หมวดหมู่: ไลฟ์สไตล์

  • เมื่อนักดื่มสงสัยว่าทำไม ‘รีเจนซี่’ ราคาถึงพุ่ง

    เมื่อนักดื่มสงสัยว่าทำไม ‘รีเจนซี่’ ราคาถึงพุ่ง

    ช่วงปลายปีที่แล้วมีปรากฏการณ์ทางการตลาดแวดวงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะนักดื่มที่หลงไหลในกลิ่นและรสชาติของ​ “บรั่นดี” พูดกันตรงๆ ไปเลยคือ​ “รีเจนซี่”

    ปรากฏการณ์ที่ว่าคือ รีเจนซี่ขาดตลาด​ หาซื้อได้ยากอีกทั้งราคาแพงขึ้นกว่า​ ร้อยละ​ 50​ จากปกติ​ แบนละ​ 240​ บาท​, กลมละ​ 490​ บาท​ ตอนนี้ร้านชำบางแห่งจำหน่ายแบนละ​ 370 บาท​, กลมละ​ 640 บาท ทั้งๆที่ทางบริษัทผู้ผลิตไม่ได้ประกาศขึ้นราคาแต่อย่างใดนะ

    หรืออีกนัยคือ​ มีการฉกฉวยโอกาสจากผู้ค้าขึ้นราคาเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างไม่เป็นธรรม​ ซึ่งบังคับให้นักดื่มบรั่นดีต้องควักกระเป๋าตังค์เพิ่มอย่างไม่เต็มใจ

    ตลาดสุราในปัจจุบันนี้มีทางเลือกให้สายแอลกอฮอล์เลือกค่อนข้างน้อยนะ สุราบางยี่ห้อดื่มแล้วตื่นเช้ามาปวดหัวเหมือนการหมักบ่มยังไม่ได้ที่​ อาจจะเป็นเพราะเคยขายดีก็เลยทำให้มีการเร่งผลิตออกสู่ตลาด​

    และนั่นทำให้สุราต่อกลม​ ปริมาณ​ 75 มิลลิลิตร​ ราคาตั้งแต่​ 290-400 บาท​ เป็นสินค้าที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง​ ในขณะที่ความนิยมในรีเจนซี่กลับมีมากขึ้น​ ด้วยราคาต่อแบน​ต่ำกว่าสุราปริมาณ​ 75​ มิลลิลิตรทั่วไป​ คือราคา​ 240บาท​

    ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการดื่มรีเจนซี่ยังทำให้ตอนเช้าตื่นมาไม่ปวดหัว ซึ่งรสชาติ​ “บรั่นดี” ที่แตกต่างจากสุรา​อื่นๆในตลาด​ ยกระดับความนิยมให้กับกลุ่มวัยทำงานอย่างรวดเร็ว​

    บางคนจริงจังมาก ถึงขนาดวิเคราะห์กันเป็นเรื่องเป็นราวว่าบรั่นดีที่กำลังดื่มอยู่นั้นทำมาจากองุ่นหรือสับปะรด แม้กูรูจะออกมาเฉลยแล้วว่าบรั่นดีทำมาจากองุ่น

    ช่วงที่รีเจนซี่ขาดตลาดนั้น​ บางกระแสกล่าวว่าเป็นเพราะเครื่องผลิตได้รับความเสียหายจนต้องซ่อมไป​ ทำให้กำลังผลิตลดลง​ ประกอบกับความนิยมที่เริ่มแพร่หลายมากขึ้น​ สินค้าจึงออกสู่ตลาดไม่ทัน

    แล้วช่วงที่พีคๆ​ ตอนนั้นคือ ช่วงสิ้นปีเลย…​ ทำให้ร้านค้าเริ่มกักตุนและปรับราคาสูงขึ้น ถ้าจากแบนละ​ 240​ บาท​ เป็น​ 320-370 บาท​ ส่วนต่างราคาที่เพิ่มขึ้นมาประมาณ​ 80-130บาท​ ต่อแบนนั้นถือว่าสูงมาก

    บางร้านขาย​ 370บาท​ แค่​ 2​ แบน​ ก็ได้กำไรเหมือน​ 3​แบน​ ซึ่งกลไกทางการตลาดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่น่าทึ่งมาก

    ร้านค้าต่างๆทั่วประเทศต่างพร้อมใจกันขึ้นราคากันอย่างพร้อมเพรียงเหมือนผ่านการประชุมสหพันธ์มาแล้ว

    ราคาแพงบางคนยังพอรับได้ครับ​ แต่แย่กว่านั้นคือมี​”รีเจนซี่ปลอม” ออกมาระบาดซ้ำเติมนักดื่มอีก

    เพราะรีเจนซี่ทั้งแบนและกลมไม่มีฝาจุก​ จึงทำให้พ่อค้าหัวใสกรอกบรั่นดีปลอมติดแสตมป์หลอกๆ ออกมาขาย​ในราคา​ 370​ บาท​ สามารถเรียกว่าวิกฤตรีเจนซี่เลยคือ​ ทั้งขาดตลาด​ ทั้งปลอม​ ทั้งแพง

    วิธีการดูว่ารีเจนซี่ปลอมเป็นอย่างไร​ ให้ดูวันเดือนปีที่ผลิตซึ่งติดอยู่หลังฉลาก​ ต้องตรงกับสแตมป์ปิดฝาขวด​ ถ้าวันที่ไม่ตรงกันให้สันนิษฐานว่าปลอมร้อยเปอร์เซ็นต์

    ​แต่ทั้งนี้​ หากใครไม่ติดยี่ห้อรีเจนซี่​ จริงๆในตลาด​ก็ยังมีบรั่นดีอีกยี่ห้อหนึ่งเป็นทางเลือกซึ่งดื่มแล้วเมาเหมือนกัน ราคาไม่แพง​ และไม่ปลอมด้วย​

    เราไม่ได้ค่าโฆษณานะ​ เพียงแค่รู้สึกว่าเมื่อมันขาดตลาดและโดนโก่งราคา​ แล้วต้องมาลุ้นว่าปลอมหรือเปล่า​ เราเลยตัดปัญหาดื่มบรั่นดีอีกยี่ห้อหนึ่งเลยจ้าาา….

    อย่างไรก็ตามช่วงกลางเดือน​มกราคมที่ผ่านมา​ มีข่าวว่าทางบริษัทผู้ผลิตรีเจนซี่ได้แก้ไขปัญหาซ่อมแซมเครื่องจักร​ รวมทั้งลงมาควบคุมกลไกราคาจากบรรดายี่ปั๊วที่ปั่นจนตลาดวุ่นวาย​ก่อนลูกค้าจะหนีไปดื่มยี่ห้ออื่น

    แต่จนถึงปัจจุบัน​นี้​ ราคารีเจนซี่ไม่ลงมาเหลือแบนละ​ 240​ บาท​ หรือ​ กลมละ​ 490​ บาท​ เหมือนเดิมเลย

    ท่ามกลางความสงสัยของนักดื่ม​ว่าทำไมรีเจนซี่ราคาแพงขึ้น ทุกวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบนะ หรือเราอาจไม่ได้ติดตามข่าวสารจากทางบริษัทผู้ผลิต?

    ที่เขียนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้หมายความว่าเราสนับสนุนให้มีการดื่มสุรานะ

    แต่ต้องการชี้ให้เห็นว่ากลไกราคาในตลาดมันผิดเพี้ยนตรงไหน​ แล้วใครที่กำลังฉกฉวยได้ผลประโยชน์จากการทำให้​ “ดีมานด์” กับ​ “ซัพพลาย” เกิดช่องว่างมหาศาล มีการ กักตุน​-ขายเกินราคา​ หรือไม่?

    สำหรับนักดื่มที่มีทุนทรัพย์และบริโภคสุราอีกระดับหนึ่งซึ่งราคากลมตั้งแต่​ 700-2,000​ บาท​ อาจไม่ได้รับผลกระทบกับวิกฤต​”รีเจนซี่” ขาดตลาด​

    แต่ในช่วงเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างนี้​ บางคนอาจไม่สามารถดื่มแบล็คเลเบิ้ลได้ทุกวัน​ ทางเลือกสุดท้ายที่ยังรับได้ก็คือ… รีเจนซี่​ ใช่ไหม?

