38. ช่วยแก้ปัญหาเรื่องเสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น มีสีเหลืองหรือเขียว หรืออาการเสมหะพันคอ
    39. ช่วยบำบัดอาการของโรคไซนัสอักเสบ
    40. ช่วยลดอาการนอนกรน
    41. ช่วยแก้อาการเจ็บปลายลิ้น
    42. ช่วยป้องกันและบำบัดรักษาโรคหัวใจ
    43. ช่วยป้องกันและรักษาโรคหอบหืด
    44. ช่วยรักษาโรคตับอักเสบ
    45. ช่วยรักษาอาการท้องเสีย เพราะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เป็นต้นเหตุได้
    46. ช่วยบรรเทาอาการอาการปวดท้องอย่างเฉียบพลัน
    47. ช่วยแก้อาการท้องผูก ลดอาการแสบท้อง
    48. ช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหาร ลำไส้อักเสบ
    49. ช่วยลดอาการหดเกร็งตามลำไส้
    50. ช่วยรักษาอาการกรดไหลย้อน
    51. ช่วยรักษาไทรอยด์เป็นพิษ
    52. ช่วยรักษาโรคนิ่วในไต นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในถุงน้ำดี
    53. ช่วยรักษาอาการปัสสาวะแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ
    54. ช่วยแก้อาการปัสสาวะมีสีเข้ม ปัสสาวะบ่อย หรือมีอาการปัสสาวะออกมาเป็นเลือด
    55. ช่วยรักษาอาการมดลูกโต อาการปวดมดลูก ตกเลือดได้
    56. ช่วยบำบัดรักษาโรคต่อมลูกหมากโต
    57. ช่วยป้องกันโรคไส้เลื่อน
    58. ช่วยในการรักษาโรคเริม งูสวัด
    59. ช่วยป้องกันการเกิดโรคริดสีดวงทวาร
    60. ช่วยรักษาอาการตกขาว
    61. ช่วยป้องกันการเกิดโรคเกาต์
    62. ช่วยแก้พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย
    63. ช่วยรักษาอาการผิวหนังมีความผิดปกติคล้ายรอยไหม้
    64. น้ำย่านางเมื่อนำมาผสมกับดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากผสมจนเหลว สามารถนำมาทา สิว ฝ้า ตุ่มคัน ตุ่มใส ผื่นคัน พอกฝีหนองได้อีกด้วย
    65. ช่วยป้องกันและรักษาอาการส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า
    66. ช่วยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าผุ โดยรักษาอาการเล็บมือเล็บเท้าขวางสั้น ผุ ฉีกง่าย หรือในเล็บมีสีน้ำตาลดำคล้ำ อาการอักเสบที่โคนเล็บ
    67. สำหรับประโยชน์ของใบย่านางด้านอื่น ๆ เช่น การนำแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ยกตัวอย่าง ใบย่านางแคปซูล สบู่ใบย่านาง แชมพูใบย่านาง เครื่องดื่มสมุนไพร เป็นต้น
    68. แชมพูสระผมจากใบย่านาง ช่วยให้ผมดกำ ชะลอการเกิดผมหงอก

    เกี่ยวกับใบย่านาง

    20 สุดยอดอาหารที่มีเส้นใยสูง คลิ๊ก

  • สยบปัญหาสิวกวนใจด้วยทานาคา

    สยบปัญหาสิวกวนใจด้วยทานาคา

    ทานาคา ใครเลยไม่เคยเป็นสิว

    เชื่อเลยว่าสาวๆทุกคนแม้แต่หนุ่มๆเองก็ต้องเคยเป็นสิวกันมาบ้าง และทุกคนก็มีวิธีจัดการกับเจ้าสิวแตกต่างกันออกไปวันนี้เรามีอีก1วิธีรักษาสิวแบบสมุนไพรมาฝากรับรองว่าง่ายและได้ผลเร็ว ด้วย ทานาคา

    ทุกคนน่าจะเคยได้ยินหรือรู้จักกับแป้งสีเหลืองทองที่ชาวพม่านิยมนำมาทาที่บริเวณแก้มกันมาบ้าง แต่ทราบไม่ค่ะว่า แป้งสีเหลืองทองนั้นได้มาจากอะไร

