หมวดหมู่: ไลฟ์สไตล์

  • นิสสัน เปิดตัว อริยะ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ครอสโอเวอร์

    นิสสัน เปิดตัว อริยะ รถยนต์ไฟฟ้า 100% ครอสโอเวอร์

    รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ที่มอบความตื่นเต้นในการขับขี่ ความมั่นใจ ความสะดวกสบายมาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ

    นิสสัน นำเสนอ นิสสัน อริยะ ใหม่ (all-new Nissan Ariya) รถยนต์เอสยูวีครอสโอเวอร์ไฟฟ้า ที่ให้ลูกค้าเดินทางได้ไกลขึ้นพร้อมสนุกไปกับความตื่นเต้นในการขับขี่ ด้วยความมั่นใจและความสะดวกสบาย รวมถึงการเชื่อมต่อ

    ด้วยระบบไฟฟ้า 100% นิสสัน อริยะ มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง การขับขี่ที่ราบรื่นและสงบเงียบในขณะขับเคลื่อน ผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทางสามารถผ่อนคลายและเพลิดเพลินกับการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีระบบการขับขี่อัตโนมัติ ระบบผู้ช่วยเหลือเสมือนจริง การเชื่อมโยงข้อมูลอย่างไร้รอยต่อ และการออกแบบภายในที่กว้างขวางสร้างบรรยากาศเสมือนห้องรับรองอันหรูหรา ด้วยระยะทางการขับขี่ถึง 610 กิโลเมตร (ภายใต้มาตรฐานการทดสอบรถยนต์ WLTP ของประเทศญี่ปุ่น) อริยะ เป็นเพื่อนร่วมทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินท่องเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์

    มาโกโตะ อุจิดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนิสสัน (Makoto Uchida, CEO) และ อัชวานี กุปตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของนิสสัน (Ashwani Gupta, Nissan’s chief operating officer) เปิดตัวนิสสัน อริยะ เสมือนจริงบนโลกออนไลน์แก่ผู้ชมทั่วโลก ณ นิสสัน พาวิลเลียน เมืองโยโกฮาม่า

    กุปตา กล่าวว่า “นิสสัน อริยะ เป็นรถที่สวยงามและน่าทึ่งอย่างแท้จริง ช่วยให้คุณเดินทางได้ไกลขึ้น ง่ายขึ้น และสะดวกสบายยิ่งขึ้น นิสสัน อริยะ ออกแบบมาเพื่อสร้างความประทับใจ และแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่นิสสันมุ่งมั่นเพื่อทำให้ลูกค้าของเรามีชีวิตที่ดียิ่งขึ้น”

    นิสสัน อริยะ ใหม่ มีกำหนดวางจำหน่ายในญี่ปุ่นในช่วงกลางปีพ.ศ. 2564 ด้วยราคาเริ่มต้นโดยประมาณ 5 ล้านเยน แลมีแผนที่จะวางจำหน่ายนิสสัน อริยะในยุโรป อเมริกาเหนือ และจีนในช่วงปลายปีพ.ศ. 2564

    ประสิทธิภาพอันทรงพลัง ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย

    ด้วยการผลิตของนิสสันในฐานะผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน อริยะ ยกระดับประสิทธิภาพและขีดความสามารถของยานยนต์ไร้มลพิษไปอีกขั้น

    ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าของนิสสัน อริยะ ได้ผสานการถ่ายทอดกำลังขับเคลื่อน และประสิทธิภาพการชาร์จที่ดีเยี่ยม พร้อมระยะทางในการขับขี่ที่ไกลกว่าเดิมเข้าด้วยกัน ลูกค้าสามารถเลือกกำหนดค่าต่าง ๆ ตามความต้องการในการขับขี่ของลูกค้าที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนสองล้อ และเทคโนโลยีการควบคุม e-4ORCE ที่ควบคุมได้สำหรับล้อทั้งสี่ รวมทั้งแบตเตอรี่สองขนาดที่แตกต่างกัน

    เทคโนโลยีการควบคุม e-4ORCE ที่ควบคุมได้สำหรับล้อทั้งสี่ ให้ความสมดุลในประสิทธิภาพที่ทรงพลังพร้อมรองรับการขับขี่ในทุกสภาพอากาศ มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ในนิสสัน อริยะ ทำให้การขับขี่มีความสมดุลและมั่นคงด้วยพลังระดับรถสปอร์ตในพริบตา

    การออกแบบและเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับการขับขี่ที่ลดความเครียดของผู้ขับขี่

    นิสสัน อริยะ เป็นรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าที่สุดของนิสสันที่มีในปัจจุบัน ผู้ขับขี่จะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นและมีเครียดลดลงด้วยระบบขับขี่อัตโนมัติแบบโปรไพลอต 2.0 หรือ ProPILOT 2.0 ที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบช่วยจอดผ่านรีโมต หรือ ProPILOT Remote Park 

    และเทคโนโลยีคันแร่งอัจฉริยะ e-Pedal นิสสัน อริยะ ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติด้านความปลอดภัย นิสสัน เซฟตี้ ชิลด์ (Nissan Safety Shield) 

    ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor เทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ Intelligent Forward Collision Warning เทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ Intelligent Emergency Braking และเทคโนโลยีเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย Rear Automatic Emergency Brake

    อินเทอร์เฟซใหม่ ระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ ทำให้ลูกค้าสามารถใช้ภาษาธรรมชาติเพื่อปรับการตั้งค่าต่าง ๆ ของรถยนต์ได้ รวมถึงการอัพเดตเฟิร์มแวร์ต่างๆ แบบไร้สายที่ทำให้นิสสัน อริยะมีความแปลกใหม่น่าตื่นเต้น นอกจากนี้ อริยะ ยังมีเทคโนโลยีช่วยเหลืออย่าง อเมซอน อเล็กซ่า (Amazon Alexa) เพื่อช่วยให้ลูกค้าลดความซับซ้อนและจัดการเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตของพวกเขาได้ง่ายขึ้น

    ห้องโดยสารที่กว้างขวางและราบเรียบ

    รูปลักษณ์ที่โดดเด่นของ นิสสัน อริยะ นำเสนอปรัชญาในการออกแบบใหม่ของนิสสัน ที่เรียกว่า “Timeless Japanese Futurism” หรือ “โลกแห่งอนาคตแบบญี่ปุ่นที่อยู่อยู่กาลเวลา” ที่ถูกถ่ายทอดในรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง

    ทีมออกแบบของนิสสันใช้ประโยชน์ของแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ของนิสสัน ทำให้อริยะสามารถนำเสนอพื้นรถที่เรียบเปิดโล่ง ส่วนประกอบของระบบส่งกำลังที่มีขนาดกะทัดรัด ทำให้ห้องโดยสารของอริยะมีขนาดกว้างขวางที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน การออกแบบภายในสร้างบรรยากาศเสมือนห้องรับรอง พร้อมเบาะที่นั่งแบบ Zero Gravity ที่สร้างบรรยากาศอันอบอุ่นให้แก่ผู้ขับขี่และผู้ร่วมเดินทาง