    ส่วนชนชั้นกลาง​ วัยทำงาน​ ที่อยากให้ตับได้รับการผ่อนคลายบ้าง​ ไม่ต้องการตะบี้ตะบันความเมาด้วยสุราไทยทุกคืน​ หรือจิบดื่มเพียงกระษัย​ รีเจนซี่กลายเป็นทางเลือกที่หลายคนหันมาสนใจมากขึ้น

    แต่ถ้าบรรยากาศในร้านขายของชำยังอึมครึม​ วัดใจกับพ่อค้าแม่ค้าอย่างนี้ต่อไปนานๆ เราคิดว่าไม่น่าจะเป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น

    ขอบคุณข้อมูล : bizpromptinfo
    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ไม่รู้จะไปไหนดีช่วงหยุดยาว? ลองเช็คจุดหมายปลายทางเหล่านี้ เพื่อวางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้าย

  • Kingston เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB แบดมินตันรุ่นพิเศษในไทย

    Kingston เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB แบดมินตันรุ่นพิเศษในไทย

    • แฟลชไดรฟ์สำหรับนักสะสมเพื่อแทนความหมายของแรงบันดาลใจจากกีฬา

    Kingston Technology ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชันเทคโนโลยีระดับโลก เปิดตัวแฟลชไดรฟ์ USB รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดที่ได้แรงบันดาลใจจากแบดมินตันอันเป็นกีฬายอดนิยมในหมู่ชาวไทย

    เพื่อใช้เก็บบันทึกความทรงจำดีๆ ในรูปลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้จัดทำเพื่อเป็นของสะสมสำหรับผู้หลงใหลในกีฬาลูกขนไก่ และเพื่อฉลองความสำเร็จของวงการแบดมินตันไทยบนสนามแข่งขันระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างเอเชียนเกมส์ และ BWF World Championships ที่มีนักกีฬาชาวไทยเคยคว้าเหรียญรางวัลต่างๆ มาแล้วเป็นจำนวนมาก

    รูปทรงแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้ได้แรงบันดาลใจจากลูกขนไก่ พร้อมการออกแบบงดงามอย่างลงตัว ด้วยดีไซน์มินิมอลของลวดลายขนไก่ที่นุ่มนวล เผยถึงความประณีตและการใส่ใจในคุณภาพรายละเอียดของ Kingston พร้อมพวงกุญแจทำจากยางรูป Kingston Rex สีแดงสดอันเป็นมาสคอตของแบรนด์

    เพื่อช่วยให้พกพาแฟลชไดรฟ์ไว้กับตัวได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะใส่พวงกุญแจหรือห้อยกับกระเป๋า แฟลชไดรฟ์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีพร้อมใช้งานหลากหลายด้วยความจุ 64GB1 และประสิทธิภาพของ USB 3.2 เจนเนอเรชั่นที่ 12 ไม่ว่าจะสะสมไว้เองหรือมอบเป็นของขวัญแก่คนรักกีฬาแบดมินตันก็รับรองว่าจะสามารถใช้เก็บบันทึกความทรงจำได้ในทุกที่ทุกเวลา

    นายเควิน วู รองประธานฝ่านการขาย การตลาด และพัฒนาธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Kingston กล่าวว่า “กีฬาแบดมินตันนับว่ามีความผูกพันกับคนไทยอย่างยาวนาน และมีนักกีฬาชาวไทยที่สร้างชื่อเสียงระดับโลกมาแล้วมากมาย

    โดย Kingston เป็นแบรนด์ชั้นนำด้านการบันทึกและถ่ายทอดความทรงจำที่ดีของผู้คน เราจึงบรรจงสร้างแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษนี้ขึ้นแทนความหมายของผู้รักในกีฬาแบดมินตันทุกคน และร่วมส่งต่อแรงบันดาลใจจากการเล่นกีฬาผ่านเทคโนโลยีอุปกรณ์เก็บบันทึกของ Kingston 

    โดยแฟลชไดรฟ์รุ่นพิเศษจำนวนจำกัดนี้จะช่วยให้ผู้คนได้สร้างความทรงจำดีๆ ที่มีความหมายและเก็บบันทึกความหลงใหลในการเล่นกีฬา”

    เป็นเจ้าของแฟลชไดรฟ์ USB แบดมินตันรุ่นพิเศษนี้ได้ผ่านทางร้านค้าตัวแทนจำหน่ายหรือร้านออนไลน์ของ Kingston ตั้งแต่วันที่ 22 กันยายนเป็นต้นไป ราคาวางจำหน่าย 650 บาท

    พร้อมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี และการสนับสนุนทางเทคนิคจาก Kingston ผู้นำด้านความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยีหน่วยความจำมาอย่างยาวนาน

    ชมข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://kings.tn/BadmintonUSBDrive

    คุณลักษณะของ Kingston Limited-Edition Badminton USB Drives

    ความจุ164GB
    ความเร็ว2: USB3.2 Gen 1 speeds
    ขนาด: 34 x 34 x 36 (มม.)  
    อุณหภูมิการทำงาน: 0°C~60°C
    อุณหภูมิในการจัดเก็บ: -20°C~85°C
    การรับประกัน/บริการ: รับประกัน 5 ปีพร้อมบริการทางเทคนิคฟรี
    ใช้งานได้กับ Windows® 10, 8.1, 8, 7 (SP1), Mac OS (v.10.10.x +), Linux (v. 2.6.x +), Chrome OS™

    ความจุบางส่วนที่ระบุในแฟลชการ์ดใช้สำหรับการฟอร์แมตและฟังก์ชั่นอื่นๆ ไม่ใช่สำหรับการจัดเก็บข้อมูล

    ด้วยเหตุนี้ ความจุที่ใช้งานได้จริงเพื่อเก็บข้อมูลจะต่ำกว่าที่แจ้งไว้ในตัวผลิตภัณฑ์

    ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากคู่มือหน่วยความจำแฟลชเมมโมรี่ของ Kingston ที่ kingston.com/flashguide

    ประสิทธิภาพ USB 3.2 Gen 1 จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์หลักที่มีพอร์ต USB 3.2/ 3.1/ 3.0

    สามารถติดตาม Kingston ได้ที่:

    Facebook: https://www.facebook.com/kingstonthailand/
    YouTube: http://www.youtube.com/user/KingstonAPAC

    เกี่ยวกับ Kingston Technology

    Kingston Technology เป็นผู้นำระดับโลกในด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและเทคโนโลยีโซลูชัน ด้วยสาขาเครือข่ายธุรกิจ และโรงงานผลิตที่มีมากมายทั่วโลก Kingston 

    จึงออกแบบผลิตภัณฑ์ ทดสอบ และจัดจำหน่ายโซลูชันหน่วยความจำ DRAM แฟลช และหน่วยความจำแบบฝัง ที่รวมอยู่ในผลิตภัณฑ์มากมาย รวมถึงแบรนด์เกมมิ่ง HyperX Kingston มีสำนักงานขายและตัวแทนจำหน่ายทั่วโลก

    รวมไปถึง สหรัฐอเมริกา แคนาดา จีน ยุโรป ยุโรปตะวันออก อินเดีย ละตินอเมริกา รัสเซีย และไต้หวัน สำหรับข้อมูลอื่นเพิ่มเติม โปรดเข้าชมได้ที่ www.kingston.com

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : เอเซอร์ จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเที่ยวทั่วไทยในแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together

  • เอเซอร์ จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเที่ยวทั่วไทยในแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together

    เอเซอร์ จับมือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนเที่ยวทั่วไทยในแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together

    บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด จับมือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเปิดแคมเปญ Work Anywhere, Travel Together 

    ภายใต้โครงการ Amazing Thailand ยกความเป็นผู้นำนวัตกรรมไอที ชวนคนไทยออกเที่ยวทั่วไทย วันไหนก็เที่ยวได้ ทำงานได้ในทุกที่ ทุกเวลาในแบบดิจิทัลไลฟ์สไตล์ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวไทย 

    นายกฤษณะ แก้วธำรงค์ ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “พันธกิจของการท่องเที่ยวประเทศไทย คือการขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโตทั้งจากภายในประเทศและภายนอกประเทศ

    โดยการท่องเที่ยวได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของผู้คน และพื้นที่หรือสถานที่ทำงานในปัจจุบันไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศอีกต่อไปสำหรับคนในยุคปัจจุบัน เพราะขอบเขตของสถานที่ทำงานได้ขยายกว้างให้ทุกคนสามารถสร้างพื้นที่ทำงานของตัวเองที่ไหนก็ได้ ซึ่งการทำงานพร้อมกับการเลือกออกเดินทางไปในสถานที่ที่ตนเองถูกใจ จึงเป็น Lifestyle ที่สามารถเห็นได้เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน

