หมวดหมู่: อาหาร

  • ราชาผลไม้ ทุเรียน กินให้พอดี ก็มีประโยชน์

    ราชาผลไม้ ทุเรียน กินให้พอดี ก็มีประโยชน์

    ในที่สุดผลไม้แสนอร่อยอย่าง ทุเรียน ก็มาถึง ถึงแม้ว่าจะมีราคาแพงมาก นำโด่งไปถึงลูกละ 100-300 ก็เถอะ แต่ความชอบส่วนตัวมักไม่เข้าใครออกใคร แต่ทุเรียน ถึงจะอร่อยดีมีประโยชน์ แต่หากไม่รับประทานให้ถูกวิธีก็เป็นอันตรายต่อชีวิตได้เหมือนกัน

    แม้ว่าทุเรียนจะมีกลิ่นที่ใครหลาย ๆ คนอาจไม่พึงประสงค์ บางคนว่าเป็นผลไม้ที่น้ำตาลเยอะเกินไป แต่ ประโยชน์ดี ๆ ในทุเรียน ก็มีเพียบเช่นกัน ถึงเวลาเปิดใจให้กับทุเรียนกันแล้ว ตามมาดูกันได้เลย

    ทุเรียนใน 1 ผลที่ทั้งหวานทั้งมันประกอบด้วย

    • กำมะถันอินทรีย์
    • คาร์โบไฮเดรตได้แก่ซูโครสและฟรุกโตส
    • แอนตี้ออกซิแดนท์
    • วิตามินและแร่ธาตุ เช่น วิตามินเอ, อี, ซี, โพแทสเซียม, ฟอสฟอรัส, แมงกานิส, เหล็ก, ทองแดงฯลฯ จึงนับว่าในทุเรียนมีประโยชน์ไม่ใช่น้อย

    ทุเรียน นับว่าเป็นผลไม้ที่มีแคลอรี่สูง เนื่องจากทุเรียน 4-6 เม็ด ให้ปริมาณแคลอรี่ถึง 400 กิโลแคลอรี่ หรือเทียบได้กับน้ำอัดลม 2 กระป๋อง หรือเท่ากับข้าว 1 จานเต็มๆ ซึ่งหากรับประทานเพลินเกินไปก็อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นได้


    ทุเรียนช่วย “ลดระดับไขมัน” ได้ด้วยนะ

    โดยเฉพาะพันธุ์ทุเรียนหมอนทอง ที่มีสารโพลีฟีนอล (Pholyphenols) มีส่วนช่วยในการลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย และยังมีเส้นใยที่ช่วยลดไขมันได้ดี แต่ต้องมีเงื่อนไขว่าไม่ควรทานในปริมาณที่มากจนเกินไป (ประมาณไม่เกิน 1 พูต่อวันเท่านั้น)

    สำหรับใครที่กำลังอยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนักแต่ก็อดใจไม่ไหวกับทุเรียน ไม่ต้องเครียดกันไป เลือกทานได้ในบางครั้ง เพราะไขมันที่อยู่ในทุเรียนเป็นไขมันที่ไม่ให้โทษต่อร่างกาย วางใจแล้วแอบชิมสักนิดแล้วจะติดใจ

    ตามหา “วิตามินซี” สูงในทุเรียน

    เห็นทุเรียนเป็นผลไม้หวาน ๆ แบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในทุเรียนนี่แหละที่เต็มไปด้วยวิตามินซีสูงมาก ๆ มีผลต่อการป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ อาทิ โรคหัวใจ โรคที่เกี่ยวกับระบบไหลเวียนของเลือด แนะนำเช่นเคยว่าต้องทานในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นแล้วจะดีต่อร่างกาย

    ดีท็อกซ์ลำไส้” ด้วยทุเรียน

    เพราะในทุเรียนอุดมไปด้วยกากใยอาหาร ซึ่งดีต่อระบบการขับถ่ายในร่างกาย ทุเรียนจึงเป็นเสมือนยาระบายอ่อน ๆ นั่นเอง สำหรับใครที่อยากดีท็อกซ์ลำไส้ด้วยทุเรียนก็ไม่ยากเลยค่ะ เพียงทานทุเรียนในช่วงเช้าไม่เกิน 1 พู ตามด้วยน้ำอุ่น 1 แก้ว จะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น

    ทุเรียนช่วยเรื่องการ “เผาผลาญ”

    ทุเรียนนับว่าเป็นผลไม้ชนิดร้อน เมื่อทานเข้าไปในร่างกายจะเกิดการเผาผลาญด้วยความร้อนจากกำมะถัน โดยต้องเลือกทานทุเรียนเข้าไปในปริมาณที่พอดี (ครั้งละไม่เกิน 1 – 2 พู) ทุเรียนก็จะช่วยเข้าไปเร่งการเผาผลาญภายในร่างกาย สายเบิร์นรู้แบบนี้แล้วไม่ต้องกลัวว่าจะทานทุเรียนไม่ได้นะ

    รู้แบบนี้แล้วก็รับประทานทุเรียนได้อย่างสบายใจได้เลย !! แต่อย่าลืมรับประทานแต่น้อย พร้อมกับออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รับรองว่าจะรับประทานทุเรียนได้อิ่มอร่อย ปลอดภัยต่อร่างกาย และไม่ต้องกังวลใจ

    บทความอื่นที่น่าสนใจ :าสิ!มารู้เกี่ยวกับ 6 ผักผลไม้ลดความอ้วน(ผักก็ดี ผลไม้ก็โดน)

  • เนสกาแฟ โกลด์ ไขความลับ “กาแฟคราฟท์”  อีกระดับของกาแฟชั้นเลิศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

    เนสกาแฟ โกลด์ ไขความลับ “กาแฟคราฟท์” อีกระดับของกาแฟชั้นเลิศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด

    เนสกาแฟ โกลด์

    เนสกาแฟ โกลด์ ด้วยเอกลักษณ์ของ “กาแฟคราฟท์” ที่พิถีพิถันและใส่ใจในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การคัดสรรวัตถุดิบ การคั่ว การบด การชง ฯลฯ จนได้มาซึ่งกาแฟคุณภาพชั้นเลิศ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคอกาแฟต่างหลงใหลในรสชาติอันแสนพิเศษของกาแฟคราฟท์ ด้วยเหตุนี้ เนสกาแฟ โกลด์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟชั้นนำระดับโลกจึงได้จับมือกับ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ศิลปินสายคราฟท์และแบรนด์แอมบาสเดอร์เนสกาแฟโกลด์ เนรมิต “คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์” ขึ้นให้เหล่าคอฟฟี่เลิฟเว่อร์ที่หลงใหลในความแตกต่างมาร่วมไขความลับของกาแฟคราฟท์ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด ร่วมกับบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟคราฟท์ พร้อมดื่มด่ำกับประสบการณ์สุดคราฟท์จากดนตรีและคอลเลคชั่นแผ่นเสียงสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์โดยหนุ่มก้องเพื่อเพิ่มสุนทรียรสในการดื่มด่ำกาแฟคราฟท์ให้พิเศษยิ่งขึ้น