    “นิสสัน อริยะ ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นในการขับขี่ ให้ความมั่นใจในเรื่องของความสะดวกสบายและความมั่นใจในการขับขี่ รวมถึงเพลิดเพลินกับการเชื่อมต่อ” กุปตา กล่าว “อริยะเป็นมากกว่ารถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้าที่ดี แต่คือยานพาหนะที่ยอดเยี่ยม เป็นพลังแห่งความมหัศจรรย์ที่แท้จริงและกำลังจะมาในเร็ว ๆ นี้”

    สามารถดูรอบปฐมทัศน์พร้อมกันทั่วโลกและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน อริยะ ใหม่ ได้ที่ TheNissanNext.com

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ และความมุ่งมั่นของเราในการขับเคลื่อนอย่างยั่งยืน เยี่ยมชมได้ที่ nissan-global.com 

    สามารถติดตามเราบน FacebookInstagramTwitter และ LinkedIn และดูวิดีโอล่าสุดทั้งหมดของเราได้บน YouTube บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด https://www.nissan.co.th/

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ก้าวสู่อนาคตของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ากับนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ พร้อมรุ่นชุดแต่ง พรีเมียร์ อิดิชั่น

  • LINE IDOL เปิดตัว Influencer Commerce เดินหน้ายกระดับอินฟลูเอนเซอร์ จากมือสมัครเล่นสู่มืออาชีพ

    LINE IDOL เปิดตัว Influencer Commerce เดินหน้ายกระดับอินฟลูเอนเซอร์ จากมือสมัครเล่นสู่มืออาชีพ

    • นำร่องจับมือ Tellscore อินฟลูเอนเซอร์เอเจนซี่อันดับหนึ่งของประเทศไทย ปั้นกองทัพอินฟลูเอนเซอร์ รุ่นใหม่ รับกระแสอีคอมเมิร์ซบูม
    • เปิดโอกาสสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์มืออาชีพบนแพลตฟอร์ม LINE ช่องทางสื่อสารยอดนิยมอันดับหนึ่งของคนไทย
    • ยกระดับธุรกิจ Influencer Marketing ด้วย Influencer Commerce บน LINE Ecosystem ที่ตอบโจทย์ทั้งแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ และผู้บริโภค

    LINE IDOL ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นหนึ่งธุรกิจของ LINE ประเทศไทย เปิดตัวInfluencer Commerce รูปแบบใหม่ของการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์อย่างเหนือชั้นด้วยฟีเจอร์ครบครันบน LINE Ecosystem ที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจได้ทั้งแบรนด์ อินฟลูเอนเซอร์ โดยร่วมกับ Tellscore ผู้นำด้านอินฟูลเอนเซอร์ ที่มีระบบบริหารจัดการอินฟูลเอนเซอร์ครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เตรียมส่งกองทัพอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วม ตั้งเป้าเป็นอีกหนึ่งช่องทางการตลาดรูปแบบใหม่ให้กับแบรนด์และนักการตลาด ตอบโจทย์ธุรกิจอีคอมเมิร์ซยุคใหม่ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

    ก่อนหน้านี้ LINE ประเทศไทย ได้เปิดตัว LINE IDOL ให้เป็นช่องทางสื่อสารใหม่ที่ช่วยให้ดารา ศิลปิน และอินฟลูเอนเซอร์ ได้ใกล้ชิดกับแฟนคลับมากขึ้นด้วยการ Add Friend ผ่าน LINE Official Account และล่าสุดได้มีการขยายขอบเขตของ LINE IDOL ให้ครอบคลุมอินฟลูเอนเซอร์ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตั้งแต่ระดับ Macro Influencer (ผู้ติดตาม 100,000 คนขึ้นไป) จนถึงระดับ Micro Influencer (ผู้ติดตาม 500 คนขึ้นไป) ที่อยู่ในรูปแบบ Personal Account 

    และมีผู้ติดตามบน Timeline โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นพื้นที่ที่เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ใช้สร้างสรรค์คอนเทนต์เพื่อสร้างความใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นกับผู้ติดตาม และรวมไปถึงการผลิตคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์ทางธุรกิจของแบรนด์ทั้งด้าน Awareness, Brand Love และ Conversion  นอกจากนี้ยังส่งแคมเปญ Debut by LINE IDOL เพื่อเฟ้นหาไอดอลแห่งยุคดิจิทัลในแบบของ LINE ประเทศไทย ที่จะสามารถสร้าง Brand Love ให้กับแบรนด์ต่างๆ ได้ต่อไป

    ความร่วมมือเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการ Influencer Marketing

    การจับมือกับ Tellscore ครั้งนี้ยังเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะยกระดับการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่ที่สามารถวัดผลได้ ด้วยศักยภาพของ Tellscore ผู้เชี่ยวชาญด้าน Influencer Marketing และการคัดเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เหมาะกับแคมเปญจะมาช่วยเติมเต็มวิสัยทัศน์ที่ต้องการเป็น Influencer Commerce Platform ของ LINE

    นางสาวสุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore กล่าวว่า “เทรนด์ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วดังนั้นนักการตลาดยุคใหม่ต้องตามให้ทัน โดยต้องมีแพลตฟอร์มตลอดจนเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์มีประสิทธิภาพมากที่สุดและสามารถวัดผลได้ ยิ่งไปกว่านั้นต้องทำได้มากกว่าสร้างการรับรู้ คือต้องสามารถช่วยสร้างโอกาสในการขายได้ด้วย ดังนั้นความร่วมมือระหว่าง LINE และ Tellscore จึงเป็นการผสานจุดแข็งของ LINE ด้านแพลตฟอร์มที่มี Ecosystem สมบูรณ์แบบและมีผู้ใช้งานจำนวนมาก กับเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ของ Tellscore เพื่อให้อินฟลูเอนเซอร์ไทยสามารถนำเสนอคอนเทนต์ที่มีคุณภาพของตนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อนึ่ง ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ อินฟลูเอนเซอร์ในฐานข้อมูลของ Tellscore จะได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ LINE IDOL เพื่อพัฒนาทักษะใหม่ๆ ต่อไป”