    โดย ททท. ยังมีแผนกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวได้ในทุกวัน จันทร์-อาทิตย์ ไม่จำเป็นต้องรอเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ เพราะฉะนั้นการใช้เทคโนโลยีรวมถึงอุปกรณ์ที่สามารถตอบสนองได้ทั้งการทำงานและการท่องเที่ยว จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก อีกทั้งเทคโนโลยียังเป็นช่องทางสำคัญที่ช่วยในการเผยแพร่ สร้างการรับรู้ และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวาง

    โดยเทคโนโลยีได้เข้ามาเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ข้อมูล ทั้งภาพ และเสียง และความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวได้ ทำให้การร่วมเป็นพันธมิตรกับ Acer ก็จะสามารถเป็นฐานในการส่งข้อมูลและข่าวสารของแหล่งท่องเที่ยวได้อีกช่องทางหนึ่ง และส่งผลให้เกิดการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นโดยอาศัยฐานลูกค้าที่กว้างขวางของ Acer อีกด้วย”

    นายนิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทย ข้อมูลจาก EIC ระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวรวมทั้งไทยและต่างชาติในปี 2562 มีสัดส่วนสูงถึง 18.6% ของ GDP แยกเป็นจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 11.9% 

    และนักท่องเที่ยวชาวไทย 6.7% ของ GDP ล่าสุด ธปท. ได้ปรับลดประมาณการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยวในเมืองไทยลง ที่คาดว่าจะทำให้ GDP ลดลงอีก 0.5% และเมื่อเร็วๆ นี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศด้วยการเชิญชวนให้คนไทยออกเที่ยวไทยเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

    ทั้งนี้มีผลสำรวจของ ททท. ระบุว่าหนึ่งในเหตุผลที่คนไทยวางแผนท่องเที่ยวในระยะสั้น (เดินทางในจังหวัดที่พักอาศัย) ก็คือไม่มีเวลาว่างจากการทำงานนั่นเอง 

    ในชั่วโมงที่ยังไม่มีการเปิดน่านฟ้าระหว่างประเทศ กลุ่มคนที่ปกตินิยมเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศจะกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของภาคการท่องเที่ยว เพราะคนกลุ่มนี้กระหายในการเดินทางและมีกำลังซื้อสูง จึงเป็นโจทย์สำคัญของภาคส่วนต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในคนกลุ่มนี้

    นอกจากนี้เรายังพบว่าปีนี้เป็นปีของ Digital Nomad ผู้ประกอบการอิสระหรือฟรีแลนซ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงตลาด out-source ก็เติบโตมากขึ้น เนื่องจากบริษัทหลายแห่งต้องการลดต้นทุนและเพิ่มกำไรให้ธุรกิจ บางประเทศที่เห็นโอกาสจากเทรนด์ตลาดนี้ได้เริ่มออกแคมเปญ การสนับสนุนต่างๆ สำหรับคนกลุ่มนี้ ให้สามารถย้ายที่ทำงานไปได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นการออก Digital Nomad Visa โปรโมชันต่างๆ การลดหย่อนภาษี การให้วันหยุดที่ไม่นับเป็นวันหยุด ฯลฯ

    มีคำถามเกิดขึ้นว่าการเวิร์คเคชั่น (Workation) นั้น “เวิร์ค” จริงหรือ สำหรับเอเซอร์เรามองว่าการทำงานแบบ “work-life flow” คือรูปแบบการทำงานที่ตอบโจทย์ในยุคปัจจุบัน นั่นคือการโฟกัสประสิทธิภาพการทำงานมากกว่าความพยายามที่จะบาลานซ์ชั่วโมงการทำงาน ซึ่งประสิทธิภาพการทำงานนั้น

    นอกจากเรื่องโลเคชันจะมีส่วนช่วยในการสร้าง productivity ให้คนทำงานแล้ว ความพร้อมในด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และระบบเน็ตเวิร์คก็เป็นส่วนสำคัญต่อการสร้างสรรค์ผลงานครีเอทีฟต่างๆ รวมถึงคุณสมบัติของเครื่องอุปกรณ์ที่ทำให้การทำงานนอกสถานที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น

    แนวคิดล่าสุดจากกระทรวงการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สู่การคอแลปครั้งสำคัญของสองวงการ ดึงจุดแข็งของเอเซอร์ผนวกกับความเป็นไอทีที่เข้าถึงดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของผู้คนมาเป็นอีกหนึ่งเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนภาคท่องเที่ยวในประเทศ

    ภายใต้แคมเปญ Make Your Mark Work Anywhere, Travel Together แคมเปญที่เอเซอร์ตั้งใจทำขึ้นเพื่อชักชวนคนไทยให้ออกมาท่องเที่ยวภายในประเทศ  ที่จะทำให้เกิดการท่องเที่ยวในรูปแบบ Hybrid: travel & work ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์การทำงานของโลกยุคใหม่ที่ไม่ได้ยึดติดกับ “ออฟฟิศ” หรือ “สำนักงาน” ช่วยให้เราสามารถท่องเที่ยวไปพร้อมกับการทำงานควบคู่กันได้ในทุกที่ ทุกเวลาอย่างมืออาชีพ

    โดยเอเซอร์จะโปรโมทวิดีโอการท่องเที่ยวในประเทศไทยไปกับช่องทางต่างๆ ของเอเซอร์ที่กระจายไปยังผู้ใช้ในกลุ่มต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เอเซอร์เชื่อว่าจากการร่วมมือในแคมเปญนี้จะช่วยกระตุ้นและผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยมีสีสันมากขึ้น  

    นอกจากความร่วมมือกับ ททท. แล้ว เอเซอร์ร่วมกับอินเทล จัดโปรโมชั่น Make Your Mark Work Anywhere,  Travel Together ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 31 ตุลาคม 2563 ลุ้นโชค 2 ชั้น มูลค่ารวมกว่า 2 ล้านบาท


    โชคชั้นที่ 1 สำหรับผู้ที่ซื้อผลิตภัณฑ์ Acer, Predator หรือ ConceptD ที่มี Intel® Processor และลงทะเบียนสินค้าผ่าน Inbox Facebook: Acer Thailand รับสิทธิ์ลุ้นรางวัล

    • แพกเกจตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมที่พัก 3 วัน 2 คืน ณ DEVASOM Sky Villa จ.พังงา พร้อมดินเนอร์สุดหรู (สำหรับ 4 ท่าน) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 120,000 บาท  
    • Notebook Acer Swift 3 จำนวน 20 รางวัลๆ ละ 23,990 บาท
    • Voucher ที่พักรถบ้าน (สำหรับ 2 ท่าน) จำนวน 100 รางวัลๆ ละ 6,000 บาท

    โชคชั้นที่ 2 เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ Acer หรือ Predator รุ่นที่ร่วมรายการและลงทะเบียนสินค้าด้วยบัญชี Facebook ของตนเองผ่าน Inbox Facebook: Acer Thailand รับ Cash Back มูลค่าสูงสุด 2,000 บาท

    กำหนดจับรางวัล วันที่ 5 พฤศจิกายน 2563 เวลา 14.00 น. ณ ศูนย์บริการเอเซอร์, ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต ประกาศผลทาง www.acerthailand.com ในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://acerthailand.com/acer-work-anywhere

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : LINE IDOL เปิดตัว Influencer Commerce เดินหน้ายกระดับอินฟลูเอนเซอร์ จากมือสมัครเล่นสู่มืออาชีพ

  • BOTTEGA VENETA FALL 2020 COLLECTION

    BOTTEGA VENETA FALL 2020 COLLECTION

    พลังและการเคลื่อนไหวที่แรงกล้าเพื่อเฉลิมฉลองวิวัฒนาการอันเลอค่า และสง่างาม

    สำหรับคอลเล็คชั่นฤดูใบไม้ร่วง 2020 จากโบเตก้า เวเนต้า (Bottega Veneta) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ แดเนียล ลี  (Daniel Lee) 

    นำเอาแรงบันดาลใจจากผลงานของแบรนด์ในช่วงแรกๆ ที่เต็มไปด้วยความอ่อนนุ่ม ไม่ว่าจะเป็นรูปทรง สัมผัส เท็กซ์เจอร์ มาผสมผสานกับนวัตกรรมอันก้าวหน้าในการออกแบบ ตัดเย็บ งานฝีมืออันเป็นมรดกตกทอดและเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาช้านาน

