มีหลายคนถามกันมาว่า หน้าฝนเที่ยวไหนดี? เมื่อพูดถึงที่เที่ยวหน้าฝนต้องนึกถึงป่าเขียวขจีที่ดูชุ่มฉ่ำ ทะเลหมอกหนาๆ ที่ลอยฟุ้ง เป็นบรรยากาศดีๆ ที่หาไม่ได้จากฤดูไหน
ใครชอบท่องเที่ยวธรรมชาติรับรองไม่ผิดหวัง กับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทยที่ไม่ควรพลาด ทั้งป่า ภูเขา น้ำตก มาครบ
1. อุทยานแห่งชาติเขาสก
ดินแดนศูนย์กลางของ “ขุนเขาแห่งป่าฝน” เป็นผืนป่าดิบชื้นผืนใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญของภาคใต้ ที่นี่มีทิวทัศน์ ที่สวยงาม มีความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติทั้งน้ำตก หน้าผา ถ้ำ และ ทิวทัศน์เทือกเขาหินปูนที่ตั้งตระหง่านเหนือผืนน้ำอ่างเก็บน้ำเขื่อนรัชชประภา จนได้รับฉายาว่า กุ้ยหลินเมืองไทย




อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท
อุทยานแห่งชาติเขาสก
ที่อยู่ : หมู่ที่ 6 ต.คลองศก อ.พนม จ.สุราษฏร์ธานี 84250
โทรศัพท์ : 077395139, 077395154-5
2. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว (จังหวัดอุตรดิตถ์, จังหวัดพิษณุโลก)
หากพูดถึงภูสอยดาวช่วงหน้าฝน ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนของทุกปี จุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวก็คือบริเวณลานสนสามใบภูสอยดาว ที่มีทุ่งดอกไม้บานสะพรั่งสวยงามท่ามกลางหมอกขาว ทั้งดอกหงอนนาคสีม่วง ดอกสร้อยสุวรรณาสีเหลือง และดอกหญ้ารากหอมสีม่วงเข้ม ยังมีน้ำตกให้ได้เที่ยวอีกด้วย เช่น น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์




สถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
- น้ำตกภูสอยดาว
- น้ำตกสายทิพย์
- ลานสนสามใบภูสอยดาว
- ลานหินลำน้ำภาค
การเดินทาง
– จากจังหวัดพิษณุโลก
ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 แล้วแยกเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1246 ถึงบ้านแพะแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1143 ผ่านอำเภอชาติตระการ แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 1237 ผ่านบ้านบ่อภาคไปบรรจบกับเส้นทางแผ่นดินหมายเลข 1268 ถึงน้ำตกภูสอยดาว อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว รวมระยะทางประมาณ 188 กิโลเมตร
– จากจังหวัดอุตรดิตถ์
ใช้ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1047 (อุตรดิตถ์-น้ำปาด) จนถึงอำเภอน้ำปาดแล้วเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1239 ไปอีก 47 กิโลเมตร จึงเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ไปอีก 18 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทางประมาณ 133 กิโลเมตร
3. อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
มีจุดเด่นที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย เช่น ผาชัน น้ำตกสร้อยสวรรค์ น้ำตกแสงจันทร์ (น้ำตกลงรู) อีกทั้งยังได้มีการค้นพบภาพเขียนสีโบราณ สมัยก่อนประวัติศาสตร์อายุราว 3,000-4,000 ปี และถือได้ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติ แห่งแรกในประเทศไทยที่มีแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นเส้นกั้นพรมแดน ระหว่างประเทศไทย และประเทศลาวเป็นแนวเขตอุทยานแห่งชาติที่ยาวที่สุด



อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม
ที่อยู่ : ต.ห้วยไผ่ อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี 34220
โทรศัพท์ : 045252581
4. ภูทับเบิก (จังหวัดเพชรบูรณ์)
เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ขึ้นชื่อเรื่องทะเลหมอกสีขาวที่ตัดกับยอดภูสีเขียว และไร่กะหล่ำปลีที่มองรวมกันแล้วสวยงามสุดๆ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนที่ทะเลหมอกจะดูหนานุ่มเป็นพิเศษ ใครมาเที่ยวก็ต้องติดใจกับวิวเหนือเมฆที่เห็นได้แบบ 360 องศา พูดได้ว่าเหมือนยืนอยู่บนท้องฟ้า แค่ออกจากที่พักก็เห็นทะเลหมอกอย่างเต็มอิ่มได้แล้ว