    กว่าจะมาเป็น ‘กาแฟคราฟท์’ ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด

    หัวใจสำคัญที่สุดของ ‘กาแฟคราฟท์’ คือความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่เพียงแต่การคัดสรรเมล็ดกาแฟ การคั่ว บด ชง หรือปรุงกาแฟในระยะเวลาที่พอเหมาะเพียงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสถานที่และวิธีการปลูกกาแฟที่ส่งผลต่อกลิ่นและรสชาติของเมล็ดกาแฟ ตลอดจนความเชี่ยวชาญของบาริสต้าที่มากประสบการณ์ในการแนะนำกาแฟคราฟท์ให้เหมาะกับความชื่นชอบของคอกาแฟแต่ละคนอีกด้วย

    นายธนธร พันพานิชย์กุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส กลุ่มผลิตภัณฑ์เนสกาแฟ เนสกาแฟโกลด์ ครีมเทียม และเนสที บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด

    เผยว่า
    ‘เนสกาแฟ โกลด์ ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของความละเมียดละไมในรสชาติของกาแฟที่กลมกล่อม หอมนุ่มในทุกรสสัมผัส โดยผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟที่พิถีพิถันและใส่ใจทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรเฉพาะเมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพที่ดีที่สุดจากเทือกเขาสูงด้วยมือ เพื่อให้ได้มาซึ่งกาแฟคราฟท์คุณภาพเยี่ยม โดยเริ่มจาก…

    ขั้นตอนการได้ “กาแฟคราฟท์คุณภาพเยี่ยม”

    Total Time:

    การคัดสรรเฉพาะผลกาแฟสีแดง หรือ ‘คอฟฟี่เชอรี่’ (Coffee Cherry picking)

    เพื่อให้ได้กาแฟคุณภาพดีที่สุด โดยเลือกเฉพาะผลกาแฟที่มีสีแดงสดซึ่งเป็นผลกาแฟที่สุกเต็มที่และมีรสชาติที่ดีที่สุด

    คัดเลือกเฉพาะผลกาแฟที่จมน้ำเท่านั้น

    จากนั้นจึงนำผลกาแฟสีแดงที่เลือกไปแช่น้ำเพื่อคัดผลกาแฟที่ไม่ได้คุณภาพออกไป โดยจะคัดผลกาแฟที่ลอยน้ำ (Floating) ทิ้งไป และคัดเลือกเฉพาะผลกาแฟที่จมน้ำเท่านั้น

    ปอกเปลือก (Pulping) และล้างเมือก

    ต่อจากนั้นจึงนำผลกาแฟที่คัดแล้วมาปอกเปลือก (Pulping) และล้างเมือก ด้วยการคัดแยกแล้วนำลงเครื่องปอกเปลือก จนได้เมล็ดกาแฟที่ประกบกันอยู่ แล้วขัดเมือกที่หุ้มเมล็ดออกให้หมด เพื่อป้องกันปัญหาด้านกลิ่นแปลกปลอมในขั้นตอนของการสีเมล็ดกาแฟ

    แช่น้ำสะอาด (Fermenting) และนำไปหมักแห้ง (Draining)

    นำเมล็ดกาแฟไป แช่น้ำสะอาด (Fermenting) และนำไปหมักแห้ง (Draining) จากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดครั้งที่ 2 แล้วจึงนำเมล็ดกาแฟไปตากแห้งตามธรรมชาติ (Drying) ซึ่งจะตากเฉพาะช่วงกลางวันเท่านั้น และตอนกลางคืนจะต้องเก็บเพื่อไม่ให้โดนน้ำค้าง

    สีเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออก (Hulling)

    เมื่อแห้งแล้วก็จะกลายเป็นเมล็ดกาแฟ สำหรับนำไปสีเอาเปลือกหุ้มเมล็ดออก (Hulling) ก่อนจะนำไปคั่ว โดยจะมีการคัดสรรเมล็ดด้วยมือทุกขั้นตอน (Hand sorting) เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดี พร้อมเข้าสู่กระบวนการผลิตต่อไป

    คั่วและบดเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้า

    และขั้นตอนสุดท้ายคือ การคั่วและบดเมล็ดกาแฟอาราบิก้าและโรบัสต้าให้ผสมผสานเข้ากันอย่างสมบูรณ์แบบ จากเมล็ดกาแฟดิบจะถูกคั่วจนกลายเป็นกาแฟสีน้ำตาลทอง พร้อมกลิ่นหอมกรุ่น ซึ่งจำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญและความพิถีพิถันในการคั่วบด ภายใต้เวลาและอุณภูมิที่เหมาะสม จึงจะได้กาแฟคั่วบดละเอียดขนาดเล็ก 10 เท่าที่ให้รสชาติและกลิ่นหอมของกาแฟที่อร่อยกลมกล่อมสมบูรณ์แบบ

    คราฟท์ทุกขั้นตอนกับ ‘กาแฟคราฟท์’ ที่พิถีพิถันในทุกเมนู

    เพื่อมอบสุนทรียรสให้คอกาแฟได้สัมผัส ‘กาแฟคราฟท์’ ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด เนสกาแฟ โกลด์ ได้จับมือกับ ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ศิลปินสายคราฟท์และแบรนด์แอมบาสเดอร์ เนสกาแฟโกลด์เนรมิต “คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์” ขึ้นมาให้คอกาแฟที่หลงใหลในความแตกต่างได้รู้จักและดื่มด่ำความพิเศษของ ‘กาแฟคราฟท์’ มากยิ่งขึ้น โดยมีบาริสต้าผู้เชี่ยวชาญด้านกาแฟคราฟท์ที่คอยแนะนำที่มาและรสชาติของกาแฟแต่ละชนิด
    พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวความพิถีพิถันในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นเวลาในการปรุง หรืออุณหภูมิในการชง เพื่อดึงรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟคราฟท์แต่ละชนิดให้ออกมาดีที่สุด

    ไม่ว่าจะเป็น สายกาแฟใส่นม หรือ White Cup ที่ให้อารมณ์ละมุนๆ กับเมนูไฮไลท์อย่าง เนสกาแฟ โกลด์ คาเฟ่ โอเลท์ ร้อน ที่มีให้เลือกทั้งสูตรไม่มีน้ำตาลทราย และสูตรเข้มกลมกล่อม ไอซ์ลาเต้ และไอซ์คาราเมล ลาเต้ กับรสชาติเข้มลงตัวจนคุณหลงใหล ด้วยกาแฟอาราบิก้าผสานความละมุนจากนมนำเข้าจากประเทศ