    เติมกลิ่นอายให้เสื้อผ้าที่มีความร่วมสมัย แปลกใหม่และก้าวไปข้างหน้า พลิ้วไหวราวบทกวีแต่ทว่าก็เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

    ทั้งหมดนำเสนอผ่านเสื้อผ้าที่ใช้เนื้อผ้าที่มีความยืดหยุ่น อย่างผ้านิตและผ้าเจอร์ซีย์ สวมใส่และเคลื่อนไหวได้สะดวกสบาย แต่ทว่ายังคงไว้ซึ่งความหรูหราในซิลูเอตต์ที่ทำให้ตัวดูสูงยาวมากขึ้น ทั้งโค้ตตัวเพรียวของผู้ชายและผู้หญิง สวมทับกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวที่มีความยาวเลยข้อมือ

    เช่นเดียวกับชุดที่ใช้ผ้านิตอัดพลีตที่ช่วยสร้างเท็กซ์เจอร์ลายทางและทำให้ลำตัวดูสูงยาวมากขึ้น 

    เสื้อผ้าในคอลเล็คชั่นนี้เป็นเหมือนดั่งการเดินทางในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ การสร้างนิยามของความสง่างามรูปแบบใหม่ในทุกโอกาสแห่งการใช้ชีวิต   

    กลางเดือนกันยายนนี้ สาวก Bottega Veneta เตรียมพร้อมกับกิจกรรมสุดเซอร์ไพร์สได้ที่สโตร์แห่งหนึ่งของเรา ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : Bottega Veneta นำเสนอ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิคประจำซีซั่น

  • “ช้อปปี้” เซอร์ไพรส์นักช้อปต่อเนื่องในมหกรรมช้อปปิ้ง ‘Shopee 9.9 Super Shopping Day’

    “ช้อปปี้” เซอร์ไพรส์นักช้อปต่อเนื่องในมหกรรมช้อปปิ้ง ‘Shopee 9.9 Super Shopping Day’

    ให้ผู้ใช้งานช้อปปี้เพลิดเพลินไปกับโปรโมชั่นและดีลดีๆ จาก AirPay อาทิ ส่วนลดสูงสุด 90% ฯลฯ เดินหน้าส่งแคมเปญพิเศษ “AirPay Day”

    ช้อปปี้’ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน สร้างเซอร์ไพรส์ต่อเนื่องในมหกรรมการช้อปปิ้งสุดยิ่งใหญ่ “Shopee 9.9 Super Shopping Day” ประจำปี 2563 ส่งแคมเปญสุดพิเศษ “AirPay Day” 

    เดินหน้ายกระดับการให้บริการการชำระเงิน Moblile Wallet ผ่าน AirPay บนช้อปปี้ที่จะเป็นทางเลือกในการมอบความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และทำให้ทุกการใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องง่าย

    ผู้ใช้งานจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายเมื่อชำระเงินผ่าน AirPay กับโปรโมชั่นสุดคุ้มจัดเต็มที่คัดสรรมาเพื่อมหกรรมการช้อปปิ้งครั้งนี้โดยเฉพาะ

    ข้อมูลจากการรายงานของ VISA ในปี 2563 แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบัน ชาวไทยกว่า 61% หลีกเลี่ยงการชำระเงินด้วยเงินสดและมักจะเลือกชำระเงินผ่านทางอุปกรณ์สื่อสาร นอกจากนี้ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่างๆ จะผ่านไป ชาวไทยกว่า 69% ยังคงเลือกการชำระเงินผ่านช่องทางดิจิทัลมากกว่าการกลับมาชำระด้วยเงินสด

    คุณศุภวิทย์ หงส์อมรสิน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท แอร์เพย์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงชีวิตวิถีใหม่ ประเทศไทย รวมถึงประเทศต่างๆ ในภูมิภาค ได้เข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ ผู้คนจำนวนมากหันมาเลือกใช้บริการการชำระเงินแบบไร้เงินสดผ่านช่องทางดิจิทัล เพราะสะดวกสบายมากกว่า รวดเร็ว และไม่ยุ่งยาก

    ซึ่งสอดรับกับหนึ่งในพันธสัญญาของช้อปปี้แห่งปีที่มุ่งพัฒนาการบริการด้านการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากที่สุด เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซให้มี Ecosystem ที่สมบูรณ์และครบครัน  ‘AirPay’ จึงเป็นช่องทางการชำระเงิน Mobile Wallet ที่ช้อปปี้ตั้งใจมอบให้เป็นทางเลือกแก่ผู้ใช้งานเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและทำให้ทุกการซื้อขายออนไลน์เป็นไปอย่างราบรื่น”

    เพื่อเฉลิมฉลอง “Shopee 9.9 Super Shopping Day” จัดเซอร์ไพรส์ให้ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ผู้ใช้งานช้อปปี้ได้ช้อปสนุก จ่ายสะดวกไปกับแคมเปญ ‘AirPay Day’ ที่เตรียมมามอบโปรโมชั่นและดีลเด็ดมากมาย ได้แก่

    ในตลอดช่วงมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ “Shopee 9.9 Super Shopping Day” วันที่ 20 สิงหาคม – 9 กันยายน 2563

    • เต็มอิ่มไปกับ Deals Near Me รวบรวมร้านอาหารจากแบรนด์ดังอย่าง KFC, Texas, Kamu, Bonchon, Sizzler, Intanin และอื่นๆ ในราคาสุดคุ้มเริ่มต้นเพียง 1 บาท
    • พิเศษในวันที่ 7 กันยายน สำหรับลูกค้าใหม่ เปิดช้อปปี้แล้วสมัคร AirPay 1,000 ท่านแรก รับโบนัส 50 Shopee Coins ใน AirPay Wallet

    พีคสุด คุ้มหนักเฉพาะวันดีเดย์  9 กันยายน 2563 เท่านั้น

    • นักช้อปมีสิทธิ์รับโค้ดส่วนลดเงินคืนในรูปแบบ Shopee Coins สูงสุด 32%
    • พบกับสินค้าหลากหลายหมวดหมู่ที่ลดสูงสุด 90%  ในช่วงเวลา 9.00 น. และ 21.00 น. เมื่อชำระเงินผ่าน AirPay พร้อมรับโค้ดส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท
    • Deals Near Me มอบความอร่อยคุ้มค่าต่อเนื่องกับแบรนด์ Mezzo, D’Oro, Fresh Me, Sukishi, Subway, Sushi Hana และอื่นๆ อีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 1 บาท

    สำหรับ “Shopee 9.9 Super Shopping Day” ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ความพิเศษของปี 2563 นี้ คือ ‘ช้อปปี้’ ได้จับมือกับ ‘AirPay’ พร้อมกับเหล่าพันธมิตรทางด้านสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ชั้นนำในประเทศไทยเพื่อร่วมกันพัฒนาให้การชำระเงินผ่านช้อปปี้มีความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

    ผู้ใช้งานสามารถชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างมั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวของตนเองจะปลอดภัย โดย AirPay มีระบบมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงและใช้โครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานจะได้รับการคุ้มครองและป้องกันเป็นอย่างดีจากระบบการลงทะเบียนและการยืนยันตัวตน อาทิ การใช้รหัส OTP 

    นอกจากนี้ AirPay ยังมีทีมงานลูกค้าสัมพันธ์ตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อดูแลผู้ใช้งานทุกท่าน และผู้ใช้งานยังได้รับสิทธิพิเศษจากการใช้จ่ายผ่าน AirPay ไม่ว่าจะเป็นโปรโมรชั่น รางวัล และดีลดีๆ มากมาย

    เปิด Shopee ใช้ AirPay กันได้กับมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปีในระดับภูมิภาค “Shopee 9.9 Super Shopping Day”  ที่มาพร้อมโปรโมชั่นเด็ด ดีลดีจากแบรนด์ชั้นนำมากมาย อาทิ 3M, Autobot, Hisense, P&G, Pedigree, Tesco Lotus, TopValue, Unilever 

    และ Whiskas ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม – 9  กันยายน 2563 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/9-9 

    • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ลดเยอะ แถมยิ่งเยอะ! โปรฯ ซื้อ1 แถมฟรีอีก1 (Buy 1 Get 1 FREE)

  • UA SPORTSMASK สุดยอดหน้ากากผ้าสำหรับนักกีฬา

    UA SPORTSMASK สุดยอดหน้ากากผ้าสำหรับนักกีฬา

    หลังจาก Under Armour เปิดตัวหน้ากากผ้าสำหรับการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ไป เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา จนเป็นที่พูดถึงในหมู่นักกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายทั่วโลก