    แป้งสีเหลืองทองนั้นได้มาจาก เปลือกไม้ของ ต้นทานาคา หรือ กาซาน่า (ชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า LICODIA ACIDISSIMA ) ซึ่งมีมากในแถบตอนกลางของพม่า แต่การจะได้ผงแป้งทานาคานั้นไม่ง่ายเลย เพราะจะต้องเลือกเปลือกไม้ของต้นทานาคาที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป จึงจะทำให้แป้งนั้นมีความหอม ส่วนวิธีการทำแบบฉบับโบราณนั้น จะนำเปลือกไม้ทานาคามาตัดเป็นท่อนพอดีมือแล้วฝนกับหิน ก็จะได้แป้งสีขาวเหลืองนวล ไว้บำรุงผิว

    ทานาคา

    แต่จะให้ไปตามหาต้นทานาคาที่มีอายุ 35 ปีแล้วมาตัดๆขูดๆก็คงไม่ทันสวยมือคงด้านเสียก่อนปัจจุบันจึงมีการทำสมุนไพร ทานาคาผงสำเร็จรูปไว้ให้สาวๆได้ใช้กันอย่างสะดวกมากขึ้น

    ทานาคามีสารต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูงมาก และมีสาร OPC และ Curcuminoid ทำให้ทานาคามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะต่อต้านความเสื่อมของเซลล์และยังช่วยป้องกันการเกิดสิว ด้วยคุณสมบัติฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และช่วยลดผดผื่นคัน ลดการเกิดจุดด่างดำและฝ้า มีฤทธิ์ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน และยังช่วยป้องกันการทำลายผิวจากรังสียูวีอีกด้วย คุณสมบัติเหล่านี้จึงทำให้ทานาคาเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่ได้รับความนิยมและปลอดภัย

    แต่ครั้นจะใช้ทานาคาทารักษาสิวเฉยๆก็อาจจะเห็นผลช้าไม่ทันใจวัยรุ่น อีก 1 วิธีที่จะแนะนำก็คือ การนำเอาน้ำมะนาว มาผสมกับผงทานาคา แล้วแต้มที่บริเวณสิว ทิ้งกันก่อนนอน หรือใครที่ทดลองทำแล้ว โอ้ย มันแสบหน้าอ่ะค่ะ มะนาวกัดหน้าแสบเกินไปก็สามารถผสมน้ำอุ่นลงไปได้ด้วย เพื่อลดค่าความเป็นกรดของมะนาวให้เจือจางลง เพียงเท่านี้ตื่นเช้ามาเราจะพบว่าสิวนั้นยุบลงและจุดด่างดำก็ลดลงด้วย แต่มีข้อควรระวังไว้ไม่ควรผสมน้ำมะนาวกับทานาคาพอกทั้งหน้า เนื่องจากผิวหน้ามีความบอบบาง การได้รับกรดจากมะนาวเป็นเวลานานและติดต่อกันเกินไปจะทำให้หน้าขาดความชุ่มชื่นผิวอาจแห้งได้

    เกี่ยวกับทานาคา

    How to น้ำอมฤต น้ำมหัศจรรย์รักษาสารพัดโรค คลิ๊ก

  • How to 2 เมนูหวานดับร้อนช่วง Summer

    How to 2 เมนูหวานดับร้อนช่วง Summer

    อากาศร้อนๆแบบนี้ เรามีเมนูดับร้อนเพิ่มความหวานให้ร่างกายชุ่มช้่ำ กับ 2 เมนูทานคู่กัน ทำเองได้ง่ายนิดเดียว เรามาเริ่มกันที่เมนูแรกกันเลย

    เมนูแรกขอนำเสนอ “วุ้นเย็น”