การเดินทาง
– จากเพชรบูรณ์
ใช้ทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 40 กิโลเมตร ถึงสี่แยกหล่มสัก ตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 203 อีก 13 กิโลเมตร พบป้ายบอกทางไปอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ตามทางหลวง 2011 และทางหลวงหมายเลข 2331 อีก 40 กิโลเมตร ถึงด่านเก็บค่าธรรมเนียมของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จากตรงนี้มีทางแยกขวาเข้าหมู่บ้านทับเบิกอีก 6 กิโลเมตร เส้นทางจากหล่มเก่ามาภูทับเบิกสูงชันและคดเคี้ยวมาก รถบัสไม่สามารถขึ้นได้ ผู้ที่ใช้รถยนต์หรือรถตู้ ควรขับรถด้วยความระมัดระวัง
– จากพิษณุโลก ทางด้านอำเภอนครไทย
ผ่านอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า เลยที่ทำการอุทยานฯ มาประมาณ 24 กิโลเมตร จะถึงภูทับเบิก หากขับรถต่อไปจะมาบรรจบกับเส้นทางที่ลงไปยังอำเภอหล่มเก่า
5. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
จุดไฮไลท์ของอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าในช่วงหน้าฝน คือการไปเที่ยวชมดอกเปราะภูสีขาว ซึ่งอยู่ระหว่างจุดเดินเท้าไปยังลานหินปุ่ม โดยจะออกดอกบานให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมช่วงประมาณเดือนสิงหาคม นับเป็นอุทยานแห่งชาติเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ที่รักษาไว้ซึ่งประวัติศาสตร์ ของการสู้รบและความสวยงามทางธรรมชาติที่สมบูรณ์




อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 500 บาท เด็ก 300 บาท
อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า
ที่อยู่ : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2331 ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก 65120
โทรศัพท์ : 0815965977
6. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของประเทศไทยมีสภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดนเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดในประเทศ หากมาเที่ยวหน้าฝนแนะนำให้ได้เดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติ “อ่างกา” ระบบนิเวศของป่าพรุน้ำจืด ที่อยู่สูงที่สุดของประเทศไทย ซึ่งจะเห็นความสมบูรณ์ของต้นไม้นานาชนิด เช่น ข้าวตอกฤาษี, กุลาบพันปี, มอสส์, เฟิร์น และนกหลากหลายชนิด




อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 150 บาท
อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
ที่อยู่ : ตู้ ปณ.2 119 หมู่7 ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ 50160
โทรศัพท์ : 053286729
7. อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
นับเป็นอุทยานฯที่มีสภาพป่าที่สมบูรณ์โดยรอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม ประกอบด้วยสัตว์ป่านานาชนิด สถานที่สวยงามเหมาะแก่การท่องเที่ยวศึกษาหาความรู้ มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติประกอบไปด้วยน้ำตกเกริงกระเวีย มีความสูง 5 เมตรมีน้ำใหลตลอดปี หรือชมแสงสุดท้ายที่ปลายขอบฟ้า จุดชมวิวป้อมปี่ จุดชมพระอาทิตย์ตก ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันตก เป็นต้น



อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
อุทยานแห่งชาติเขาแหลม
ที่อยู่ : 339 หมู่ 4 ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี 71240
โทรศัพท์ : 034510431
8. เขื่อนรัชชประภา (จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
เขื่อนรัชชประภาหรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” อยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเขาสก ใครอยากพักผ่อนในบรรยากาศเงียบสงบ หน้าฝนนี้ต้องไม่พลาดไปนอนแพที่เขื่อนรัชชประภา ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณสันเขื่อนจะกรุ่นไปด้วยไอหมอกที่ฟุ้งกระจายไปทั่ว และความสวยงามของทะเลสาบเหนือเขื่อนที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาและพื้นน้ำกว้างช่วยให้จิตใจสงบ พักผ่อนได้สบายๆ จนลืมเวลาแน่นอน