    และเปิดโอกาสให้แฟนๆ ชาวไทยได้เป็นเจ้าของหน้ากากผ้า UA SPORTSMASK ไปแล้ว ตั้งแต่กลางเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา และได้ผลตอบรับดีเกินความคาดหมาย

    ล่าสุด Under Armour ทำตามเสียงเรียกร้องแฟนๆ ที่สนใจอยากเป็นเจ้าของหน้ากากผ้าสุดพิเศษ เปิดจำหน่ายรอบใหม่ในวันที่ 20 สิงหาคม 2563 นี้

    นับเป็นครั้งแรกของวงการกีฬาและการออกกำลังกายที่แบรนด์เสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกาอย่าง Under Armour ได้พัฒนา UA SPORTSMASK หน้ากากผ้าสำหรับออกกำลังกายที่ถูกออกแบบมาเพื่อใส่เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายโดยเฉพาะ

    โดยทีมนวัตกรรมของ Under Armour ได้คิดค้นหน้ากากผ้าที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ กันน้ำ และออกแบบมาเพื่อการหายใจได้ดียิ่งขึ้น ลดการแพร่กระจายของละอองของเหลวจากระบบทางเดินหายใจของผู้สวมใส่

    ด้านบนของหน้ากากมีโครงที่สามารถปรับให้รับกับจมูก ทำให้สามารถสวมใส่ได้อย่างกระชับ ลดการรั่วไหลของอากาศขึ้นสู่ด้านบนดวงตา ช่วยลดการเกิดฝ้าสำหรับคนที่ใส่แว่นตา หน้ากาก UA SPORTSMASK ยังสามารถซัก ตาก และนำกลับมาใช้ซ้ำได้

    จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่าหน้ากากที่ใส่แบบครั้งเดียวทิ้ง ซึ่ง Under Armour กำลังอยู่ในขั้นตอนของการจดสิทธิบัตรดีไซน์และวิธีการผลิตหน้ากากนี้ด้วย

    คุณสมบัติที่โดดเด่นของ UA SPORTSMASK คือ มี 3 ชั้น และถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อนักกีฬาสวมใส่ขณะเล่นกีฬา

    • ชั้นที่ 1 – ผ้าสเปเซอร์ (Spacer Fabric) มีน้ำหนักเบาแต่ยังสามารถคงรูปทรงช่องอากาศไว้ได้ จึงทำให้ไม่แนบทับปากและจมูก ช่วยให้หายใจได้สะดวกขึ้น
    • ชั้นที่ 2 – โฟมโอเพ่นเซลล์ (Open-Cell Foam) แผ่นโฟมชั้นกลางที่ระบายอากาศได้ดี แต่ไม่ทำให้ความชื้นหรือเหงื่อแพร่กระจายออกไป
    • ชั้นที่ 3 – UA ISO-CHILL ชั้นผ้าที่ทำให้รู้สึกเย็นเมื่อสัมผัสกับผิวหน้า มีความยืดหยุ่น และผลิตจากเทคโนโลยี PROTX2™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยียับยั้งการเกิดจุลินทรีย์และแบคทีเรียบนวัตถุที่ไม่ใช่โลหะ ทำให้หน้ากากสะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ

    คุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจของ UA SPORTSMASK

    • ผลิตด้วยผ้า 3 ชั้น ตามคำแนะนำเกี่ยวกับหน้ากากผ้าขององค์การอนามัยโลก
    • ผลิตจากวัสดุประสิทธิภาพสูงจาก Under Armour ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับสวมใส่ได้ทั้งวัน และในขณะเล่นกีฬา
    • มีรูปทรงสำหรับช่องอากาศ ทำให้หน้ากากไม่แนบทับปากหรือจมูก สวมใส่สบาย หายใจได้สะดวก
    • ผ้าชั้นนอกกันน้ำ ทำจากผ้านิ่ม ทำให้หายใจได้ดียิ่งขึ้น
    • ผ้าชั้นในผลิตด้วยเทคโนโลยียับยั้งการเกิดจุลินทรีย์ซึ่งเป็นสาเหตุของแบคทีเรีย ทำให้หน้ากากสะอาดเหมือนใหม่อยู่เสมอ
    • ชั้นโพลียูรีเทนโอเพ่นเซลล์โฟม (Polyurethane Open-Cell Foam) แผ่นโฟมชั้นกลางที่ระบายอากาศได้ดี แต่ไม่ทำให้ความชื้นหรือเหงื่อแพร่กระจายออกไป
    • ชั้นผ้า UA ISO-CHILL ที่ใช้ประกอบด้านในสุดของหน้ากากและส่วนสายคล้องหูให้ความรู้สึกเย็นสบายทุกครั้งที่สวมใส่
    • เนื้อผ้านุ่มลื่น ไม่ระคายเคืองผิวหน้า สวมใส่สบาย ระบายความชื้นจากปากได้ดี
    • รูปทรงหน้ากากเข้ากับใบหน้า สอดรับกับทรงจมูก
    • ส่วนโครงด้านบนของหน้ากากมีความนุ่มและสามารถปรับให้กระชับกับจมูกได้
    • สายคล้องหูและส่วนข้างของหน้ากากมีความยืดหยุ่น
    • สามารถซัก ตาก และนำกลับมาใช้ซ้ำได้
    • มาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กที่สามารถซักได้ ผลิตจากเทคโนโลยียับยั้งการเกิดจุลินทรีย์

    สำหรับแฟนกีฬาและผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกายในที่สาธารณะหรือกลางแจ้ง และกำลังมองหาหน้ากากผ้าสำหรับใส่ออกกำลังกายโดยเฉพาะ สามารถเป็นเจ้าของ UA SPORTSMASK ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

    ที่ร้าน Under Armour ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาศูนย์การค้าจังซีลอน) ร้าน Hoops Station ร้าน Dilok ร้าน SportsWorld และ ร้าน Project Beyond ในเครือสหพัฒน์ (สินค้ามีจำนวนจำกัด และจำกัดการซื้อคนละไม่เกิน 5 ชิ้น)

    สามารถติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Under Armour และโปรโมชันพิเศษก่อนใครได้ที่ช่องทางต่อไปนี้

    • เว็ปไซต์ www.ua.com
    • Line Official Account @Underarmourth
    • ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Lazada
    • ร้านค้าทางการของ Under Armour บน Shopee

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ทำความรู้จักผ้าที่เหมาะ ทำ “หน้ากากอนามัย” มากที่สุด

  • Bottega Veneta นำเสนอ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิคประจำซีซั่น

    Bottega Veneta นำเสนอ 2 กระเป๋าสุดไอคอนิคประจำซีซั่น

    สำหรับแอคเซสเซอรี่ประจำคอลเล็คชั่น Pre Fall 2020 แสดงถึงส่วนผสมของงานอันเป็นเอกลักษณ์ของ Bottega Veneta ไอเทมอย่างกระเป๋านั้น

    ยังคงสานต่อเทคนิคการสานหนัง Intrecciato อันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้นำมาสร้างสรรค์ รวมไปถึงการนำเสนอสีสันอันสวยงามของคอลเล็คชั่นนี้

    สำหรับซีซั่นนี้ โดดเด่นด้วยโซ่ทองขนาดใหญ่ ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักของกระเป๋า Padded Cassette โดยผลงานการออกแบบสุดไอคอนิคจาก แดเนียล ลี (Daniel Lee) ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ของแบรนด์ รังสรรค์ขึ้นจากหนังนัปป้า (Nappa) ที่มอบสัมผัสนุ่มนวลและน่าหลงใหล ผสานเข้ากับเทคนิคการสานหนังแบบ Intrecciato 

    โดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของ Bottega Veneta ตัวกระเป๋าถูกออกแบบมาให้สามารถใช้งานได้ทั้งรูปแบบการถือผ่านตัวกระเป๋า และใช้งานด้วยสายสะพายไหล่ 

    และอีกหนึ่งไอเทมที่ แดเนียล ลี (Daniel Lee) ได้ต่อยอดการสร้างสรรค์อย่าง Fringe Pouch ที่ดีไซน์เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสแบนเรียบ ผลิตขึ้นจากหนังแกะ (Nappa) ประดับด้วยริ้วเส้นหนังจากวัสดุชนิดเดียวกัน 

    สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพับลงเสมือนกระเป๋าคลัทช์ หรือปรับเปลี่ยนให้เป็นสะพายไหล่พร้อมกับสายหนังที่ปรับระดับได้ 