    เดินหน้าปั้นอินฟลูเอนเซอร์ไทยมืออาชีพหนุนการเติบโตช้อปออนไลน์

    การเปิดตัว Influencer Commerce สอดรับกับกระแสช้อปปิ้งออนไลน์ที่กำลังมาแรงพร้อมกับวิถีชีวิต New Normal ดังจะเห็นได้จากตัวเลขมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซไทยเกี่ยวกับการช้อปปิ้งสินค้าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 (COVID-19) ที่คาดว่าจะพุ่งสูงขึ้นถึง 200,000 ล้านบาท ในปี 2563 นี้ หรือเติบโตกว่า 25% จากปีก่อนหน้า สอดคล้องกับการทำธุรกิจผ่าน LINE Official Account ที่เติบโตเช่นกัน ดังนั้น Influencer Commerce บน LINE จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ อินฟลูเอนเซอร์ ได้พัฒนาศักยภาพการสร้างคอนเทนต์เพื่อการตลาดแบบ Influencer Marketing บน LINE Ecosystem และฟีเจอร์พิเศษอย่าง MyShop ที่ช่วยให้การช้อปปิ้งออนไลน์เป็นเรื่องง่าย โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าและจ่ายเงินได้ทันทีบน LINE ที่เดียว และในอนาคตอินฟลูเอนเซอร์ที่อยู่บนแพลตฟอร์ม LINE จะสามารถสร้างรายได้ในรูปแบบของค่าคอมมิชชั่นจากยอดขายที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการรีวิวสินค้าหรือค่าโฆษณาให้กับแบรนด์อีกด้วย

    โดยเร็วๆ นี้ LINE ประเทศไทยและ Tellscore จะจัดโครงการฝึกอบรมเสริมทักษะใหม่ๆ และให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้เครื่องมือต่างๆ บน LINE Official Account และ MyShop แก่อินฟลูเอนเซอร์ที่เข้าร่วม เพื่อให้สามารถนำเสนอคอนเทนต์ได้หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ วิดีโอ รูปภาพ หรือบทความ ช่วยให้ผู้ติดตามไม่เบื่อกับแนวทางการนำเสนอแบบเดิมๆ และสามารถกดเข้าไปชมรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมหรือสั่งซื้อสินค้าที่สนใจได้เลยทันที

    ดังนั้น Influencer Commerce จึงเป็นทางเลือกใหม่ของการสื่อสารการตลาดบนสมาร์ทแพลตฟอร์มที่รวมเอาจุดแข็งของ LINE Ecosystem มาช่วยยกระดับการทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ให้สามารถวัดผลได้อย่างชัดเจน และสามารถตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการรุกตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน

  • ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ จัดหนักสินค้าตกแต่งบ้านและของใช้ในบ้าน รับกระแสแต่งบ้านแรงไม่หยุด ชูสินค้าฟังก์ชั่นเด่น ดีไซน์โดน ราคาเบา ตอกย้ำตัวจริงเรื่องบ้าน

    ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ จัดหนักสินค้าตกแต่งบ้านและของใช้ในบ้าน รับกระแสแต่งบ้านแรงไม่หยุด ชูสินค้าฟังก์ชั่นเด่น ดีไซน์โดน ราคาเบา ตอกย้ำตัวจริงเรื่องบ้าน

    ‘อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์’ หรือ ILM รับโอกาสใหญ่ หลัง COVID-19 เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ มีเวลาอยู่บ้านมากขึ้น มองหางานอดิเรกใหม่ๆ และหาอาชีพเสริม

    กระตุ้นตลาดสินค้าตกแต่งบ้าน และของใช้ภายในบ้านคึกคัก หนุนยอดขายสินค้ากลุ่มตกแต่งบ้านและของใช้ในบ้าน  (Home Decorative Items :HDI) เฉพาะเดือนพ.ค โตขึ้น 10% เดินหน้าเพิ่มสินค้ากลุ่ม HDI เพียบ ชูจุดขาย ฟังก์ชันหลากหลายโดนใจ ดีไซน์โดดเด่น และแมตซ์เข้ากับบ้านได้ทุกสไตล์  ตอกย้ำ Top of  Mind รับกระแสแต่งบ้านแรงไม่หยุด

    นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ผู้นำธุรกิจร้านค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน ของตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป เกิดไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ (New Normal) เนื่องจากผู้บริโภคมีเวลาอยู่บ้านเพิ่มขึ้น หางานอดิเรกใหม่ๆ ทำอาชีพเสริม เช่น การรับพรีออเดอร์ทำขนม หรืออาหารแบบดิลิเวอรี่ ปลูกต้นไม้  และจัดบ้านใหม่ เป็นต้น

    ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้สินค้ากลุ่มของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว สะท้อนจากยอดขายสินค้ากลุ่มของใช้ในบ้าน และของแต่งบ้าน (Home Decorative Items : HDI) ของบริษัทฯ ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (มีนาคม-พฤษภาคม 2563) ทางออนไลน์และออฟไลน์ (หน้าร้าน) มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมามียอดขายจากสินค้ากลุ่ม HDI เติบโต 10% จากช่วงเดือนเดียวกันของปีก่อน  

    ซึ่งส่วนใหญ่เป็นฐานลูกค้าบ้านเก่ามากกว่าโครงการบ้านใหม่ที่ใช้วิกฤตโควิด19 เป็นโอกาสช้อปของใช้ต่างๆภายในบ้านเพื่อรีโนเวตและจัดเก็บบ้านให้เข้าที่เข้าทาง ซึ่งกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยม และเติบโตมากอย่างต่อเนื่อง ได้แก่  ประเภทของใช้ในชีวิตประจำวัน (Everyday Essential) อาทิ อุปกรณ์-น้ำยาทำความความสะอาด, เจลแอลกอฮอลล์, ทิชชู, ถุงมือ, ถุงขยะ โต 65%   รองลงมา กลุ่ม อุปกรณ์ตกแต่งสวน-ไม้ประดับ (Garden) โต 39%  ส่วนกลุ่ม ชุดเครื่องครัวและชุดจาน-ชาม (Kitchen & Dining) โต 30% และ กลุ่มอุปกรณ์จัดเก็บ Home organize อาทิ ชั้นวางของที่ปรับ-เพิ่มชั้นได้ตามการใช้งาน, กล่องเก็บของต่างๆ ซึ่งถือเป็น Destination ที่ยังทำยอดได้ดีอย่างต่อเนื่องโต 11% 

    ขณะที่ความต้องการสินค้ากลุ่ม HDI ที่เพิ่มมากขึ้น และตอกย้ำ Top of  Mind  ของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ที่ครอบคลุมสินค้าเรื่องบ้าน ดังนั้น บริษัทฯ ได้เพิ่มความหลากหลายในกลุ่มสินค้าของใช้ภายในบ้าน โดยชูจุดขายด้านฟังก์ชันและดีไซน์ที่โดดเด่น ควบคู่การใช้งานง่าย  สะดวก ตอบรับการใช้ชีวิตแบบสมาร์ทในยุคปัจจุบัน  อีกทั้งยังสามารถนำไปจัดวางตกแต่งแมตซ์กับบ้านทุกสไตล์ได้อีกด้วย