สถานที่ท่องเที่ยวในเขื่อนรัชชประภา
- เขาสามเกลอ
- ถ้ำน้ำทะลุ
การเดินทาง
จากอำเภอเมือง ไปตามทางหลวงหมายเลข 401 แยกเข้าสู่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ขส.2 (เชี่ยวหลาน) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 60 ระยะทาง 14 กิโลเมตร
9. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
อีกหนึ่งอุทยานฯใกล้ๆ กรุงเทพฯ ที่ครอบคลุม 4 จังหวัด คือจังหวัด สระบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก เป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญถึง 5 สาย อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานาชนิด ในช่วงหน้าฝนพลาดไม่ได้กับกิจกรรม “ล่องแก่งหินเพิง” สุดมันส์ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทั้งน้ำตกเหวนรก น้ำตกกองแก้ว น้ำตกเหวสุวัต และอื่นๆอีกมากมาย ….




อัตราค่าบริการเข้าอุทยานแห่งชาติ
ชาวไทย : ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท
ชาวต่างชาติ : ผู้ใหญ่ 400 บาท เด็ก 200 บาท
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
โทรศัพท์ : 0860926527, 037319002
10. วนอุทยานภูลังกา (จังหวัดพะเยา)
เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปสักครั้งหนึ่ง ทิวทัศน์ของสายหมอกที่ไหลเอื่อยตามแรงลมผ่านทิวเขาเป็นวิวที่หาชมไม่ได้จากที่ไหนแน่นอน ถ้าใครพลาดทะเลหมอกในช่วงหน้าฝนยังมีทะเลหมอกช่วงหน้าหนาวให้ได้ชมเช่นกัน จุดชมวิวทะเลหมอกของภูลังกามีอยู่หลายจุด ที่นิยมกันคือบริเวณภูลังการีสอร์ท และภูเทวดา



สถานที่ท่องเที่ยวในวนอุทยานภูลังกา
- ดอยภูนม
- ภูเทวดา
- ดอยภูลังกา
- ดอยหัวลิง
การเดินทาง
– จากอำเภอเมืองเชียงราย
ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ถึงอำเภอเทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร จากอำเภอเทิงถึงอำเภอเชียงคำ 26 กิโลเมตร ไปบ้านทุ่งหล่มใหม่ 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงบ้านแฮะ 12 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปอีก 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 127 กิโลเมตร
– จากจังหวัดพะเยา
ผ่านอำเภอปงถึงแยกทางเข้าอำเภอเชียงคำตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1092 ระยะทาง 104 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่ออีก 3 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 เลี้ยวซ้ายไปทางทิศเหนือถึงวนฯ 12 กิโลเมตร รวมระยะทาง 119 กิโลเมตร
– จากอำเภอเมืองน่าน
ถึงอำเภอท่าวังผาตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1080 ระยะทาง 43 กิโลเมตร เดินทางไปทางเหนือแล้วเลี้ยวขวาไปอำเภอสองแถวตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1148 ระยะทาง 33 กิโลเมตร จากอำเภอสองแถวถึงอำเภอเชียงคำแล้วเดินทางต่อไปถึงวนฯ 71 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งหมด 147 กิโลเมตร
11. บ้านป่าบงเปียง (จังหวัดเชียงใหม่)
เปลี่ยนบรรยากาศออกจากทะเลหมอกมาชมพื้นนาสีเขียวสดกว้างสุดลูกหูลูกตา ที่นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียงกันบ้าง ในช่วงเดือนสิงหาคมจะเป็นช่วงที่ทุ่งนาเขียวขจี พอเข้าปลายเดือนตุลาคมนาข้าวจะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองสวยงาม สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพแนะนำให้ไปช่วงบ่ายๆ ไปจนถึงพระอาทิตย์ตกดินเพราะแสงจะสวยเป็นพิเศษ