    วิธีทำ

    ส่วนผสม

    • ผงวุ้นรสชาติต่างๆตามที่ต้องการ ราคาจะอยู่ที่ประมาน 30-50 บาท 

    • น้ำร้อน

    • ถ้วยใส่ ขนาด 3 ออนซ์ 

    วิธีทำ

    1. นำผงวุ้นมาละลายในน้ำอุ่น คนจนกว่าผงวุ้นจะละลาย

    2. รอให้น้ำที่ผสมผงวุ่นเย็นลง

    3. นำไปเทใส่ถ้วยที่เตรียมไว้ หรือแป้นพิมพ์ตามชอบ

    4. แช่ตู้เย็น รอจนกว่าวุุ้นจะแข็งตัว

    *ข้อควรระวัง ควรให้ปริมาณผลวุ้นและน้ำอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม มิเช่นนั้นวุ้นอาจจะเหลวหรือแข็งจนเกินไป

    เมนูที่ 2 “ครูตองซ์ คาราเมล”

    ครูตองซ์เป็นขนมปังกรอบที่มักจะทานคู่กับสลัดผัก โดยปกติแล้วจะไม่มีรสชาติสักเท่าไหร่ แต่วันนี้นเราจะนำครูตองซ์มาดัดแปลงเป็นของหวานทานเล่นคู่กันกับวุ้นเย็น

    วิธีทำ

    ส่วนผสม

    • น้ำตาลทรายแดง (เนื้อละเอียด)

    • เนยเค็ม

    • นมจืดสำหรับใส่อาหาร

    • ขนมปังแผ่น

    10906424_10207155929005449_4034642058197664008_n

    วิธีทำ

    1. ตั้งกระทะใช้ไฟอ่อนพอประมาณ ใส่นมสดลงไป 1 ถ้วยตวง

    2. เมื่อน้ำเริ่มเดือดใส่น้ำตาลทรายแดงลงไป คนให้เข้ากัน

    3. ใส่เนยตามต้องการ คนจนกว่าจะละลายเข้ากัน ทิ้งไว้สักพัก จะได้น้ำคาราเมลเหนียวพอดี

    4. นำขนมปังแผ่นมาตัดออกเป็นลูกเต๋า ขนาดไม่ต้องเล็กมาก เพราะเมื่อนำไปอบจะทำให้เล็กลงไปอีก

    5. นำขนมปังที่ตัดไว้เข้าเตาอบ หรือหากบ้านใครไม่มีเตาอบให้เทลงกระทะแล้วคั้ว

    6. นำขนมปังที่อบไว้จนแห้ง มาคลุกเข้ากับน้ำคาราเมลที่ทำไว้

    7. ทิ้งไว้ให้น้ำคาราเมลซึมจนแห้ง

    เท่านี้เราก็ได้ ครูตองซ์คาราเมลแสนอร่อยไว้ทานคู่กันกับวุ้นเยนหลากหลายรสชาติ ดังร้อน เพิ่มความสดชื่นให้ร่างกายในช่วงอากาศร้อนได้อย่างดี

    FB_IMG_1463119299462

  • ใครชอบกินปลาแซลมอนยกมือขึ้น

    ใครชอบกินปลาแซลมอนยกมือขึ้น

    ใครชอบกินปลาแซลมอนยกมือขึ้น

    IMG_4869

    ปลาแซลมอน ปลาที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยทั่วไปแล้วปลาแซลมอนเป็นปลาที่มีไขมันเยอะแต่เป็นไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เพราะเป็นศูนย์รวมของโปรตีน ชนิดที่ ไขมันต่ำ มีโอเมก้า 3 ที่มีประโยชนม์ ากๆ ต่อการทำงานของสมอง ซึ่ง โอเมก้า 3 นี้ร่างกายไม่สามารถสกัดได้เองเราจึงต้องการสารนี้เพื่อให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งไปกว่านั้น ปลาแซลมอนยังมีวิตามินดีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เสริมสร้างแคลเซียม และฟอสฟอรัสให้แก่ร่างกาย อีกทั้งยังมีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการต่อต้านการเกิดเนื้องอกต่างๆในร่างกายอีกด้วย ที่สำคัญ ไม่เฉพาะแต่เนื้อปลาแซลมอน เท่านั้นแต่ไข่ปลาแซลมอนยังมีรสชาติอร่อยและมัน แถมยังมีประโยชน์แก่ร่า่งกายไม่แ่พ้เ้นื้อปลาเลยทีเดียว