    นิวซีแลนด์ รวมทั้ง สายเมนู Hot Foam หรือกาแฟมีโฟมที่มาพร้อมกับฟองนมหนานุ่มหลากหลายรสชาติทั้ง คาปูชิโน่ร้อน ที่มอบรสชาติอันกลมกล่อมลงตัวของกาแฟคั่ว ลาเต้มัคคิอาโต้ร้อน กับรสนุ่มละมุนหอมหวาน และ ไวท์เอสเพรสโซ่ร้อน ที่เข้มทั้งกลิ่นและรสกาแฟ พร้อมทั้ง สายกาแฟดำ หรือ Black Cup ที่มาพร้อมรสชาติเข้มข้นหอมกรุ่นอย่าง กาแฟอเมริกาโน่ ร้อนและเย็น หรือ เนสกาแฟ โกลด์ เครมมา ที่ผสานกาแฟอาราบิก้าชั้นดีคั่วบดละเอียด 10 เท่า โดดเด่นด้วยกาแฟผงละเอียดสีทองอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะที่ทำให้เกิดฟองกาแฟเครมมาละมุนลอยอยู่บนทุกแก้ว ให้คอฟฟี่เลิฟเว่อร์ได้ดื่มด่ำกับกาแฟคราฟท์แก้วโปรดในแบบที่เป็นตัวเอง ดื่มด่ำ ‘กาแฟคราฟท์’ ให้คราฟท์กว่าที่เคย ตามแบบฉบับ ก้อง-สหรัถ

    ด้านศิลปินที่คราฟท์และใส่ใจในทุกรายละเอียดทั้งในเรื่องการทำงานและการใช้ชีวิต ไม่เว้นแม้แต่การดื่มกาแฟก็ต้องพิถีพิถันเช่นเดียวกัน อย่างหนุ่ม ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา กับบทบาทล่าสุดในฐานะเจ้าของร้านกาแฟ “คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์” ที่ได้ร่วมกับเนสกาแฟโกลด์สร้างสรรค์ขึ้น โดยหนุ่มก้องได้มีส่วนสำคัญในการออกแบบและตกแต่งคาเฟ่ที่คราฟท์ทุกรายละเอียด ตั้งแต่การใช้โทนสีทองดำที่ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่อบอุ่นลงตัว การจัดแสดงคอลเลคชั่นแผ่นเสียงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เครื่องดนตรีชิ้นโปรดอย่างกีต้าร์ รวมถึงการคัดเลือกเพลงที่สะท้อนความเป็นตัวตนของหนุ่มก้องที่เข้ากับบรรยากาศการคราฟท์กาแฟของเนสกาแฟได้อย่างลงตัวสมบูรณ์แบบ

    โดยหนุ่มก้องเผยว่า “นอกจากการได้ดื่มกาแฟคราฟท์แก้วโปรดที่ผมชื่นชอบแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันสำหรับผมคือเรื่องของบรรยากาศและช่วงเวลาในการดื่มกาแฟครับ ดื่มตอนช่วงเช้าก็จะได้อารมณ์แบบหนึ่ง หรือดื่มตอนช่วงที่ต้องใช้ความคิดในเรื่องการทำงานก็จะได้อีกความรู้สึกหนึ่งครับ แต่โมเม้นท์ที่ผมชอบที่สุดคงจะเป็นช่วงเวลาที่ผมได้ดื่มกาแฟคราฟท์ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ กับดนตรีที่ผมชื่นชอบอย่างเช่นที่ คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์ แห่งนี้ที่ทำให้กาแฟคราฟท์ของผมพิเศษขึ้นอีกเยอะเลยครับ”

    คอกาแฟที่หลงใหลในความแตกต่างเตรียมพบกับประสบการณ์การดื่มด่ำกับ ‘กาแฟคราฟท์’ ชั้นเลิศที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดที่ “คราฟท์ คาเฟ่ โดย เนสกาแฟ โกลด์” ที่จะมอบประสบการณ์กาแฟคราฟท์ชั้นเลิศได้ทาง facebook.com/Nescafe.TH/

    เข้ากลุ่มไปคุยกันต่อกันได้ใน

    [CHEEZEBITE] คุณได้รับคำเชิญให้เข้าร่วมสแควร์ของ LINE
    https://line.me/ti/g2/YMXZR1R0Q6
    มาสร้างคอนเทนต์คุณภาพร่วมกับเรา
    เรื่องที่คุณเล่าเราจะนำไปบอกต่อ
    ข่าว | บันเทิง | ท่องเที่ยว | อาหาร | สุขภาพ | ตำนาน | จิปาถะ | สัวตว์
    จะบ่น จะเล่า ส่งเรื่องเข้ากลุ่มเลย!!!

  • ให้พูดถึงเบเกอรี่ ขนมปังต้องพูดถึง ขนมปังซ่อนกลิ่น ลาดพร้าว71

    ให้พูดถึงเบเกอรี่ ขนมปังต้องพูดถึง ขนมปังซ่อนกลิ่น ลาดพร้าว71

    พูดถึงเบเกอรี่ ขนมปังต้องพูดถึง ขนมปังซ่อนกลิ่น

    จากการที่ได้หาร้านเบเกอรี่ หรือร้านขนมมาทั่วลาดพร้าว71 ก็ได้ร้านใกล้ตัวนี้แหละ นั้นก็คือ ร้านซ่อนกลิ่น เป็นร้านที่ เมนูไม่เเปลกใหม่เท่าไรนัก เเต่กลับได้อารมณ์ของกลิ่นขนมปังที่อบใหม่ สดๆ ร้อนๆ ทุกวัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งร้าน ขนมเบเกอรี่ ที่คนรักขนมไม่ควรพลาด ไปตำกันเลยคะ #ลาดพร้าว71

    หน้าตาขนมปัง ร้านซ่อนกลิ่น  ก็จะประมาณนี้แหละคะ….. น่าทานไหมคะ

    ร้านเบเกอรี่ที่อร่อยสุดในย่าน ลาดพร้าว71 อย่าพึ่งเชื่อเรา!!  ต้องไปลองเอง….

    พบกับไส้ใหม่… ข้าวโพดเนยสด มันม่วง ของใหม่ มาแรง!

    แถมตัวเด็ดของร้าน เนยสดไอซิ่ง
    โรยขนาดนี้ ขอหวยเรยไหมคะ *_*

    ร้าน ซ่อนกลิ่น มีทั้งขนมปัง อบสดใหม่ๆ และขนมปังกรอบ แฟนซี มีให้เลือกถึง 5รสชาติ

    ภานในร้านยังมีกาแฟและเครื่องดื่มพร้อมเสิร์ฟ และน่าทานมากๆ ต้องไปลองกันนะคะ บรรยากาศภายในร้าน ดูน่ารัก เก๋ๆ พร้อมรูปภาพ ที่เจ้าของร้าน ลงมือวาดเองด้วยความใส่ใจ …….

     

    เจ้าของร้าน ก็จะดูเก๋ๆ แซ่บๆ ประมาณนี้แหละคะ ใครที่มีโอกาสผ่าน ลาดพร้าว 71 อย่าพลาด ร้านขนมปังซ่อนกลิ่นนะคะ

    ทาง CheezeBite ขอแนะนำเลยคะ ว่าพลาดไม่ได้จริงๆ

     

     

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : Cali-Mex New Branch Sukhumvit soi 11

  • Cali-Mex New Branch Sukhumvit soi 11

    Cali-Mex New Branch Sukhumvit soi 11

    Cali – Mex Bar & Grill New Branch Sukhumvit soi 11

    คาลิ-เม็กซ์ บาร์แอนด์กริลล์ เปิดตัวสาขาใหม่ ณ สุขุมวิทซอย 11 คาลิ-เม็กซ์ ประเทศไทย
    พร้อมเปิดตัวร้านอาหารเม็กซิกันสไตล์อเมริกันสาขาใหม่ล่าสุดเป็น ร้านต้นแบบฉบับ คาลิ-เม็กซ์ บาร์​ แอนด์ กริลล์ ซอย 11 เมื่อเร็วๆนี้

    ตั้งอยู่ใจกลางย่านแสงสีสุดคึกครื้น ในซอยสุขุมวิท 11 พร้อมจุดเด่นของร้าน อาหารเม็กซิกันชั้นเลิศ พร้อมเพิ่มเมนูคาลิฟอร์เนียน เนื้อย่างดีกรีพิเศษ และมีความหลากหลายให้เลือกรับประทาน.