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้คัดสรรและหมุนเวียนสินค้ากลุ่ม HDI เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะของใช้ภายในบ้าน สินค้าที่คาดไม่ถึง!! เช่น อุปกรณ์-ของใช้ภายในครัวที่มาพร้อมฟังก์ชันช่วยให้ทำอาหารได้ง่ายสะดวกประหยัดเวลา และปลอดภัย  อาทิ  เครื่องบดกระเทียม,อุปกรณ์กันน้ำมันกระเด็นขณะทอด, ไม้ซาวข้าวป้องกันการแตกหักของเมล็ดข้าว, ชุดมีด+ที่จัดเก็บหลากดีไซน์ รวมถึงของใช้ในบ้านตามสไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน อาทิ ชุดอุปกรณ์ออกกำลังกาย, ชุดเทียนดิจิตอลและโต๊ะหมู่บูชา, ไม้ตีฝุ่นที่นอน เป็นต้น เพื่อตอบโจทย์ทุกการช้อปให้เป็นเรื่องสนุกมากกว่าที่เคย 

    นอกจากนี้ ของใช้ภายในบ้าน ยังครอบคลุมไปถึง อุปกรณ์เครื่องมือช่าง (Home Improvement) อาทิ บันได, กล่องเก็บเครื่องมือช่าง ผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ทำความสะอาด (Everyday Essential) และสินค้าในชีวิตประจำวัน เช่น ถุงขยะ ถุงมือยาง กระดาษทิชชู , ชุดเครื่องนอน (Bedding) ผ้าปูที่นอน, ผ้าห่ม, หมอน, ปลอกหมอน, อุปกรณ์ของใช้และที่จัดเก็บสำหรับห้องน้ำ (Bathroom) อาทิ ชุดอุปกรณ์อาบน้ำ, ราว-ตะขอแขวนผ้าเช็ดตัว, ตะกร้าใส่ผ้า, ผ้าเช็ดตัว  กลุ่มสินค้าเครื่องครัวและอุปกรณ์บนโต๊ะอาหาร (Kitchen & Dining) อาทิ ชุดหม้อ-กระทะ, ภาชนะประกอบอาหาร, กล่องถนอมอาหาร  ชุดจาน-ชาม, ที่คว่ำจาน, แก้วมัค, อุปกรณ์ใส่เครื่องปรุง, ที่รองจาน, เหยือกน้ำ, ถาดเสิร์ฟอาหาร ฯลฯ

    นอกจากนี้กลุ่มสินค้า HDI ยังรวมถึงไอเทมที่ช่วยเติมเต็มความสวยงาม สร้างบรรยากาศในบ้านให้มีเสน่ห์ กับของตกแต่งบ้าน  อาทิ รูปปั้น, ภาพพิมพ์, กรอบรูป, แจกันตั้งโต๊ะ-ตั้งพื้น, โคมไฟตั้งโต๊ะ-ตั้งพื้น, หมอนอิง, นาฬิกา, เชิงเทียนฯลฯ และ กลุ่มอุปกรณ์ตกแต่งสวน (Garden) เช่น รูปปั้น, กระถางต้นไม้, หญ้าไม้เทียมตกแต่ง เป็นต้น

    สามารถเลือกช้อปสินค้า Home Decorative Items (HDI) ของใช้ภายในบ้าน และของตกแต่งบ้าน หลากหลายฟังก์ชันและดีไซน์ ได้ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขาทั่วประเทศ หรือช้อปง่ายๆ ที่ www.indexlivingmall.com และผู้ช่วยส่วนตัว Chat To Shop ที่ LINE @indexlivingmall  พร้อมบริการส่งตรงถึงหน้าบ้านคุณ  โทร. 1379

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : VERSACE SUMMER CAPSULE COLLECTION

  • PRU ร้านอาหาร “พรุ” โรงแรมตรีสรา ภูเก็ต

    PRU ร้านอาหาร “พรุ” โรงแรมตรีสรา ภูเก็ต

    นอกจากมาตรการทางด้านความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยแล้ว ร้านอาหาร พรุ ยังกลับมาพร้อมเมนูใหม่เน้นย้ำคอนเซปท์ Eco-System Based Cuisine.

    ภูเก็ต ประเทศไทย – ตรีสรา รีสอร์ท จะเปิดให้บริการร้านอาหารมิชลินหนึ่งดาว “พรุ” (PRU) อีกครั้งในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2563 นี้ โดยนอกจากมาตรฐานทางด้านความสะอาดและความปลอดภัยด้านสุขอนามัยแล้ว ทางร้านอาหารพรุ ยังกลับมาพร้อมกลับเมนูอาหารใหม่ๆ
    ภายใต้การผสานคอนเซปท์ Eco-System Based Cuisine และการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่น รวมไปถึงการเปิดตัว Gourmet Product Line สำหรับบริการเดลิเวอรี่อีกด้วย

    เชฟจิม โอฟอสต์ พร้อมทีมวิจัยและพัฒนา (PRU’s Research & Developmentteam) ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้คนในชุมชนเพื่อเสาะหาวัตถุดิบพื้นถิ่นต่างๆ รวมไปถึงการช่วยเกษตรกรเลือกสรร ป้องกัน และพัฒนาผลผลิตของตนเอง เพื่อรักษาไว้ซึ่งความหลากหลายทางระบบนิเวศน์ของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ทางตรีสรา รีสอร์ท ยังยึดมั่นใน หลักการ “Dine Good Do Good” ซึ่งคือช่วยเหลือสังคมท้องถิ่นในด้านวัตถุดิบแล้วยังช่วยเหลือช่างฝีมือท้องถิ่นในการทำจานและโต๊ะที่ใช้ในร้านอาหารพรุอีกด้วย

    “ผมถือว่าผมได้ใช้เวลาช่วงที่ผ่านมาคิดพัฒนาในแนวคิด Eco-System Based มากขึ้น และสามารถคิดทบทวนดูว่าเราจะสามารถต่อยอดไปได้อย่างไรดี” เชฟจิม โอฟอสต์ กล่าว “โดยเมนูใหม่ที่จะบรรจุอยู่ในร้านอาหารพรุ หลังจากเปิดบริการอีกครั้งหนึ่งจะมี จานมะเขือเทศ (Tomatoes) ซึ่งเสิร์ฟพร้อมซุปดาชิจากมะเขือเทศและทาร์รากอน (Tarragon) ซึ่งวัตถุดิบทั้งหมดเสาะหามาจากพื้นที่ทางเหนือของฟาร์มพรุจำปา หรือจานเนื้อ ซึ่งใช้เนื้อวากิวติดซี่โครง เกรด 11-12 (Wagyu short rib grade 11-12) นำมาย่างถ่านและเกลซด้วยแอปเปิลไซเดอร์ ซึ่งวัตถุดิบจานนี้เสาะหามาจากพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นในจังหวัดนครพนม”

    นอกจากนี้ ตรีสรา ยังเปิดตัวบริการเดลิเวอรี่ “Trisara With You” ซึ่งเป็นกล่องวัตถุดิบพร้อมปรุงแบบ Zero Waste พร้อมสูตรอาหารจากเชฟการันตีรางวัล รวมไปถึงเคล็ดลับการปรุงอาหารและจัดการกับวัตถุดิบเหลือใช้ โดยทางร้านอาหารพรุเองก็ได้เปิดตัว PRU Gourmet Product Line ในบริการเดลิเวอรี่นี้ด้วยเช่นกัน