     

    IMG_7378 โดยทั่วไปปลาแซลมอลมักจะถูกนำมาอยู่ในเมนูของร้านอาหารญี่ปุ่นโดยชนิดของปลาแซลมอนนั้นก้มีการแบ่งออกไปเป็น 2 ประเภท คือ

    “นอร์วีเจียนแซลมอน” (Norwegian Salmon) เนื่องจากนอร์เวย์มีอากาศที่เหมาะสมกับการทำฟาร์มปลา จึงเรียกปลาแซลมอนตามแหล่งที่ผลิต เช่นเดียวกับ

    “สกอตตชิแซลมอน” (Scottish Salmon) ซึ่งเป็นปลาแซลมอนที่เลี้ยงในสกอตแลนด์ โดยความแตกต่างระหว่างสกอตติชและนอร์วีเจียนแซลมอนนั้นอยู่ที่ราคาเป็นอย่างแรก สกอตติช แซลมอนจะมีราคาแพงกว่า นอร์วีเจียนแซลมอน เพราะเนื้อมีไขมันเยอะกว่าจึงมีรสชาติที่อร่อยกว่า และหวานมันกว่า ขณะที่นอร์วีเจียนแซลมอนนั้นราคาย่อมเยากว่าและสีของเนื้อปลาจะออกเป็นสีพีช อมชมพู ส่วนสกอตติชแซลมอนสีจะเป็นสีอมส้ม

    เห็นที่จะต้องไปหารับประทานเพื่อเพิ่มอาหารให้กับสมองกันหน่อยแล้ว

  • สลัดความอ้วน ตามวิถีฮิปเตอร์

    สลัดความอ้วน ตามวิถีฮิปเตอร์

    สลัดความอ้วน

    สลัดความอ้วน กินให้สวยกินให้ชิค นิยามใหม่ ของสาวฮิปเตอร์ทั้งหลาย ต้องยอมรับเลยว่ากระแสรักสุขภาพนั้นกำลังมาแรง หลายๆคนหันมาออกกำลังกายอย่างจริงจัง ควบคุมอาหารกันอย่างสุดฤทธิ์ แต่อาหารที่กินนี่สิ ดูไม่ชิคเอาซ่ะเลย แล้วอย่างนี้จะ up ลง IG ยังไงล่ะค่ะ

    สลัดความอ้วน
    สลัดแซลมอล

    ลืมปัญหานั้นไปได้เลย เพราะสำหรับสาวรักสุขภาพที่อยาก up รูปลง IG แนะนำเมนูนี่เลย “สลัด” พูดถึงสลัดคนทั่วไปก็มักจะนึกถึงแต่การกินผัก แล้วมันจะไปอิ่มอะไร และสิ่งที่คนเราเข้าใจผิดมาตลอดนั้นก็คือวิธีการกิน สลัดที่ไม่ถูกต้อง แล้วกินให้ถูกทำอย่างไร กินให้ถูกไม่ใช่การเอาน้ำสลัดไปราดใส่ผักให้ฉ่ำๆแต่เป็นการนำผักไปจิ้มกับน้ำสลัดจะทำให้เราทานผักมากกว่าทานน้ำสลัด ซึ่งน้ำสลัดนั้นแหละค่ะ ตัวอ้วนเลย

    สลัดความอ้วน

    แต่สลัดผักเป็นใบๆจะจิ้มน้ำสลัดยังไงกันล่ะ นี่ไงค่ะเขาถึงมีแพคเกจสำหรับสลัดที่เอาไว้จิ้มโดยเฉพาะ “สลัดโรล” ซึ่งมีให้เลือกกันหลากหลายตามท้องตลาด แถมรูปร่างและสีสันก็น่ารับประทานอย่างยิ่งที่สำคัญมีประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ ไม่ต้องอดอาหาร ผอม สวย ใสๆ สาวๆขาชิครู้แล้วห้ามพลาด และอย่าลืม up รูปแบบ Healthy ขึ้น IG อวดความสวยกันด้วยนะจ๊ะ

     

    เกี่ยวกับสลัด

    สยบปัญหาสิวกวนใจด้วยทานาคา คลิ๊ก