    หลังจาก คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ สาขาสุขุมวิท 22 เปิดตัวไปเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา วันนี้ สาขาใหม่เป็นร้านต้นแบบฉบับ ในซอยสุขุมวิท 11 มาพร้อมกับเมนูคาลิฟอร์เนียนให้เลือกมากขึ้น คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพชั้นเลิศ ที่จะดึงดูดนักชิม และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องราตรีและแสงสีในย่านสุขุมวิทที่คึกคัก และเป็นสวรรค์ของการรับประทานอาหาร


    คาลิ – เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ เป็นความสำเร็จที่โด่งดังมาแล้วจากร้านอาหารเม็กซิกันสไตล์อเมริกันในฮ่องกง กับสาขาที่มีอยู่กว่า 20 แห่ง และวันนี้ คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ก้าวสู่ประเทศไทยเพื่อสร้างสีสันให้กับแวดวงร้านอาหารชั้นเลิศ กับการเปิดตัว 3 สาขาใหม่ พร้อมความตั้งใจที่จะขยายไปสู่ 20 สาขาในอีก 3 ปีข้างหน้า

    โดยสาขาที่ซอยสุขุมวิท 11 แห่งใหม่นี้ พร้อมรับรองลูกค้าถึง 120 ที่นั่งบนพื้นที่กว้างขวางกว่า 150 ตารางเมตร นอกจากเมนูต้นตำรับสไตล์เม็กซิกัน อย่าง Burritos Quesadillas และ Tacos แล้ว คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ ที่ซอย 11 นี้

    ยังมีเมนูแสนอร่อยที่ทำจากผลิตภัณฑ์ปลอดกลูเทน เมนูมังสวิรัติงดเนื้อสัตว์ และ เมนูเอาใจชาววีแกนสายรักผักให้เลือกรับประทานด้วยเช่นกัน

    เมนูใหม่ที่น่าลิ้มลองนั้น เริ่มตั้งแต่ จานเรียกน้ำย่อยอย่าง ดิป ผักโขม และ อาร์ติโช๊ค Chilli Con Carne ที่เสริฟความเผ็ดร้อนของพริกคู่กับเนื้อ Sizzling Garlic Chilli Prawns กุ้งกับพริกกระเทียมร้อนๆ และจานหลัก Grilled Chicken Parmigiana ไก่ย่างพาร์มิจิอาน่า

    รวมถึงเมนูสุดฮิตรับประทานคู่กับเบียร์สดอย่าง ฟิช แอนด์ ชิป และ ริบอายสเต็ค ที่เสริฟร้อนๆ คู่กับเครื่องเคียงที่เผ็ดร้อนสไตล์เม็กซิกันอย่างลงตัว นอกจากนั้น ไฮไลท์ที่บาร์เครื่องดื่มที่สร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจ ชื่อ วิลเลี่ยมส์เบิร์กบาร์ คอนเซ็ปมาจากย่านบรูคลินน์ ในนครนิวยอร์ค สะท้อนอยู่ในตัวเลือกที่เอาใจนักดื่ม ด้วย จิน กว่า 30 ชนิด เบอร์เบิร์น และวิสกี้ อีกกว่า 30 แบรนด์ รวมถึงคอกเทล และมาร์ตินี่สูตรพิเศษ

    พร้อมเสริฟและรังสรรความบันเทิงตลอดมื้ออาหาร คาลิ-เม็กซ์ บาร์ แอนด์ กริลล์ พร้อมส่งมอบความสุขเต็มรูปแบบในบรรยากาศการรับประทานอาหาร เบียร์แท๊ปที่ติดตั้งอยู่บนโต๊ะถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคาลิ-เม็กซ์ ถือเป็นร้านอาหารที่เสริฟความสนุกเป็นแห่งแรกในกรุงเทพ!

    Cali-Mex Thailand เปิดตัวสาขาที่ 3 Cali-Mex Bar & Grill สุขุมวิท ซอย 11 ไปเมื่อเร็วๆนี้ ต้อนรับปี 2562 ชูโรง เป็นสาขา Flagship ของแบรนด์ โดยการตกแต่งสถานที่ ที่ ดูเป็น ร้านอาหารเกรดพรีเมียม มีเมนูอาหารเครื่องดื่ม ให้เลือกมากขึ้นจากสาขาอื่นๆ เน้น เนื้อเกรดพรีเมียม มาย่างและ อบ แต่ยังคงไว้ซึ่งคุณภาพ และ ความสด อร่อย ยึดมั่นในมาตรฐานเสมอมา ตาม สไตล์ครัวแคลิฟลอเนียน.

    หัวใจหลักที่ทำให้ร้าน Cali-Mex Bar & Grill คือ การเลือกสรรวัตถุดิบคุณภาพ จากที่ต่างๆทั่วโลก เน้นความสดใหม่ รวมถึงมีการพัฒนาเมนูอาหารใหม่ๆ อาทิเช่น เนื้อวัวนำเข้า เกรด USDA (799-3900Bt) และ เมนูอกเป็ดอบ(549Bt) และหมูคูโรบูต้าที่นำมาย่างรสชาติชวน ลิ้มลอง (429Bt). ในส่วนบาร์วิลเลี่ยมเบอร์ก ทางร้านมี เหล้า Bourbon, whisky, rye และ gin รวมมากกว่า 70 ชนิด ให้เลือก.

    Cali-Mex Bar & Grill สาขาสุขุมวิทซอย 11 เปิดให้บริการแล้ว เหมาะสำหรับลูกค้าที่สรรหา อาหารสดมีคุณภาพและดีต่อสุขภาพ
    ในบรรยากาศสบาย สไตล์ แคลิฟอเนีย

    สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ 02 015 8100
    Cali-Mex Bar & Grill Sukhumvit soi 11
    เวลาเปิด – ปิด : 10.30 – 02.30น. ทุกวัน

     

     

     

     

     

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล จัดโปรฯ อินเด็กซ์ เซลล์ (Index Sale)

  • รวมเมนูวอดก้า ไว้ปาร์ตี้หรรษาช่วงเทศกาลปีใหม่

    รวมเมนูวอดก้า ไว้ปาร์ตี้หรรษาช่วงเทศกาลปีใหม่

    รวมเมนูวอดก้า ไว้ปาร์ตี้หรรษาช่วงเทศกาลปีใหม่ ด้วยVODKA

    รวมเมนูวอดก้า ให้กับทุก ๆ คนจร้า! พอใกล้ถึงเทศกาลสิ้นปี หรือปีใหม่เป็นช่วงน่าเฉลิมฉลองจริงๆ ทั้งอากาศที่กำลังหนาว มีลมพัดเย็นสบาย นอกจากการพักผ่อน ในวันหยุดที่รอคอยแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งวันที่เป็นวันรวมตัวของบรรดาคนที่รักอย่างครอบครัว พ่อแม่ หรือเพื่อนฝูง

    และแน่นอนว่าเมื่อมีการรวมตัวกันก็ย่อมมีปาร์ตี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งวันนี้เราจะมาดูไอเดียการทำค็อกเทลปาร์ตี้ที่ทำให้เรา และคนในงานสามารถดื่มได้ง่าย ๆ ในระหว่างอัพเดทเรื่องราวของกันและกัน…….