    ระหว่างช่วงเตรียมตัวเพื่อเปิดให้บริการที่ร้านอาหารพรุอีกครั้ง ทางทีมงานพรุ ก็ได้จัด อีเวนท์พิเศษ “Hideaway at PRU JAMPA” ขึ้นในฟาร์มพรุจำปาของทางร้าน เสิร์ฟเมนูอาหารรังสรรค์โดยเชฟจิมมี่ พร้อมเครื่องดื่ม ในบรรยากาศร่มรื่นเขียวขจี ให้ทุกท่านรู้สึกผ่อนคลายและได้ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น โดยหลังจากที่ร้านอาหารพรุเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการอีกครั้ง อีเวนท์พิเศษนี้ก็จะยังคงมีขึ้นอย่างต่อเนื่องสลับหมุนเวียนไประหว่างเชฟท่านอื่นๆในตรีสรา รีสอร์ท เพื่อสรรสร้างประสบการณ์และเมนูอาหารรสชาติใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ

    โดย ทางตรีสรา รีสอร์ท และร้านอาหารพรุ ได้ดำเนินงานจัดการภายใต้ มาตรการทางด้านความสะอาดและมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย รวมไปถึง

    • จัดพื้นที่ในบริเวณร้านอาหารให้เป็นไปตามหลัก Social Distancing
    • ลดจำนวนโต๊ะอาหารและจำนวนที่นั่งลง แต่ยังคงจัดเรียงโต๊ะและที่นั่งให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศของทะเล ชายหาด ต้นไม้อันร่มรื่น และวิวทิวทัศน์
    • ทำความสะอาดทุกพื้นผิวอย่างสม่ำเสมอ และใช้การฆ่าเชื้อโรคด้วยรังสี UVC (UVC Sterilization) กับทุกส่วนของโต๊ะอาหาร
    • แขกทุกท่านสามารถ สั่งอาหาร ผ่านทาง QR code เมนูได้
    • ดำเนินการตามหลักมาตรฐาน HACCP อย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การเตรียมอาหาร รับวัตถุดิบหรือการจัดเก็บรักษาวัตถุดิบต่างๆ
    • จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาด พร้อมบริการให้กับแขกทุกท่าน
    • พนักงานทุกคนจะสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

    ทั้งนี้ ร้านอาหารพรุ จะเริ่มเปิดให้บริการ ตั้งแต่วันศุกร์ถึงวันจันทร์เท่านั้น โดยเสิร์ฟมื้ออาหารค่ำ เริ่มตั้งแต่ 18.00 น.

    สามารถจองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่ โทรศัพท์ 076-310-232 หรือ อีเมล์ prureservations@trisara.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของร้านได้ที่ www.prurestaurant.com

    นอกจากนี้ ทางร้านอาหารพรุ และ ตรีสรา รีสอร์ท ได้จัดโปรโมชั่นพิเศษ บัตรกำนัล “A Night under The Star” ห้องพัก Ocean View Pool Junior Suite รวมอาหารเช้า พร้อมทั้ง อาหารค่ำ 5 คอร์ส และ Wine Pairing สำหรับสองท่าน ที่ร้านอาหาร พรุ “PRU” สามารถใช้ได้ถึง 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 บัตรกำนัลราคา 28,488 บาทสุทธิ

    โดยรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าชมได้ที่ https://trisara.com/special/prunight/ หรือ reservations@trisara.com โทร 076-683320

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : LINE TV เปิด “คัมภีร์ซีรีส์หัวใจ Y” รวมซีรีส์วายมากกว่า 30 เรื่อง จัด 10 ประเภทเอาใจสายวายจนต้องร้องกรี๊ดเลย

  • ตอบรับเทรนด์ Staycation หรือการท่องเที่ยวใกล้บ้าน! ด้วยดีลสุดพิเศษจาก Booking.com สำหรับที่พักในกรุงเทพฯ และพัทยา

    ตอบรับเทรนด์ Staycation หรือการท่องเที่ยวใกล้บ้าน! ด้วยดีลสุดพิเศษจาก Booking.com สำหรับที่พักในกรุงเทพฯ และพัทยา

    • พบกับข้อเสนอ “Staycation Offer” พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมากมาย!
    • เทรนด์การท่องเที่ยวใกล้บ้านหรือ Staycation กำลังมา! นักท่องเที่ยวชาวไทยกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ เลือกปักหมุดรายการที่พักถูกใจ (Wishlist) ภายในประเทศ โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 18 เปอร์เซ็นต์*
    • เพื่อการท่องเที่ยวในวันหยุดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด มองหาสัญลักษณ์ ‘Staycation Offer’ เพื่อรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเมื่อทำการจองที่พักที่ร่วมรายการผ่านเว็บไซต์และแอพลิเคชัน Booking.com
    • รับฟรียอดเครดิตด้านการเดินทางมูลค่า 350 บาท ผ่านทาง Wallet เสมือนจริง เมื่อสร้างรายการที่พักถูกใจ พร้อมกดไลค์ 3 ที่พักในรายการผ่านแอพลิเคชั่น Booking.com ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ถึง 1 กรกฎาคม 2563

    เมื่อสถานการณ์ภายในประเทศเริ่มดีขึ้นและมาตรการป้องกันต่างๆ เริ่มคลี่คลายลง  นักท่องเที่ยวชาวไทยจึงเริ่มวางแผนการท่องเที่ยวภายในประเทศหรือแม้แต่ตอนนี้ หลายคนอาจกำลังออกไปเที่ยวทริปสั้นๆ ที่ใช้เวลาเดินทางไม่กี่ชั่วโมงอยู่ก็เป็นได้ โดยเทรนด์การท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นแบบนี้เรียกว่า “Staycation” เกิดจากการรวมกันระหว่างคำว่า Stay และ Vacation ที่ผู้คนต่างหันมาเลือกท่องเที่ยวในทริปสั้นๆ ใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ และพัทยา ก็อยู่ในลิสต์ตัวเลือกลำดับต้นๆ สำหรับเทรนด์การท่องเที่ยวนี้

    Booking.com กำลังพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่ายและให้ทุกคนสามารถออกไปสัมผัสกับเสน่ห์ของประเทศไทยได้อีกครั้ง รวมถึงต้องการสนับสนุนเทรนด์การท่องเที่ยวที่กำลังมาในกระแสอย่าง Staycation ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกมากกว่าครึ่งหนึ่ง (51 เปอร์เซ็นต์) เลือกที่พักภายในประเทศเข้าไปอยู่ในรายการที่พักถูกใจหรือ Wishlist โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีแล้วที่มียอดเพียง 33 เปอร์เซ็นต์ สำหรับประเทศไทย นักท่องเที่ยวชาวไทยมากถึง 72 เปอร์เซ็นต์เลือกที่พักภายในประเทศเข้าไปอยู่ในรายการที่พักถูกใจ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 18 เปอร์เซ็นต์ (54 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อนหน้า)*