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : VERSACE SUMMER CAPSULE COLLECTION , RCB x PARNARTS Tote Bag Special Edition

  • วันแม่นี้ พาแม่เที่ยว พร้อมที่พักเด็ดๆ ต้องรับเปิดเมือง

    วันแม่นี้ พาแม่เที่ยว พร้อมที่พักเด็ดๆ ต้องรับเปิดเมือง

    ในเดือนสิงหาคมนี้ จูงมือพาแม่เที่ยวง่ายๆ เชื่อมโยงนักเดินทางเข้ากับตัวเลือกที่พักทั่วไทย ให้คุณบอกรักแม่ได้ทุกวันกับทริปท่องเที่ยวแสนสนุก

    ไม่ว่าคุณแม่สายไหนก็ต้องประทับใจ เพราะเราคัดเลือกจุดหมายปลายทางโดนๆ เหมาะกับทุกคนในครอบครัว แถมยังเดินทางสะดวก พร้อมคัดสรรดีลที่พักดีๆ มาไว้ให้คุณเลือกแล้ว

    คุณแม่สายบุญ

    สำหรับคุณแม่สายบุญ ต้องไม่พลาดพาแม่ไปไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยาเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย เที่ยววัดชื่อดังอย่างวัดพนัญเชิงวรวิหาร วัดใหญ่ชัยมงคล หรือวัดไชยวัฒนาราม หรือจะไปเดินชมกรุงเก่าอยุธยา และวัดโบราณในบริเวณนั้นอย่างวัดพระศรีสรรเพชญ์และวัดมหาธาตุ ควรไปตอนบ่าย

    เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อน แวะเที่ยวตลาดน้ำอโยธยาเพื่อสัมผัสกลิ่นอายย้อนยุคและนั่งเรือชมตลาดตามรอยออเจ้า หรือจะไปนั่งชิลล์ที่ร้านอาหารริมเจ้าพระยาเพื่อชิมกุ้งแม่น้ำ จานเด็ดชื่อดังประจำเมืองก็ยังได้ ลองพาแม่ไปพักที่โรงแรมศาลาซักครั้ง ที่ริมฝั่งแม่น้ำตรงข้ามกับวัดพุทไธศวรรย์ มองเห็นวิวเจดีย์ได้อย่างเต็มตา รับรองว่าคุณแม่จะประทับใจไม่รู้ลืม!

    ที่พักแนะนำ :

    โรงแรมศาลา อยุธยา (Sala Ayutthaya) 
    https://www.booking.com/hotel/th/sala-ayutthaya.th.html

    คุณแม่สายลุย สายรักธรรมชาติ

    ถ้าคุณแม่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติ ต้องหาเวลาพาแม่ไปนอนเขาใหญ่ให้ชื่นใจซักคืนสองคืน ขับรถไปเองได้ง่ายๆ ทั้งครอบครัวไม่ว่าจะไปทางสระบุรีหรือทางนครนายก ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มีเส้นทางเดินชมธรรมชาติมากมาย ระยะทางตั้งแต่ 2-4 กิโลเมตร ยิ่งในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่สองข้างทางเขียวสะพรั่ง ให้คุณและแม่ได้ชาร์จพลังเต็มๆ หรือจะไปเที่ยวน้ำตกให้ชุ่มฉ่ำ ก็มีน้ำตกชื่อดังอย่างเหวสุวัตและเหวนรก หรือจะไปเล่นน้ำตกกองแก้วและน้ำตกนางรองก็ยังไหว วันถัดมาก็อย่าลืมแวะไปชมทะเลหมอกยามเช้าที่จุดชมวิวผาตรอมใจหรือผาเดียวดาย รับรองว่าดีต่อใจ ไม่ห่อเหี่ยวเหมือนชื่อเรียกอย่างแน่นอน

    ที่พักแนะนำ :

    โรงแรมวิวาเช่ เขาใหญ่ (Vivace Khaoyai) 
    https://www.booking.com/hotel/th/vivace-khaoyai.th.html

    คุณแม่สายชิม

    หากคุณแม่เป็นคนละเอียดอ่อนเรื่องอาหารการกิน ควรพาแม่ไปตะลอนทริปกินในภูเก็ตที่มีอาหารอร่อยระดับตำนานทั้งคาวหวานอยู่ทั่วเมือง ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ หรือจะเป็นอาหารจีนอย่างติ่มซำ ข้าวต้มแห้ง หมี่ฮกเกี้ยน โอวต้าว และอาหารพื้นเมืองอย่างหมูฮ้อง น้ำพริกกุ้งเสียบ หรือแกงปูใบชะพลู

    แต่ถ้าอยากลองลงมือทำเองก็สามารถเลือกลงคอร์สเรียนทำอาหารสั้นๆ วันเดียวจบในเมืองได้เลย ให้คุณแม่ได้เรียนรู้เคล็ดลับปรุงจานเด็ดขึ้นชื่อของท้องถิ่น จะได้กลับไปทำให้เรากินที่บ้านได้อีกด้วยนะ

    ที่พักแนะนำ :

    ไดมอนด์ รีสอร์ท ภูเก็ต (Diamond Resort Phuket) 
    https://www.booking.com/hotel/th/diamond-resort-phuket.th.html

    คุณแม่สายสัตว์เลี้ยงแสนรัก

    บางทีก็สงสัยนะ ว่าระหว่างเรากับน้องหมาที่บ้านนี่ แม่เรารักใครมากกว่ากัน? แต่ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะสามารถพาแม่ไปเที่ยวใกล้ๆ ที่หาดบางแสน นอนเล่นรับลมริมทะเลให้เต็มอิ่ม สนุกได้ทั้งคนทั้งน้องหมา

    สามารถเลือกพักโรงแรมติดหาดบางแสน ที่ให้พาสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ และมีพื้นที่ในรีสอร์ทให้น้องได้วิ่งเล่นอย่างปลอดภัย หรือจะไปเดินทอดน่องริมทะเลยาวๆ ตั้งแต่แหลมแท่นไปจนถึงหาดวอนนภา และไปถ่ายรูปสวยๆ ที่สะพานปลาก็ยังได้

    ที่พักแนะนำ :

    โรงแรมบางแสน เฮอริเทจ (Bangsaen Heritage) 
    https://www.booking.com/hotel/th/bangsaen-heritage.th.html

    ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่สายไหน อย่าลืมพาแม่ไปท่องเที่ยวรับเปิดเมือง พร้อมรับส่วนลดที่พักยอดนิยมทั่วไทยสูงสุด 30% และสิทธิพิเศษแก่สมาชิกอีกมากมายเช่น ฟรีมื้ออาหารหรืออัพเกรดห้องพักฟรี

    รวมถึงรถรับส่งจากสนามบิน และส่วนลดสำหรับสปาและภัตตาคาร ณ ที่พัก ให้คุณวางแผนพาแม่และคนที่คุณรักไปเที่ยวได้ง่ายๆ ไปยาวๆ จนถึงปลายปี

    ดูข้อเสนอที่พักดีๆ เพื่อจองและเข้าพักได้จนถึง 31 ธันวาคม 2020 ที่ https://www.booking.com/domestic-deals-th.html

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : ไม่รู้จะไปไหนดีช่วงหยุดยาว? ลองเช็คจุดหมายปลายทางเหล่านี้ เพื่อวางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้าย

  • ไม่รู้จะไปไหนดีช่วงหยุดยาว? ลองเช็คจุดหมายปลายทางเหล่านี้ เพื่อวางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้าย

    ไม่รู้จะไปไหนดีช่วงหยุดยาว? ลองเช็คจุดหมายปลายทางเหล่านี้ เพื่อวางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้าย

    ทุกคนต่างตั้งตารอจะได้ออกไปเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ส่งผลให้ทุกคนต่างวางแผนการท่องเที่ยวและจองที่พักอย่างรีบเร่งในนาทีสุดท้ายโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศเพิ่งกลับมาเปิดให้ท่องเที่ยวได้อีกครั้ง หลังต้องหยุดอยู่บ้านเป็นเวลานาน

    แต่ไม่ต้องกังวลไป! เพราะ Booking.com ได้เลือก 5 สุดยอดจุดหมายปลายทางในประเทศไทยที่สามารถไปเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปีมาเป็นตัวเลือกให้คุณ โดยแต่ละที่นั้นต่างมีความโดดเด่นและเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป

    รวมถึงมีกิจกรรมให้เลือกหลากหลายสำหรับทุกคนในครอบครัว ให้คุณได้เติมทั้งพลังใจและพลังกายอย่างแท้จริง! ด้วยฟีเจอร์ ‘การจองในวันเดียวกัน’ ของ Booking.com คุณสามารถค้นหาราคาที่ดีที่สุดได้อย่างง่ายดาย แม้ว่าคุณตัดสินใจที่จะแพ็คกระเป๋าในนาทีสุดท้าย

    นอกจากนี้สมาชิกระดับ Genius ของ Booking.com สามารถเพลิดเพลินกับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่นอาหารเช้าฟรี การอัปเกรดห้องพักฟรี ในที่พักที่เข้าร่วมโปรแกรมจำนวนมากทั่วประเทศ!