    • Kiwi Sunbath

    เปลี่ยนบรรยากาศมานอนอาบแดดข้างนอก มิกซ์สูตรนี้เลย เฟรชเว่อร์

    ส่วนผสม (ปริมาณต่อ 5 แก้ว)

    • แชมเปญ                                  1       ลิตร
    • น้ำแข็งป่นละเอียด                     2       ถ้วย
    • ฟรุ๊ตพันช์                                  1¼    ถ้วย
    • น้ำส้มคั้นสด                              1¼    ถ้วย
    • สตรอเบอร์รี่สด                          1       แพ็ค
    • ไอศครีมราสพ์เบอร์รี่ซอร์เบท์       1      ไพนท์

    วิธีการมิกซ์

    1. ผสมแชมเปญ, ฟรุ๊ตพันช์, และน้ำส้มคั้นเข้าด้วยกันในอ่างพันช์ตามสัดส่วน
    2. สไลซ์ผลสตรอเบอร์รี่ให้เป็นชิ้นบางๆ แล้วเติมลงไป คนให้เข้ากัน
    3. สกู๊ปไอศครีมราสพ์เบอร์รี่ผสมลงไป คนให้เข้ากัน
    4. เสิร์ฟใส่แก้ว เติมน้ำแข็งป่นละเอียดเพื่อเพิ่มความเย็น แล้วตกแต่งด้วยสตรอเบอร์รี่สดน่ารักๆ
    • Berry Bedtime 

    เมนูนี้สำหรับสาวเปรี้ยวอมหวานที่ชอบเบอร์รี่เป็นที่ซู้ดดดด ทำง่าย ดื่มง่าย สนุกที่สุด!

    ส่วนผสม (ปริมาณต่อ 1 แก้ว)

    • โซดา                                       1         ขวด
    • วอดก้า Absolut                        2        ชอต
    • ราสพ์เบอร์รี่สด                          1/2      แพ็ค
    • สตรอเบอร์รี่สด                          1/2      แพ็ค
    • ซอสสตรอเบอร์รี่                        5         ช้อนโต๊ะ
    • มะนาว                                      1         ลูก
    • น้ำแข็ง                                      1         แก้ว

    วิธีการมิกซ์

    1. นำราสพ์เบอร์รี่และสตรอเบอร์รี่สดมาผ่าครึ่งลูก แล้วพักเอาไว้
    2. เทซอสสตรอเบอร์รี่ 2-3 ช้อนโต๊ะไปที่ก้นแก้ว แล้วตักน้ำแข็งใส่ประมาณครึ่งแก้ว
    3. จัดเรียงผลไม้สดลงในแก้ว แล้วเทวอกดก้าชอตลงไป ตามด้วยโซดา
    4. เตรียมซอสสตรอเบอร์รี่ที่เหลือไว้ในแก้วชอต เวลาจะดื่มก็ราดซอสลงไป บีบมะนาวเพิ่มความเปรี้ยวนิดๆ แล้วคนให้เข้ากัน
    • Blue Lagoon Cooktail

    ค็อกเทลตัวนี้เหมาะกับการดื่มตอนกลางวันมาก ๆ เพราะรสชาติหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ ที่ทำให้คุณสดชื่นจนลืมรสชาติขม ๆ ของวอดก้าไปโดยสิ้นเชิ้ง

    ส่วนผสม

    • วอดก้า 1ช็อต
    • Blue Curacao (เหล้าหวานสีฟ้า ) 1/2 ช็อต
    • น้ำมะนาว
    • น้ำแข็ง

    วิธีทำ

    เตรียมแก้วที่จะใช้เสริฟใส่วอดก้า และ Blue Curacao ผสมให้เข้ากันเติมน้ำมะนาว (ความเปรี้ยวตามใจชอบ) จากนั้นใส่น้ำแข็งคนให้เข้ากันเสริฟได้

    • Caipirinha Cocktail

    หอมสดชื่นกับกลิ่นมินท์ และรสชาติเปรี้ยว ๆ ที่ทำให้คุณจิบได้ไม่มีเบื่อ สไตล์บราซิล

    ส่วนผสม

    • วอดก้า 1 ช็อต
    • น้ำมะนาว 1/2 ช็อต
    • น้ำเชื่อม 1/2 ช็อต
    • น้ำแข็ง

    วิธีทำ

    หาแก้วทรงสูงสวย ๆ 1 ใบ ใส่ส่วนผสมทั้งหมดคนให้เข้ากัน และโรยด้วยน้ำแข็งหลอดก้อนเล็ก ๆ ตกแต่งด้วยมะนาวฝ่านยกเสริฟได้เลยจร้าาา !!!

    • Sex on the beach

    ส่วนผสม

    • วอดก้า 1 ออนซ์ครึ่ง
    • Peach schnapps 1/2 ออนซ์
    • น้ำส้มหรือน้ำสับปะรส 1 ออนซ์ครึ่ง
    • น้ำแครนเบอร์รี่ 1 ออนซ์ครึ่ง

    วิธีทำ

    ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในแก้วเชคค็อกเทล ตามด้วยน้ำแข็ง เชคแล้วกรองเอาแต่น้ำ (Shake & Strain) เทใส่แก้ว highball แล้วใส่น้ำแข็งลงไปเลยจร้าาาา

    • Screwdriver

    ส่วนผสม

    • วอดก้า 1 ออนซ์ครึ่ง
    • น้ำส้ม 6 ออนซ์
    • น้ำแข็งก้อน 1 ถ้วนครึ่ง

    วิธีทำ

    ใส่วอดก้าและน้ำส้มลงในแก้วทรงสูง คนให้เข้ากัน เติมน้ำแข็งลงไปได้เลยจร้าาาา

    • Vodka Gimlet

    ส่วนผสม

    • วอดก้า 2 ออนซ์
    • น้ำมะนาวสด 1 ออนซ์
    • น้ำเชื่อม 3/4 ช้อนโต๊ะ
    • มะนาวสไลด์

    วิธีทำ

    ผสมวอดก้า น้ำมะนาว และน้ำเชื่อมเข้าด้วยกัน เทใส่แก้ว แล้วตกแต่งด้วยมะนาวสไลด์

     

     

     

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : เคล็ดลับสุขภาพ 6 สูตรง่ายๆ สวยจากภายในสู่ภายนอก