การเดินทาง
– จากด้านดอยอินทนนท์
เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกที่จะไป อ.แม่แจ่ม ขับไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร จะพบป้ายน้ำตกแม่ปาน เลี้ยวขวาลงไปตามป้าย ผ่านน้ำตกห้วยทรายเหลือง น้ำตกแม่ปานและน้ำตกผาสำราญ จะถึงลานจอดรถ เส้นทางต่อจากนี้ไปต้องใช้รถ 4WD เข้าไปเท่านั้น ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร สามารถติดต่อเช่ารถไปได้
– จากอ.แม่แจ่ม
จากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มให้เลี้ยวขวา ตรงไปประมาณ 1 กิโล จะมีทางแยกซ้ายมือไปวัดพุทธเอิ้นและนาขั้นบันไดบ้านกองกาน ตรงไปเรื่อยๆประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงบ้านทุ่งยาวขับตรงไป เลี้ยวขวาบริเวณหลักกิโลแม่นาจร 16 จะพบวัดทุ่งยาวให้เลี้ยวซ้ายเข้ามาประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบหมู่บ้านแม่มิงค์ เลี้ยวขวาตามป้ายร.ร.อินทนนท์วิทยา จะพบหน่วยจัดการต้นน้ำแม่อวม ขับต่อไปถึงบ้านป่าตึงให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนทางลาดยางซึ่งจะสิ้นสุดบริเวณนี้ ขับตรงไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบทางแยกเลี้ยวขวาไปบ้านป่าบงเปียง
12. น้ำตกทีลอซู (จังหวัดตาก)
น้ำตกที่สวยงามและใหญ่ที่สุดของไทย ช่วงหน้าฝนเป็นช่วงที่สวยที่สุดของน้ำตกทีลอซูเพราะน้ำเยอะและป่าเขียวชะอุ่ม แต่มีข้อเสียคือการเดินทางค่อนข้างลำบาก เพราะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะปิดเส้นทางเดินรถยนต์ หากอยากไปเที่ยวช่วงหน้าฝนต้องติดต่อบริษัทนำเที่ยวในพื้นที่ เพราะมีเพียง 2 เส้นทางสำหรับการเข้าไปเท่านั้น คือ
- การล่องเรือยางจากท่าทราย อำเภออุ้มผาง ไปตามลำน้ำแม่กลองใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง และเดินเท้าต่อไปยังน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
- เดินเท้าตามเส้นทางรถจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวงถึงน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง


การเดินทาง
– จากกรุงเทพฯ
ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) ผ่านรังสิตจังหวัดปทุมธานี เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ที่อำเภอวังน้อย เดินทางผ่านจังหวัดอยุธยา สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี จากนั้นตัดเข้าทางหลวงหมายเลข 1 อีกครั้งที่จังหวัดนครสวรรค์ ไปต่อยังจังหวัดกำแพงเพชรจนถึงตาก รวมระยะทางประมาณ 426 กิโลเมตร
จากตัวเมืองตากขับรถไปต่อตามทางหลวงหมายเลข 105 อีก 83 กิโลเมตรถึงอำเภอแม่สอด จากนั้นจะเป็นถนนลาดยางคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ที่ขอแนะนำให้คนเมารถกินยาล่วงหน้าก่อนเลย เพราะระยะทางอีก 164 กิโลเมตรไปจนถึงอำเภออุ้มผางนั้นเปรียบได้กับถนนลอยฟ้าที่คดเคี้ยวที่สุดของเมืองไทย
– จากกรุงเทพฯ ยังสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางเที่ยวอำเภออุ้มผางได้ ออกจากกรุงเทพฯ ค่ำๆ ถึงแม่สอดก็เช้าพอดี จากนั้นใช้บริการรถสองแถวไปอำเภออุ้มผาง หรือจะจองแพคเกจทัวร์กับทางรีสอร์ทบนอุ้มผางก็ได้รถของทางรีสอร์ทจะมาแวะรับที่อำเภอแม่สอดและพาคุณไปส่งที่พัก ไม่ต้องนั่งรอรถสองแถวไปเอง
ขอบคุณข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
บทความอื่นที่น่าสนใจ : ปัว..น่าน สวรรค์ของการท่องเที่ยวในฤดูฝน
ใส่ความเห็น