    คุณสามารถสร้างวันหยุดของคุณเอง ไม่ว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกอยากเที่ยว ได้ที่จุดหมายปลายทางเหล่านี้!

    หัวหิน

    หนึ่งในเมืองตากอากาศชายทะเลที่ดีที่สุดของประเทศไทย ‘หัวหิน’ เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด หลีกหนีความวุ่นวายในเมืองด้วยกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว ที่มีมากมายให้คุณได้เลือกสรร

    เพียงขับรถจากกรุงเทพฯ ไม่กี่ชั่วโมง คุณก็จะถึงเมืองตากอากาศสุดผ่อนคลายริมชายฝั่งอ่าวไทย พร้อมกับกิจกรรมมากมายให้คุณได้เลือก ตั้งแต่บูติคคาเฟ่ สวนน้ำ ตลาดน้ำ ไปจนถึงการลิ้มรสอาหารทะเลแสนอร่อยที่ตลาดโต้รุ่งหัวหิน หรือเสพศิลปะและงานฝีมือของท้องถิ่น ในขณะที่เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศสบายๆ ในสวนของตลาดซิเคด้า

    สำหรับผู้ที่รักชายทะเล อย่าพลาดที่จะใช้เวลาในช่วงกลางวันเพื่อผ่อนคลายบนหาดเขาตะเกียบ หรือหาดสวนสนประดิพัทธ์ที่คุณสามารถว่ายน้ำ เล่นบานาน่าโบ๊ท หรือเพลิดเพลินกับการขี่ม้าไปตามชายฝั่ง ผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์ไทยสมัยใหม่ควรเยี่ยมชมพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

    ที่เป็นบ้านพักตากอากาศริมทะเลแสนสวยอายุร้อยปีที่สร้างขึ้นจากไม้สักทั้งหมด และได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมตะวันตก โดยพระราชนิเวศน์แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นของรัชกาลที่ 6 และห้ามพลาดการชมพระอาทิตย์ตกที่จุดชมวิวหินเหล็กไฟ ที่ให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุข ในขณะที่ชื่นชมแสงสุดท้ายของวันสาดแสงปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง

    ที่พักแนะนำในหัวหิน :
    ลา เมซอง หัวหิน (La Maison Hua Hin)

    เชียงใหม่

    สัมผัสมนต์เสน่ห์ของวัฒนธรรมล้านนาและมิตรไมตรีของผู้คนทางภาคเหนือ ในเมืองเชียงใหม่ท่ามกลางทิวเขาที่ผสมผสานประเพณีเก่าแก่ 700 ปี เข้ากับไลฟ์สไตล์ทันสมัยได้อย่างลงตัว เชียงใหม่เป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับการพัฒนามากที่สุดในประเทศไม่แพ้กรุงเทพฯ หรือชลบุรี

    แต่สิ่งที่ทำให้เมืองนี้มีความโดดเด่นอย่างแท้จริงคือขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิตที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสสิ่งเหล่านี้ได้ในปัจจุบัน ตั้งแต่วัดที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์กระจายอยู่ทั่วเมือง ไปจนถึงกำแพงยุคกลาง ผนังก่ออิฐ และคูเมือง ที่เคยใช้ป้องกันอาณาจักรเก่าจากผู้รุกราน

    ใช้วันของคุณไปเที่ยววัดรอบเมืองเก่าเชียงใหม่เพื่อความโชคดี และเยี่ยมชมภูเขาอันโด่งดังทั้งหลาย (หรือ ‘ดอย’ ในภาษาท้องถิ่น) ที่ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 1,000 – 2,000 เมตรเพื่อชมทิวทัศน์จากบนยอดดอย และสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ที่มีตลอดทั้งปี

    รวมทั้งทำความรู้จักกับชีวิตเรียบง่าย และการเกษตรกรรมของชาวเขาเผ่าต่างๆ และในช่วงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การรับประทานอาหารท้องถิ่น ‘ขันโตก’ ควบคู่ไปกับการแสดงรำไทยในร้านอาหารทางเหนือที่มีชื่อเสียงหลายร้านในเมืองเชียงใหม่

    ที่พักแนะนำในเชียงใหม่ :
    พระสิงห์วิลเลจ (Phra Singh Village)

    โรงแรมลาวานา เชียงใหม่ (Lavana Hotel Chiangmai)

    พัทยา

    ตั้งห่างจากกรุงเทพฯราวๆ 2ชั่วโมงบนถนนมอเตอร์เวย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ชายทะเลของพัทยามีสีสันในยามค่ำคืนและเป็นแหล่งปาร์ตี้ที่ดังที่สุดในประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ ของชาวต่างชาติ ซึ่งมีโรงแรมหรูหราให้เลือกมากมาย เป็นศูนย์รวมความบันเทิงระดับโลกและสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำของประเทศไทย

    คุณจะประหลาดใจเมื่อพบว่าพัทยามีอะไรมากกว่าความบันเทิงและวุ่นวายของสถานที่เที่ยวยามค่ำคืน และยังมีกิจกรรมสำหรับทั้งครอบครัวที่สวนน้ำยอดนิยมของประเทศไปจนถึงการเยี่ยมชมสวนขนาดเล็กหรือปราสาทสัจธรรม วัดไม้สไตล์ฮินดูและพุทธศาสนาร่วมสมัย ความพยายามในการฟื้นฟูที่ผ่านมาบนชายหาดพัทยาส่งผลให้ชายหาดมีความสะอาดและคุ้มค่ากับการมาพักผ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณไม่ได้มาเยือนที่นี่แล้วหลายปี

    ที่พักแนะนำในพัทยา :
    เชสโซเทล พัทยา (Chezzotel Pattaya)

    หาดจอมเทียน

    ตั้งอยู่ในเมืองพัทยากับหาดมีชื่อเสียงเรียงรายไปด้วยหาดทรายสีขาวยาว 6 กิโลเมตร หาดแห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างกันไปและบรรยากาศที่เงียบสงบกว่าห่างจากสถานบันเทิงยามค่ำคืนในตัวเมืองพัทยา ชายหาดนี้เหมาะสำหรับครอบครัว และเป็นที่ตั้งของที่พักสุดหรูชั้นนำของประเทศไทยและโรงแรมระดับ 5 ดาว

    หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์การพักผ่อนสุดพิเศษที่อยู่ติดทะเลและสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำต่างๆ นอนเพลิดเพลินบนเปลใต้ต้นปาล์ม ลิ้มรสอาหารทะเลสดๆตอนกลางวัน และเพลิดเพลินกับอาหารค่ำแสนโรแมนติกบนชายหาดในยามกลางคืน ถ้าอย่างนั้นอย่าลืมลองหาที่พักแนะนำในหาดจอมเทียนบนเว็บไซต์ Booking.com!

    ที่พักแนะนำในหาดจอมเทียน :
    ซีบรีซ จอมเทียน รีสอร์ท(Sea Breeze Jomtien Resort)

    เกาะช้าง

    เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกในอ่าวไทยเป็นที่ตั้งของสิ่งแปลกตาอยู่มากมายเช่นหมู่บ้านชาวประมงอันเงียบสงบ จุดดำน้ำดูปะการังอันสวยงาม และน้ำตกมากมายบนเกาะ คุณสามารถใช้รถของคุณเองขับข้ามฟากข้ามทะเลและขับไปรอบ ๆ เกาะช้างกับเพื่อนหรือครอบครัวของคุณ

    เยี่ยมชมเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพโดยการสำรวจป่าชายเลนบนเกาะ ชมทิวทัศน์อันงดงามของทะเลสีฟ้าใสที่จุดชมวิวไก่แบ้ หรือเพลิดเพลินกับการพายเรือคายัคที่แม่น้ำคลองพร้าว ใช้ชีวิตไปกับธรรมชาติและค้นหาความสงบสุขของคุณในที่พักวิลล่าและสำรวจสถานที่ต่างๆท่ามกลางความเขียวขจี หรือจองบังกะโลริมชายหาดเพื่อเพลิดเพลินกับวันหยุดหน้าร้อนอันสดชื่นของคุณตลอดทั้งวัน!