  • ไม่กล้ากิน! งานศิลปะซาชิมิ โดยเชฟญี่ปุ่น

    ไม่กล้ากิน! งานศิลปะซาชิมิ โดยเชฟญี่ปุ่น

    ถึงกับไม่กล้ากิน ! งานศิลปะซาชิมิ โดยเชฟญี่ปุ่น เพราะมันสวยงามสุดยอดเหลือเกิน

    งานศิลปะซาชิมิ โดยเชฟญี่ปุ่น ในปัจจุบันอาหารไม่ได้เน้นกันเฉพาะรสชาติความอร่อยเท่านั้น แต่หน้าตาก็ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่ทำให้ผู้ทานชื่นชอบ จนแทบจะบอกได้ว่ามันกลายเป็นงานศิลปะกลายๆ ไปแล้วก็ว่าได้

    งานี้เลยทำให้เชฟหลายท่านต้องกลายเป็นศิลปินไปในตัว โดยเฉพาะการจัดจานที่ต้องมีความดงามประณีต เพื่อดึงดูดให้มันดูน่าทานมากยิ่งขึ้น

    วันนี้เราจะพาไปชมผลงานศิลปะบนจานอาหารที่บอกเลยว่าสุดยอดมากๆ เป็นซาชิมิที่บอกเลยว่าสุดยอดมากๆ ด้วยฝีมือ Mikyou เชฟชาวญี่ผุ่นผู้มีความเป็นศิลปินอยู่ในตัวแบบเต็มเปี่ยม

    งานของเขานั้นสร้างสรรออกมาได้อย่างสุดยอด มีความประณีต การจัดเรียงเนื้อปลาที่ทำออกมาเป็นภาพต่างๆ ได้อย่างสมจริงราวกับวาดขึ้นมา งานนี้ทำเอาหลายคนไม่กล้ากินเพราะมันงดงามเหลือเกิน…..

    การจัดวางให้ออกมาเป็นภาพก็ว่ายากแล้ว การเลือกวัตถุดิบที่เหมาะสมกับภาพดูท่าจะยากยิ่งกว่าอีกนะเนี่ย….

     

     

    ขอบคุณ : ที่สุดในโลก

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : รีวิว ร้านอาหารญี่ปุ่น การันตีคุณภาพ (ของดีเมืองอุดร)

  • ทริปวันเดียว แบกเป้เที่ยว ตากอากาศบางปู

    ทริปวันเดียว แบกเป้เที่ยว ตากอากาศบางปู

    แบกเป้เที่ยว ตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ

    ตากอากาศบางปู เป็นป่าชุ่มน้ำชายฝั่งอ่าวไทย ใกล้กับปากแม่น้ำเจ้าพระยา เราก็จะสามารถไปชมนก ได้ช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปีโดยประมาณ และที่สำคัญ อาหารหลักอีกอย่างที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย ก็คือ กากหมู ที่เป็นอาหารไฮไล้ท์สำคัญเลย เพราะสามารถใช้เป็นอาหารป้อนให้นกโฉบมาคาบกินจากมือที่เรายื่นให้ได้เลยค่ะ

    ซึ่งบนสะพานชมนกนี้ ก็มีร้านจำหน่ายกากหมูให้ในราคา 10 , 20 และ 50 บาท ช่วงนี้ 🕊🕊🕊 นกนางนวลค่อนข้างเยอะมากๆ ถ้าให้เราแนะนำ ให้ไปในช่วงเช้า เพราะนักท่องเที่ยวจะน้อยๆกว่าช่วงเย็น จร้า….

    สถานตากอากาศบางปู เปิดบริการทุกวัน และ ไม่มีค่าเข้าชม  นักท่องเที่ยวนิยมพาครอบครัวมารับประทานอาหาร ให้อาหารนกนางนวล และยามเย็นก็รอชมความงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

    นกนางนวล อพยพมาพักอาศัยนับหมื่นตัวจนกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของบางปูไปแล้ว…

    เมื่อได้เวลาแดดร่มลมตก อากาศเริ่มเย็นสบาย นกที่หลบแดดอยู่ก็เริ่มทยอยออกมาโชว์ตัวให้ได้เห็น ต่างโบยบินโฉบไป โฉบมา บางส่วน ก็เดินรอรับอาหารอยู่ด้านล่าง คงจะบินเหนื่อย หรือขี้เกียจ ก็ไม่อาจทราบได้!

    นกที่นี่ .. ไม่ค่อยกลัวคน สามารถบินมารับอาหาร จากมือได้เลย หรือ ถ้าลองโยนอาหารขึ้นไปในอากาศ นกก็จะบินโฉบมา คาบอาหารไปกินได้อย่างง่ายดาย!

    ในช่วงเย็นของทุกๆวัน นักท่องเที่ยวจะมาชมนก และชมบรรยากาศที่นี่กันเยอะมาก ยิ่งเย็นยิ่งทยอยกันมาเรื่อยๆ ทั้งวันธรรมดา และ จะเยอะมากๆ ในวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ถึงแม้ว่า จะเป็นช่วงเวลาที่มีนกให้ชมไม่เยอะ แต่การได้พักผ่อนตากอากาศยามเย็น พาครอบครัวมานั่งกินข้าว มาเดินเล่นชมธรรมชาติ ก็คงเพียงพอแล้ว……

    • ร้านอาหารศาลาสุขใจ

    ภายในร้านอาหารศาลาสุขใจ มีห้องรับจัดเลี้ยง ห้องจัดประชุม สัมนา ฯลฯ มีบริการอาหาร-เครื่องดื่ม ในบรรยากาศวิวทะเล เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.00 – 20.00 น. ในวันเสาร์จะมีกิจกรรมลีลาศเพื่ออสุขภาพ ตั้งแต่เวลา 16.00 – 20.00 น.

    • จุดเด่นของที่นี้

    จุดเด่นของที่นี่ คือ สะพานสุขตา ซึ่งเป็นสะพานปูนสร้างยื่นออกไปในทะเลประมาณ 500 เมตร บนสะพานเป็นจุดดูนกและจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามแห่งหนึ่ง ปลายสะพานเป็นที่ตั้งของศาลาสุขใจ

     

     

     

     

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : โอโห้! ที่นี่ที่ไหน หลาดเล ทำไมของกินเยอะแบบนี้

  • ซอสมะเขือเทศ Heinz กับเลขแห่งความลับ 57

    ซอสมะเขือเทศ Heinz กับเลขแห่งความลับ 57

    ซอสมะเขือเทศ Heinz กับเลขแห่งความลับ 57

    ซอสมะเขือเทศ Heinz กับเลขแห่งความลับ ฟังดูแล้วเหมือนชื่อ ภาพยนต์นิยายเวทย์มนต์ชื่อดัง แต่นี้คือเรื่องจริงของซอสมะเขือเทศที่เราท่านกันมากว่าสิบๆปี ก่อนที่จะเจอกับความลับของเขา เรามาทำความรู้กับกับ Heinz กันก่อนดีกว่า | ผู้ก่อตั้ง ซอสมะเขือเทศ Heinz คือนาย Henry John Heinz ภายใต้ชื่อบริษัท ว่า H.J. Heinz โดยบริษัท H.J. Heinz เป็นหนึ่งในบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในการแปรรูปอาหาร ซอสมะเขือเทศที่คนบริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกาผลิตขึ้นโดย Heinz มีส่วนแบ่งของยอดขายซอสมะเขือเทศประมาณ 30% ของของตลาดทั้งหมด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน บริษัทยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมายที่ทำให้บริษัทเติบโตแบบไม่หยุดยั้ง