    เพื่อสนับสนุนความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ค้นหาจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างกรุงเทพฯ และพัทยา จนกลายเป็นสองสถานที่ที่นักท่องเที่ยวอยากไปมากที่สุด Booking.com ขอมอบดีลสุดพิเศษสำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศครั้งต่อไป พร้อมสนับสนุนเทรนด์ ‘Staycation’ ด้วยสิทธิพิเศษให้เหล่านักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินอย่างเต็มอิ่ม อาทิ สิทธิ์อัพเกรดห้องพักฟรี มื้ออาหารฟรี สิทธิ์เช็คเอาท์เกินเวลา บริการนวดสปาฟรี ตลอดจนสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมายจาก 28 ที่พักที่ร่วมรายการ มองหาสัญลักษณ์ ‘Staycation Offer’ ทุกครั้งที่หน้าการจองเมื่อจองที่พักผ่านเว็บไซต์และแอพลิเคชัน Booking.com

    รายที่พักที่เข้าร่วมแคมเปญข้อเสนอ ‘Staycation’

    รายชื่อที่พัก
    เดอะ วิลล์ จอมเทียน พูล วิลล่า
    บันยันทรี กรุงเทพฯ
    เรสซิเดนซ์ ฦทธิ์ กรุงเทพฯ
    ฦทธิ์ กรุงเทพ
    เอเวอร์กรีน ลอเรล กรุงเทพฯ
    พระยา พาลาซโซ
    เธียเตอร์ เรสซิเดนซ์
    แรมแบรนดท์ กรุงเทพฯ
    อิเลฟเว่น กรุงเทพฯ สุขุมวิท 11
    เวลล์ กรุงเทพฯ สุขุมวิท 20
    เอเวอร์กรีน เพลส สยาม บาย ยูเอชจี
    อโศก เรสซิเดนซ์ สุขุมวิท
    เบสต์ เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์
    เซ็นเตอร์พอยต์ ประตูน้ำ
    โรงแรมทาราวิส
    คานาลิส สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต
    เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท กรุงเทพฯ
    เดอะ ดัชเชส โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์
    วิค 3 บางกอก
    ไวบ์ เบสต์เวสเทิร์น สนามเป้า
    เซี่ยงไฮ้ แมนชั่น กรุงเทพฯ
    เฮียร์ โฮสเทล บางกอก
    ริวา เซอร์ยา กรุงเทพฯ
    ปรินซ์ เธียเตอร์ เฮอริเทจ สเตย์
    ชาเทรียม เรสซิเดนซ์ สาทร กรุงเทพฯ
    แชงกรี-ลา กรุงเทพฯ
    สยาม เบย์ชอร์ รีสอร์ท พัทยา
    เดอะ เบย์วิว พัทยา

    พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Booking.com ที่ดาวน์โหลดและเข้าใช้งานผ่านแอพพลิเคชัน Booking.com พร้อมสร้างรายการที่พักถูกใจ (Wishlist) ของตนเอง พร้อมกดไลค์ 3 ที่พักในดวงใจ ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ถึง 30 มิถุนายน 2563 รับฟรียอดเครดิตด้านการเดินทางมูลค่า 350 บาท ผ่านทาง Wallet เสมือนจริง เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการท่องเที่ยวครั้งต่อไป

  • LINE TV เปิด “คัมภีร์ซีรีส์หัวใจ Y” รวมซีรีส์วายมากกว่า 30 เรื่อง จัด 10 ประเภทเอาใจสายวายจนต้องร้องกรี๊ดเลย

    LINE TV เปิด “คัมภีร์ซีรีส์หัวใจ Y” รวมซีรีส์วายมากกว่า 30 เรื่อง จัด 10 ประเภทเอาใจสายวายจนต้องร้องกรี๊ดเลย

    เป็นสายวายหรือเปล่า คุณเป็นสายวายใช่หรือเปล่า… LINE TV ตอกย้ำการเป็นแหล่งรวมซีรีส์วายที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย เปิด “คัมภีร์ซีรีส์หัวใจ Y” 

    รวบตึงมาให้ดูทีเดียวมากกว่า 30 เรื่องกันแบบฟรีๆ พร้อมจัด 10 ประเภทซีรีส์วายที่สายจิ้นไม่ควรพลาด

    1. ซีรีส์วายยอดนิยมช่วงโควิด : 2gether The Series เพราะเราคู่กัน, Why R U เพราะรักใช่เปล่า และ En of Love รักวุ่นๆของหนุ่มวิศวะ 

    2. ซีรีส์วายสายแมนๆ เด็กวิศวะ : En of Love รักวุ่นๆของหนุ่มวิศวะ, Why R U เพราะรักใช่หรือเปล่า, Sotus The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง, Sotus S The Series และ Dark Blue Kiss จูบสุดท้ายเพื่อนายคนเดียว

    3. ซีรีส์วายเรื่องแรกบน LINE TV : Make It Right รักออกเดิน 

    4. ซีรีส์วาย เมื่อชายกลายเป็นผี : เขามาเชงเม้งข้างๆหลุมผมครับ

    5. ซีรีส์วาย Original Content ผลิตโดย LINE TV : Our Skyy อยากเห็นท้องฟ้าเป็นอย่างวันนั้น, Together With Me The Series, Make It Right season 2 รักออกเดิน ซีซั่น 2 และ แปลรักฉันด้วยใจเธอ (อยู่ในระหว่างการถ่ายทำ)

    6. ซีรีส์วาย Top 3 ยอดนิยมสูงสุด เกิน 100 ล้านวิวบน LINE TV : 2gether The Series เพราะเราคู่กัน, บังเอิญรัก Love by Chance Series และ  SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง

    7. ไม่ใช่ซีรีส์วาย แต่มีคู่จิ้นในตำนาน :  Waterboyy the Series และ รุ่นพี่ Secret Love 2 ตอน Puppy Honey

    8. ซีรีส์วาย มาไกลจากไต้หวัน : HIStory The Series Season 1-3

    9. ของเขาดี การันตีด้วยรางวัล LINE TV AWARDS : SOTUS The Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง, บังเอิญรัก Love by Chance Series, ทฤษฎีจีบเธอ, 2Moons The Series เดือนเกี้ยวเดือน เดอะ ซีรีส์, เขามาเชงเม้งข้างๆหลุมผมครับ, TharnType The Series เกลียดนักมาเป็นที่รักกันซะดีๆ 

    10. ซีรีส์วาย ฮอตจนต้องมีภาคต่อ : Make it Right Season 2 รักออกเดิน ซีซั่น 2, Make it Live On The Beach รักจะออกเดิน, Love Sick The Series Season 2 และ  พี่ชาย My Bromance 2, Sotus S The Series และ TharnType The Series Season 2 – 7 Years of Love 