    ที่พักแนะนำในเกาะช้าง :
    อินดี้ บีช บังกะโล (Indie Beach Bungalows)

    นอกเหนือจากตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของเรา Booking.com ยังเสนอที่พักที่ดีที่สุดในจุดหมายปลายทางอื่น ๆ ทั่วประเทศไทย Booking.com ให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับลูกค้าเกี่ยวกับมาตรการด้านสุขภาพและความปลอดภัยของที่พัก และได้มอบข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดบนหน้ารายชื่อที่พัก

    ดังนั้นคุณสามารถวางแผนสำหรับวันหยุดพักผ่อนของคุณได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเพลิดเพลินไปกับข้อเสนอที่ดีที่สุดและ สิทธิประโยชน์สุดพิเศษจาก Booking.comไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนในทริปครั้งต่อไปของคุณ!

  • ให้ดีไซน์โมเดิร์นลักชูลี่ ถอดอัตลักษณ์และรสนิยมในตัวคุณ ด้วยเฟอร์นิเจอร์-ของแต่งบ้าน แบรนด์ “เทรนด์ ดีไซน์”

    ให้ดีไซน์โมเดิร์นลักชูลี่ ถอดอัตลักษณ์และรสนิยมในตัวคุณ ด้วยเฟอร์นิเจอร์-ของแต่งบ้าน แบรนด์ “เทรนด์ ดีไซน์”

    “เทรนด์ดีไซน์” (TREND DESIGN) เฟอร์นิเจอร์ ของแต่งบ้าน ภายใต้แบรนด์ อินแด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ด้วยรูปลักษณ์สไตล์โมเดิร์นลักชูลี่ โดดเด่นด้วยสเน่ห์แห่งความเรียบหรูเหนือระดับ

    เผยโฉมเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านหลากดีไซน์ ที่จะช่วยเติมเต็มบ้านของคุณให้ดู โดดเด่นมีเอกลักษณ์ ทั้งสามารถสะท้อนรสนิยมความเป็นตัวคุณได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังเป็นไอเทมชิ้นเอกที่ผสานเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่นภายในบ้านได้อย่างสวยงามลงตัว  ด้วยไอเทมดังนี้

    1. ตู้ใส่ของ รุ่น PULITO (130007193)  ราคา 43,200.- ขนาด W220xD48xH48 cm.

    ตู้สไตล์โมเดิร์น วัสดุจากไม้MDF ปิดผิวด้วยเปียโน   ไฮกลอส หน้าท็อปวัสดุจากกระจกนิรภัย แข็งแรงทนทาน  ป้องกันจากรอยขีดข่วนสูง

    2. โต๊ะกลาง  รุ่น  WIZDOM (130008764) ราคา 19,200.- ขนาด W70xD130H38 cm

    โต๊ะกลาง วัสดุจากไม้MDFและวีเนียร์ไม้วอลลนัท พร้อมช่องวางของอเนกประสงค์  ส่วนขาสแตนเลสสตีล

    3. โต๊ะข้าง รุ่น CELINE (130007612)  ราคา 15,900.-  ขนาด  W65XD65XH48cm.  

    โต๊ะดีไซด์เรียบง่ายสไตล์โมเดิร์น โครงสร้างวัสดุจากสแตนเลสสตีล ส่วนท็อปวัสดุกระจกนิรภัยสีดำหนาพิเศษแข็งแรงทนทาน สามารถจัดเข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่นได้ลงตัว (สามารถรองรับน้ำหนักได้ถึง 130 กก.

    4. อาร์มแชร์ผ้า รุ่น ALDO  (130009671)ราคา 30,000.- ขนาด  W76xD75xH71 cm.

    ดีไซน์เรียบหรู โครงสร้างวัสดุจากไม้สน บุด้วยโฟมคุณภาพสูงหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่ ออกแบบโอบรับสรีระเพื่อให้นั่งสบาย ส่วนขาจากเหล็กชุดสีทอง

    5. โซฟาหนัง 3 ที่นั่ง+ปรับไฟฟ้า รุ่น PAOLO (130009674)     ราคา 99,000.-  ขนาด  W208xD108xH79 cm

    โซฟาหนังปรับระดับ โครงสร้างวัสดุจากไม้สน บุและหุ้มด้วยฟองน้ำอย่างดีและหนังวัวแท้ระดับ Top Grain (ให้สัมผัสที่เป็นธรรมชาติ) มีความยืดหยุ่น นุ่มสบาย ปรับระดับได้ทั้งพนักพิงและส่วนขาด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อความผ่อนคลายสบายยิ่งขึ้น

    6. โซฟาหนัง L-SHAPE รุ่น  TIZIANO  (110026219, 110026222) ราคา 164,890.-  ขนาด  W 296xD227xH78 cm

    โซฟาหนังแอลเชฟ โครงสร้างวัสดุจากไม้เนื้อแข็ง บุและหุ้มด้วยฟองน้ำอย่างดีและหนังวัวแท้นำเข้าจากอิตาลี สวยงามด้วยลวดลายธรรมชาตินุ่มพิเศษนั่งสบาย  สามารถปรับระดับส่วนพนักพิง/ ที่เท้าแขน ได้เพื่อผ่อนคลายสบายยิ่งขึ้น (เลือกได้ทั้งเข้ามุมซ้ายและมุมขวา)

    7. โซฟาหนังแท้ 2 ที่นั่ง รุ่น  ELGIO  ( 110026227)ราคา 76,890.-ขนาด  W154XD101XH71cm.

    โซฟาหนัง สไตล์โมเดิร์นโครงสร้างวัสดุจากไม้จริง บุและหุ้มด้วยฟองน้ำ และหนังวัวแท้ย้อมสีแดงสดให้ความยืดหยุ่นสูง นุ่มสบาย

    8. โต๊ะอาหารหินอ่อน รุ่น MATTEO   (130009421)  ราคา 129,000.-  ขนาด  W180XD100XH76cm.

    โต๊ะอาหาร วัสดุจากหินอ่อนธรรมชาติ ส่วนขาวัสดุจากสแตนเลสสตีล  แข็งแรงทนทาน กับงานดีไซน์เรียบหรู  ที่มากับฟังก์ชันขยายขนาด (ความยาว) ของโต๊ะได้ถึง 220 ซ.ม. เพื่อรองรับปาร์ตี้มื้อพิเศษ

    9. รูปปั้นตกแต่งรูปเสือ รุ่น  VALENTE ( 130009562) ราคา 5,900.-ขนาด W65x D10 x H34 cm.

    รูปปั้นเสือ ด้วยท่าทางที่ดูสง่าปราดเปรียว วัสดุจากโพลีเรซิ่น  สำหรับตกแต่งให้บ้านดูโดดเด่นขึ้น

    10. แจกันเซรามิกลายคราม รุ่น  TANCREDO (130009549) ราคา 6,500.-  ขนาด W29x D29x H29 cm.

    แจกันวัสดุจากพอร์สเลน (เซรามิกเนื้อขาวผสมกับแร่ควอตซ์)  กับงานศิลปะชั้นสูงในสไตล์โมเดิร์นสามารถจัดวางได้ในทุกมุมของบ้าน

    เลือกช้อปเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน แบรนด์ “เทรนด์ดีไซน์” (TREND DESIGN) ที่ช่วยสะท้อนอัตลักษณ์และรสนิยมความเป็นคุณ ณ โชว์รูม “เทรนด์ดีไซน์” ที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 6 สาขา ทั่วประเทศ 

    สาขาบางนา โทร. 02-3480707, สาขาเกษตร-นวมินทร์ โทร. 02-1082940 ต่อ 319, สาขาราชพฤกษ์ โทร. 02-4896900 , สาขาพัทยา โทร. 038-716859-60 , สาขาเชียงใหม่  โทร. 053-851700  และ สาขาภูเก็ต  โทร. 076-249541 หรือ www.trenddesign.co.th

    บทความอื่นที่น่าสนใจ : “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” จัดโปรฯ แรงกลางปี “Index Bedroom Sale” #ทิ้งตัวนอนกับโปรปัง ชุดห้องนอนดีดี เริ่มต้น 9,990.-