    ซอสมะเขือเทศ

    และผู้ก่อตั้ง Heinz ก็คือ Henry John Heinz เป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาดและขยันขันแข็งในการทำงานเป็นอย่างมาก และนอกจากนั้นเขายังให้ความสำคัญกับตัวผลิตภัณฑ์และพนักงานที่ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนบริษัท ส่งผลให้เขากลายเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในยุคนั้น และส่งผลให้ในปี 2018 แบรนด์ HJ Heinz กลายเป็นแบรนด์ที่มีมูลค่าสูงเป็นอันดับที่ 96 ของโลก ด้วยมูลค่ากว่า 23.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกว่า 7.66 แสนล้านบาทเลยทีเดียว
    ซอสมะเขือเทศ

    และความลับของ Heinz ที่ทุกคนกำลังส่งสัยอยู่นั้น เกี่ยวข้องกับเลข 57 อย่างไร

    ย้อนกลับไปในปี 1896 นาย Henry Heinz เจ้าของธุรกิจซอสแสนอร่อยยี้ห้อดังกล่าว ได้สังเกตเห็นป้ายโฆษณารองเท้ายี่ห้อหนึ่งที่มีทั้งหมด 21 แบบ เขาจึงคิดว่าไอเดียนี้เจ๋งดี เลยตัดสินใจทำกับซอสมะเขือเทศของเขาบ้าง โดยในทีแรกผลิตภัณฑ์ของ Heinz ทำออกมาทั้งหมด 60 แบบ แต่เขาไม่ปลื้มกับเลข  60 มากนัก จึงให้เริ่มที่เลข 57 ซึ่งเขาคิดว่าเป็นเลขที่นำโชคมากกว่า เขาจึงได้ใช้สโลแกน  “57 Varieties” มาตั้งแต่นั้น

    แต่เอ๊ะ!!!  เลข 57 เป็นเพียงตัวเลขนำโชคเท่านั้นจริงๆหรอ โฆษกของ Heinz ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Mirror ถึงความสำคัญของตัวเลข 57 ที่อยู่บนฉลากและถูกซ้อนอยู่บริเวณตัวขวดแก้วด้วย ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวมีความลับซ้อนอยู่

    คุณรึป่าวที่เวลาไปทานอาหารตามโรงแรม หรือร้านสเต๊กที่ต้องมีเครื่องเคียงเป็นซอสมะเขือเทศแสนอร่อย ปัญญาไม่ได้อยู่ที่ซอส แต่อยู่ที่การน้ำซอสมะเขือเทศออกมาจากขวด และเราก้มักจะทำกันแบบนี้ แต่มันก้ยังไม่ออกมา หรือบางจะหวังมันนึกจะออกมาก็เป็นแบบนี้

     

     

     

     

     

     

    ที่เป็นแบบนี้เพราะเราไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วหากเราต้องการเทซอสมะเขือเทศออกมาจากขวดแก้วนั้น มันง่ายดายมาก เพียงแค่คุณเอียงขวดเล็กน้อยและตบไปที่เลข 57 เบาๆ เพียงเท่านี้เราก็ไม่ต้องออกแรงทุบตีขวด หรือเสียเวลาเพราะถูกขัดจังหวะในการรับประทานอาหารอันแสนอร่อย ยังไงก็ลองไปทำกันดูนะคะ แต่ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ก็ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบให้ใช้งานกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในรูปแบบของขวดพลาสติกแบบบีบ แต่ถ้าใครชอบความคลาสสิค ก็ต้องเป็นแบบขวดแก้วนะจ๊ะ

    คลิป VDO เพิ่มเติม

  • ภัยแฝงจาก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กับไตวายระยะสุดท้าย

    ภัยแฝงจาก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กับไตวายระยะสุดท้าย

    บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กับไตวายระยะสุดท้าย ติดมาม่า

    บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เหมาะกับยุคประหยัดเข็มขัดรัดติ้วแบบนี้ อาหารชนิดหนึ่งที่ เชื่อว่าแทบทุกบ้านต้องมีติดไว้คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มีราคาถูก ทั้งยังกินง่ายประหยัดเวลา และเพราะรูปแบบการกินง่ายดายเช่นนี้เอง ที่ทำให้เรามองข้ามความใส่ใจถึงภัยร้ายที่แฝงมาพร้อมกับการกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบผิดวิธี

    ภัยแฝงและส่วนประกอบของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

    • มีส่วนผสมของแป้งสาลีในกรรมวิธี การผลิตถึง 60-70%
    • ส่วน 15-20% เป็นไขมันในซองเครื่องปรุง (น้ำมันทอดบะหมี่สำเร็จรูปมักเป็นน้ำมันพืชราคาถูก ซึ่งมีคุณสมบัติแตกตัวเป็น “กรดไขมันชนิดทรานส์” ที่เป็นหนึ่งในสาเหตุการกระตุ้นให้เกิดโรคหัวใจ)
    • ที่เหลืออีก 5-6% เป็นเกลือและผงชูรส ทั้งยังมีปริมาณโซเดียมเกินความต้องการของร่างกายปนอยู่มาก ซึ่งเป็นอันตรายต่อไต และยังจะทำให้ความดันโลหิตสูงอีกด้วย

    ถ้าหากหลีกเลี่ยงที่จะทานไม่ได้

    ทางกระทรวงสาธารณสุขเขาก็มีข้อแนะนำว่าให้ ใส่ไข่ ผัก หรือเนื้อสัตว์ลงไปด้วย เพื่อเพิ่มสารอาหารและป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับโซเดียมมากเกินไป ควรเลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่เขียนกำกับว่า เพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ไว้หน้าซอง

    ไม่ควรทานบะหมี่สำเร็จรูปดิบๆ เพราะเส้นบะหมี่นั้นจะไปพองตัวในกระเพาะอาหารอาจทำให้ท้องอืดได้ และไม่ควรทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากกว่าวันละ 1 ซอง เพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่แทรกมาพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

    วันนี้มีเคสชายไทยคนหนึ่งจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟัง….