    แต่ไม่ว่าคุณจะเคยดูมาแล้วกี่เรื่อง หรือ อยากจะดูอีกกี่เรื่อง LINE TV ก็มีให้คุณดูแทบทุกเรื่อง จัดเต็มให้ซะขนาดนี้ แฟนซีรีส์วายนี่ร้องกรี๊ดเลย… 

    ชมซีรีส์วายบน LINE TV ได้ที่: https://lin.ee/2th1xRu4O/qmnd/PR

    สามารถดาวน์โหลดรูปได้ ที่นี่

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : กักตัวยังไงไม่ให้อด มาทำ จาปากูรี ทานกัน สูตรลับจากหนังเรื่อง Parasite

  • VERSACE SUMMER CAPSULE COLLECTION

    VERSACE SUMMER CAPSULE COLLECTION

    Versace พาไปสัมผัสกับแฟชั่นฤดูร้อนด้วยการเปิดตัวแคปซูลคอลเลคชั่นที่นำเสนอกลิ่นอาย ของแฟชั่นริมชายหาด

    พร้อมถ่ายทอดความเป็นมรดกของแบรนด์ผ่านการสร้างสรรค์ด้วยใบไม้อะแคนตัส สีทองและลายปริ้นท์ที่เข้ากันอย่างลงตัว ลวดลายเหล่านี้ถูกวางบนพื้นหลังในแบบเช็คเกอร์บอร์ด (checkerboard) สลับสีเหลือง สีเขียว สีส้มและสีเทอร์ควอยซ์ รังสรรค์อย่างประณีตโดยช่างฝีมืออันเชี่ยวชาญ

    คอลเลคชั่นนี้ถูกออกแบบให้มีชีวิตชีวาพร้อมกับสไตล์ที่หลากหลายสำหรับผู้หญิง ผู้ชาย รวมถึงคอลเลคชั่นเด็ก

    โดยคอลเลคชั่นผู้หญิงจะมาพร้อมผ้าไหมพิมพ์ลายและกระโปรงจับจีบ ในขณะที่คอลเลคชั่นผู้ชายนั้นมาพร้อมกับเสื้อแจ็คเก็ตผ้าบางเบาและเสื้อยืดที่มีลวดลายเดียวกัน

    เสื้อผ้าคอลเลคชั่นนี้สามารถสวมใส่คู่กับรองเท้าลำลองรวมถึงเสื้อผ้าสไตล์บีชแวร์ได้อย่างลงตัว พร้อมคอมพลีทลุคซัมเมอร์ของคุณให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

    นอกจากนั้น Versace ยังปล่อย กระเป๋า tote bags แบบลิมิเตดอิดิชั่น ซึ่งจะมีวางจำหน่ายตามเมืองตากอากาศสุดหรูทั่วโลก อาทิ Capri, Porto Cervo, St. Tropez, Barcelona, ​​Monaco และ Miami

    โดยกระเป๋าแต่ละใบจะมีชื่อเมืองตากอากาศเหล่านี้ เพียง 10 ใบเท่านั้น

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : RCB x PARNARTS Tote Bag Special Edition

  • เบส เปิดประสบการณ์ออกกำลังกายรูปแบบใหม่เอาใจคนกรุง ต้อนรับสายฟิตกลับสตูดิโอ พร้อมมาตรการรองรับความปลอดภัย อุ่นใจด้วยมาตรฐานความสะอาด

    เบส เปิดประสบการณ์ออกกำลังกายรูปแบบใหม่เอาใจคนกรุง ต้อนรับสายฟิตกลับสตูดิโอ พร้อมมาตรการรองรับความปลอดภัย อุ่นใจด้วยมาตรฐานความสะอาด

    • เบส ‘ฟิตเนสสตูดิโอยอดเยี่ยมของกรุงเทพฯแห่งปี 2563’ พร้อมรับมือด้วยแนวทางป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวด มั่นใจสู่การเป็นผู้นำเทรนด์ฟิตเนสแห่งโลกอนาคต

    เบส (BASE) ฟิตเนสสตูดิโอในกรุงเทพฯได้เริ่มเปิดให้บริการอีกครั้ง ไฮไลท์ของการกลับมาเปิดบริการในครั้งนี้คือ การประกาศมาตราการการป้องกันและความสะอาดอย่างเต็มรูปแบบโดยรับประกันว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ออกกำลังกายที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ความโดดเด่นนี้เองที่ทำให้เบสชนะรางวัลคลาสพาส สาขาฟิตเนสสตูดิโอยอดเยี่ยมของกรุงเทพฯแห่งปี 2563 (Bangkok’s Best Fitness Studio 2020 at the ClassPass Awards)

    ด้วยเป้ามายที่จะสร้างมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยที่สูงที่สุด เบสได้มีมาตรการการป้องกันหลายรูปแบบ เช่น การวัดไข้, การลดจำนวนคลาสเพื่อลดความหนาแน่นของลูกค้าที่มาใช้บริการ และตารางการทำความสะอาดตลอดทั้งวัน

    เบสได้ทยอยเปิดสาขาทั้งสามเป็นลำดับและค่อย ๆ ขยายรูปแบบการให้บริการเมื่อประเมิณสถานการณ์ว่าปลอดภัยและเป็นไปตามประกาศจากองค์การอนามัยโลก (WHO) รวมถึงทางภาครัฐของไทย

    คุณแจ็ค โธมัส ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเบส ได้กล่าวว่า “ฟิตเนสเป็นส่วนสำคัญต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต รวมถึงยังมีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่าการมีร่างกายและภูมิต้านทานที่แข็งแรงเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันและต่อสู้กับโรคต่าง ๆ”

    “เราเห็นด้วยกับการตัดสินใจจากทางภาครัฐของไทยที่ได้ประกาศให้ฟิตเนสกลับมาให้บริการอีกครั้ง พวกเราได้วางมาตรฐานความสะอาดและความปลอดภัยไว้สำหรับผู้มาใช้บริการ ให้ได้ทั้งความสนุกและสุขภาพที่ดีกลับไป”

    ธุรกิจฟิตเนสทั่วโลกได้รับผลกระทบอย่างมากจากวิกฤติในครั้งนี้ ทั้งในแง่ของการกู้ความมั่นใจจากลูกค้า ข้อกำหนดจากทางภาครัฐ หรือแม้แต่พิษเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้

    เบสเป็นผู้นำตลาดฟิตเนสระดับพรีเมียม ได้วางกลยุทธในการก้าวผ่านวิกฤตินี้โดย เน้นย้ำถึงจุดแข็งของเบส ซึ่งก็คือเทคโนโลยีในการบันทึกพัฒนาการทางด้านฟิตเนสของลูกค้า บริการที่ดีที่สุด รวมไปถึงคอมมูนิตี้ที่เหนียวแน่นของทั้งสมาชิกและเทรนเนอร์

    การประชุมสายผ่านแอปพลิเคชันซูม (Zoom) หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ กลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในตอนนี้ ธุรกิจฟิตเนสก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องหันมาให้บริการออนไลน์ในช่วงล็อคดาวน์ ผู้นำตลาดฟิตเนสออนไลน์บางรายได้ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงปีนี้ทั้งในแง่ของราคาหุ้นและการขยายตัวของฐานลูกค้า