    ด้วยความสงสัย เพราะจากอายุเพึ่ง 35 ปี แต่เป็นไตวายแล้ว เพราะดูจากสภาพภายนอกไม่น่าจะเป็นแต่กำเนิด

    ตอนแรกไม่กล้าถามเพราะหน้าโหด แต่พอได้คุยแล้วหน้าโหดแต่โคตรเฟรนด์ลี่คร่า………

    จากการสอบถามพบว่า คนไข้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหนักมาก กินตั้งแต่เรียนปี 1 ตอนอยู่หอพัก กินวันละหลายๆซอง เหตุผลเพราะขี้เกียจออกข้างนอก และสะดวกดี คือแบบว่าตุนเป็นเป็นลัง บวกกับเป็นคนที่ดื่มน้ำน้อยมาก กินยาวมานานจนถึงตอนทำงาน และไม่มีอาการใดๆ อาจด้วยเพราะพื้นฐานร่างกายเป็นคนแข็งแรง

    4เดือนก่อนหน้านี้ คนไข้มีอาการเหนื่อยง่าย ดำน้ำได้แป้บเดียวคือเหนื่อยมาก แล้วมีอาการบวมที่หน้าผ่านการตรวจจากโรงพยาบาลมาสามที่ ถึงได้ทราบว่าเป็นไตวายระยะสุดท้าย ปัจจุบันคนไข้ต้องทำเส้นเลือดที่แขนเพื่อล้างไตต้องทำการล้างไต อาทิตย์ละ 4 วัน วันละ 3-4 ชม. คิดดูคะว่า คนไข้สามารถใช้ชีวิตได้อาทิตย์ละสามวัน ไปทำงานที่อื่นก็ไม่ได้ เพราะสิทธิการรักษาอยู่ที่นี้

    ไต เปรียบเสมือนเครื่องกรองของเสียของร่างกายเมื่อวายแล้วก็ไม่สามารถกู้คืน คนไข้ก็ต้องล้างไตไปตลอดชีวิต ไตวายไม่ใช้เรื่องไกลตัว เพราะเกลือคือความเค็มเราได้รับมันตลอดเวลา วิธีการดูแลตัวเองง่ายๆ คือการดื่มน้ำ ดื่มให้ได้วันละ 8-10 แก้ว ออกกำลังกายบ้าง เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ เลี่ยงอาหารรสจัดเพียงเท่านี้ สุขภาพดีไม่ไกลเกินเอื้อม…….

    โทษของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

    • ขาดสารอาหาร

    บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 1 ซองมีสารอาหารน้อยมาก มีแค่ คาร์โบไฮเดรต โซเดียม และไขมัน เป็นต้น ซึ่งไม่เพียงพอต่อร่างกายที่ควรได้รับในแต่ละวัน และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะไปบล็อกสารอาหารไม่ให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ ทำให้ร่างกายขาดสารอาหารได้ นอกจากนี้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ ไม่ควรรับประทาน

    • โรคอ้วน

    เส้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้อ้วนง่าย และในเครื่องปรุงมีโซเดียมอยู่ปริมาณมาก ส่งผลให้ตัวบวมน้ำ การรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากเกินไปจึงทำให้เกิดโรคอ้วนได้

    • มีสารก่อมะเร็ง

    ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีสาร สารสไตโรโฟม เป็นสารเคมีที่พบมากในกล่องโฟม สารนี้จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์มะเร็งในร่างกายของเราให้เจริญเติบโตเร็วขึ้น

    • มีผงชูรสมาก

    ในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีผลชูรสอยู่มาก ซึ่งทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีรสชาติอร่อย กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ถ้าใครมีอาการแพ้ผงชูรสก็อาจได้รับผลกระทบแบบเฉียบพลันทันที โดยจะมีอาการ อาการวิงเวียนศีรษะ มีผื่นคัน อาเจียน หน้าแดง ได้

    • ท้องอืด อาหารไม่ย้อย

    บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประกอบไปด้วยแป้งซึ่งเป็นคาร์โบไฮเดรต และคาร์โบไฮเดรตจัดว่าเป็นอาหารที่ย่อยยาก และยังมีผลต่อระบบลำไส้และระบบย่อยอาหารของเรา ทำให้อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง

    คำแนะนำควรเลือกซื้อบะหมี่สำเร็จรูปที่เขียนว่า เพิ่มสารไอโอดีน ธาตุเหล็ก และวิตามินเอ ไว้หน้าซอง และไม่ควรทานบะหมี่สำเร็จรูปดิบ ๆ เพราะเส้นบะหมี่จะไปพองตัวในกระเพาะ อาจทำให้ท้องอืดได้

     

     

     

     

     

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : อาหารที่ไม่ควรทานบ่อย เสี่ยงจะเป็นโรค

  • โอริโอ้รสใหม่น่าลอง! ‘วาซาบิ-ไก่แซ่บ’

    โอริโอ้รสใหม่น่าลอง! ‘วาซาบิ-ไก่แซ่บ’

    โอริโอ้เอเชียผุดรสชาติใหม่น่าลองเป็นไส้ครีม‘วาซาบิ-ไก่แซ่บ’ แต่น่าเสียดายวางขายแค่ที่จีน

    โอริโอ้เอเชีย ปกติแล้วถ้าพูดถึงโอริโอ้ เราจะนึกถึงแค่แซนวิสคุ๊กกี้สีดำกรอบๆ ประกบเข้าด้วยกัน สอดไส้ตรงกลางด้วยครีมรสชาติ แต่ตอนนี้โอริโอ้ได้พัฒนามาพร้อมกับรสชาติใหม่”วาซาบิ-ไก่แซ่บ” ซึ่งน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวครั้งนี้ทางบริษัทแม่ของโอริโอ้เอเชีย ได้จับเอารสวาซาบิและรสไก่ แซ่บมาสอดไส้ไว้ภายใต้คุ๊กกี้สีดำที่เราคุ้นเคยกันดี  อาจจะฟังดูแปลกๆ แต่ดูภาพแล้วก็น่าลิ้มลองไม่เบาเลยทีเดียวค่ะ แม้ว่ามองเผินๆ จะดูคล้ายตลับเครื่องสำอางที่มีตัวแป้งที่แตกๆ ตกอยู่ด้านข้างก็ตาม

     

     

    ขนมโอริโอ้ 2รสชาติใหม่ที่ไม่ธรรมดานี้ประเทศจีนเพิ่งปล่อยออกมา โดยมีได้แรงบันดาลใจจากอาหารชื่อดังของเอเชียที่เราคุ้นเคยกันดีทั้งวาซาบิของญี่ปุ่นและไก่แซ่บที่ขายกันทั่วบ้านทั่วเมือง แต่อาจจะแปลกไปซักหน่อยเมื่อนำไปเป็นใส้ของขนมอย่างโอริโอ้ที่ปกติจะเป็นใส้ครีมขาวๆ หวานๆ

    ข้อมูลที่ได้นี้มาจากทวิตเตอร์ของ Mondelz International หรือบริษัทแม่ของโอริโอ้นั้นเองที่ทำเอาเซอร์ไพรส์สาวกทั่วโลกกันไปตามๆ กัน แต่แฟนคลับของโอริโอ้แอบเสียใจที่เจ้า 2 รสชาติไม่ได้วางขายทั่วไปมีแค่ในจีนเท่านั้น ใครที่สนใจและอยากลองก็อาจจะต้องบินไปกินที่จีนเลยทีเดียวค่ะ

     

     

    ครั้งนี้นับเป็นการเรียกความสนใจจากสาวกโอริโอ้ได้ดีเลยทีเดียว ส่วนใครที่อยากติดตามกระแสและ Feedback ต่างๆ จากการที่ปล่อย 2 รสชาติใหม่นี้ออกมา ก็สามารถเข้าไปดูได้ในทวิตเตอร์ของ Mondelz International กันได้เลย

     

    บทความแนะนำ : พาเหรดบุฟเฟ่ต์มะม่วง สวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล หัวหิน