    เพื่อตอบสนองกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดและโอกาสนี้ เบสได้สร้างช่องทางออกกำลังกายออนไลน์ชื่อ “เบส เอนี่แวร์ (BASE Anywhere)” ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ผสมผสานระหว่างคลาสออกกำลังกายถ่ายทอดสดและวิดิโอคลาสของเบสที่ลูกค้าสามารถเล่นที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เพียงภายในเวลาไม่กี่เดือน ฐานสมาชิกของเบส เอนี่แวร์ได้ขยายไปถึง150คน

    หลาย ๆ ฝ่ายได้มองว่าอนาคตของธุรกิจฟิตเนสจะกลายเป็น “โมเดลแบบผสม (Hybrid Model)” ระหว่างการออกกำลังกายแบบออนไลน์และออฟไลน์คู่กันไป โมเดลธุรกิจนี้จะเพิ่มความยืดหยุ่นที่มากกว่าแก่ลูกค้าและยังเป็นช่องทางสร้างรายได้ของฟิตเนสในการเข้าถึงผู้ใช้บริการที่มากขึ้นอีกด้วย

    ขณะนี้เบสได้เปิดให้บริการทั้งรูปแบบการเทรนส่วนตัวและคลาสแล้ว ทั้งสองบริการสงวนสิทธิ์ให้แก่ลูกค้าที่จองล่วงหน้าเท่านั้น

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : 9 วิธีลดน้ำหนัก สำหรับคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย

  • บลูสโคป ประเทศไทย มอบห้องตรวจความดันลบเพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ให้ทีมแพทย์ รพ.นพรัตนราชธานี

    บลูสโคป ประเทศไทย มอบห้องตรวจความดันลบเพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ให้ทีมแพทย์ รพ.นพรัตนราชธานี

    ยาน ซู ประธานบริษัท เอ็นเอส บลูสโคป (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป ไลสาจท์ (ประเทศไทย) จำกัด และ อาคารเหล็กสำเร็จรูปแรนบิวด์ (RANBUILD) 

    มอบห้องตรวจความดันลบเพื่อคัดกรองผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 ให้กับนายแพทย์สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี

    เพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 และโรคติดต่ออื่นๆ ให้กับบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยระบบปิดควบคุมเชื้อไวรัสไม่ให้ฟุ้งกระจายไปในอากาศ พร้อมทั้งใช้วัสดุโครงเหล็กคุณภาพปิดทับส่วนผนังภายนอก หลังคา และพื้นที่สะอาดปลอดภัย ในพื้นที่ 15 ตารางเมตร สำหรับ 5 ห้องตรวจ

    โดยสามารถรองรับจำนวนผู้ที่เข้ามาตรวจคัดกรองได้ประมาณ 100 คนต่อวัน ซึ่งเป็นอีกความภาคภูมิใจที่ทาง เอ็นเอส บลูสโคป ประเทศไทย ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคมในวิกฤตของสถานการณ์โควิด-19 นี้

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ฟิลิป เวน เตรียมมาตรการเปิดคลับ ฝ่าวิกฤต COVID -19 (โควิด-19) พร้อมปรับรูปแบบการให้บริการ สอดรับ “New Normal”

  • คิง เพาเวอร์ ยังคงสนองนโยบายหยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพิ่มความพิเศษให้ #ช้อปที่บ้านมีแต่SAVEกับSAFE

    คิง เพาเวอร์ ยังคงสนองนโยบายหยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพิ่มความพิเศษให้ #ช้อปที่บ้านมีแต่SAVEกับSAFE

    คิง เพาเวอร์ พาเหรดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์  บิวตี้ และแฟชั่น เพิ่มความพิเศษมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมดีลพิเศษทุกคืนวันศุกร์ ตั้งแต่ 2 ทุ่ม-เที่ยงคืน

    เมื่อช้อปออนไลน์ผ่าน www.kingpower.com และ แอปพลิเคชั่น KING POWER กับแคมเปญพิเศษ SHOP SAVE STAY SAFE  #ช้อปที่บ้านมีแต่SAVEกับSAFE ตลอดเดือนพฤษภาคม นี้

    เพื่อการควบคุมโรคอย่างต่อเนื่องในสถานการณ์โควิด-19  คิง เพาเวอร์ ยังคงสนับสนุนให้คนไทยออกจากบ้านให้น้อยที่สุด และตอบโจทย์การช้อปปิ้งด้วยแคมเปญพิเศษ SHOP SAVE STAY SAFE  #ช้อปที่บ้านมีแต่SAVEกับSAFE  กับสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำที่ร่วมแคมเปญในราคาดิวตี้ฟรี ซึ่งเริ่มเมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยมีสินค้าราคาพิเศษสลับสับเปลี่ยนมาให้เลือกช้อป  แบบไม่ซ้ำกัน

    โดยตลอดเดือนพฤษภาคมนี้ ได้นำสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ บิวตี้ และแฟชั่น มาตอกย้ำความคุ้มค่าในการช้อปปิ้งออนไลน์กับ www.kingpower.com และแอปพลิเคชั่น KING POWER  ซึ่งสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ มีให้เลือกช้อปในราคาพิเศษมากกว่า 400 รายการ และพิเศษมากขึ้นกับสินค้ากลุ่ม “ELECTRONICS & GADGETS” #STAYCONNECTED อาทิ โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต, กล้องถ่ายภาพ, ลำโพง, หูฟัง เป็นต้น

    และพลาดไม่ได้! สำหรับสาวกบิวตี้ “BEAUTY” #STAYGORGEOUS กับสกินแคร์ระดับพรีเมียม, เมกอัพ, น้ำหอมแบรนด์เนมชั้นนำ, สินค้าชุดเซ็ทลิมิเต็ดเอดิชั่นสำหรับนักเดินทาง รวมทั้งสิ้นกว่า 800 รายการ รวมถึง สินค้า “FASHIONS” #STAYSTYLISH กว่า 600 รายการ อาทิ แว่นตาแบรนด์เนม, รองเท้า, นาฬิกาแบรนด์ดัง, เข็มขัด, กระเป๋า, เสื้อผ้า รวมไปถึงหน้ากากผ้าลวดลายสุดเก๋ที่เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน และสินค้าอื่นๆ อีกมากมาย

    พิเศษทุกคืนวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม  พบดีลสุดคุ้มส่วนลดราคาพิเศษ ตั้งแต่เวลา 2 ทุ่ม ถึง เที่ยงคืน กับสินค้าจำนวนจำกัด และสินค้าแบรนด์เนมคุณภาพอีกมากมายที่ www.kingpower.com และแอปพลิเคชั่น KING POWER ส่งฟรี ไม่มีขั้นต่ำ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน นี้ เท่านั้น

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆ เผยข้อดีจากไวรัส COVID-19 ต่อโลกและธุรกิจ