ท่าโฉลง อยู่ที่ไหน
ท่าโฉลง อยู่ที่ไหน ต้องยอมรับเลยว่ากระแสของละครไทยช่วงนี้มาแรงมากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ละครเรื่อง ทองเอกหมอยาท่าโฉลง ที่เปิดดูเมื่อไหร่ก็หยุดดูไม่ได้สักกะที ทั้งสนุก ทั้งได้ความรู้เรื่องสมุนไพร บวกกับวิถีชีวิต ความเชื่อของชาวบ้านในสมัยนั้นอีกด้วย
ด้วยกระแสที่มาแรงทำให้เหล่าแฟนคลับ เกิดความสงสัยใคร่รู้ ในหลายๆประเด็น อย่างเช่น ประเด็นที่ว่า ท่าโฉลงอยู่ที่ไหน จากการค้นหาใน Google กว่า 2 ล้านครั้ง ต่อ 0.62 วินาที ผลสรุปที่ได้ ก็ยังไม่แน่ชัดเท่าที่ควร จากข้อมูลทราบแต่เพียงว่า มีตำบลบางโฉลง ที่อยู่ในอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เท่านั้น แต่จะใช้ที่เดียวกันกับท่าโฉลงหรือไม่ ก็มิทราบได้ เพราะจากข้อมูลเรื่องย่อที่จะกล่าวต่อไปนี้ แต่ก่อนเข้าเรื่องย่อ ขอแนะนำ ตัวละครให้ได้พอนึกหน้านึกตากันออกสักหน่อย
เรื่องย่อ
พุทธศักราช ๒๔๑๙ ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ ทองเอก หรือเจ้าเอก ถือกำเนิดมา ณ มณฑลกรุงเก่า ในครอบครัวของหมอยาที่สืบเนื่องวิชาแพทย์แผนไทยโบราณมาแต่ครั้งอยุธยายังเป็นราชธานี แต่เมื่อถึงวัยเพียง ๘ ปีโรคร้ายก็มาคร่าชีวิตของพ่อกับแม่ที่ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงในฐานะหมอยา เพื่อรักษาคนไข้โรคห่า(กาฬโรค) ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนั้น ทิ้งเจ้าเอกที่ถูกแยกตัวให้ไปอยู่กับปู่ต้องเป็นกำพร้าแต่นั้นมา
พ่อหมอทองอิน ปู่ของเอก เคยเป็นหมอยาชื่อดัง แต่ครั้งหนึ่งขุนนางใหญ่แห่งกรุงเก่าได้สั่งให้ปู่รักษาลูกที่โดนหมาบ้ากัด ปู่อินรักษาอย่างสุดกำลังก็ไม่อาจยื้อชีวิตของเด็กน้อย หมอยาคู่แข่งของปู่ยุยงจนขุนนางนั้นโกรธแค้นว่าปู่รักษาไม่ดี เนรเทศปู่ไม่ให้รักษาใครอีก ปู่อินไม่ได้เกรงกลัวอะไรแต่รู้สึกเสียใจที่ทำให้เด็กตาย จึงย้ายมาอยู่บ้านท่าโฉลงอันไกลแสนไกลพร้อมกับวัยของทองเอก ที่กำลังเป็นหนุ่มหน้ามน มีความซุกซน และรักสนุก โดยเฉพาะเรื่องผู้หญิง
ด้วยจรรยาแพทย์ที่มีอย่างท่วมท้น ปู่หมอทองอินก็ไม่อาจเพิกเฉยเมื่อเห็นชาวบ้านที่น่าสงสารเจ็บป่วย ปู่ยื่นมือเข้าช่วยโดยได้รับการสนับสนุนจากหลวงตาเพชร ผู้เป็นที่เคารพนับถือประหนึ่งศูนย์รวมใจของชาวบ้าน หลวงตาส่งลูกศิษย์วัดคือ เปียก กับตุ่น มาศึกษาตำรายาของปู่หมอทองอิน คู่กับทองเอก ปู่หวังว่าจะช่วยทำให้ผู้คนในบ้านท่าโฉลงสุขภาพแข็งแรง จะได้เกิดปัญญา อยู่ในศีลในธรรม แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะคนในชุมชนบ้านท่าโฉลง มีความเชื่อในภูติผีอยู่เป็นทุน และยังมีหมอผีเล่นอาคมได้ครอบงำจิตใจชาวบ้านจนแยกแยะไม่ได้ระหว่างศรัทธากับงมงาย
มีตำนานเล่าขานสืบกันมาว่าตรงท่าโฉลงนี้คือที่เอาศพลงทิ้งน้ำ คนจึงกลัวฝังใจไม่ใคร่จะมีคนกล้าย้ายมาอยู่จนกลายเป็นหมู่บ้านเงียบๆเหงาๆ ไม่ครึกครื้นเหมือนใครเขา ตกเย็นก็พากันปิดบ้านหนีผี มีแต่ความเงียบไม่มีใครกล้าออกมาเดินเพ่นพ่าน ทองเอก เปียก และตุ่น หนีปู่ไปเที่ยวซุกซน จนไปเจอกับผีปอบ(คนป่วย) ต้องหนีกันวุ่นวาย พอเช้ามาทองเอกก็ยังมาได้เห็นวิธีการไล่ผีอันแสนทารุณของหมอผีมั่นอีกด้วย ขอเล่าย่อๆกันเท่านี้พอนะคะเพื่อให้ทุกท่านได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่องเล่าหมดเดียวจะไม่สนุกกัน
จากเรื่องย่อที่หยิบยกมานี้ เชื่อหรือไหมว่า บทประพันธ์ เรื่องนี้ ได้แรงบันดาลใจมากจาก คุณหมอแผนปัจจุบันท่านหนึ่งที่เกษียณตัวและหันไปรักษาคนไข้ด้วยวิธีทางสมุนไพรธรรมชาติ นั้นก้คือ หมอสมหมาย แห่งสิงหืบุรี ที่ครั้งหนึ่งท่านได้รับตำรับยารักษามะเร็งจากพระรูปหนึ่ง และเรื่องไวรัสอีโบล่า ซึ่งเป็นข่าวดังไปทั่วโลก ซึ่งผู้ที่ เขียนบทประพันธ์เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล เพราะผู้ที่ใช้นามปากกาว่า จินโจว นี้ ก็คือลูกชายของ คุณชุ ชุดาภา จันทเขตต์ ผู้กำกับละครเรื่องนี้นั้นเอง ส่วนบทโทรทัศน์ ที่ใช้นามว่า สร้างสรรค์ มีชื่อจริงๆว่าเชิด และอีกนามปากกาหนึ่งว่า นุชหน้าจอ ก็คือเหล่านุช (แฟนคลับ) ของหนุ่มเป๊ก ผลิตโชค ซึ่งนั้นก็คือน้องส้ม ที่ได้ร่วมกันสร้างสรรค์บทโทรทัศน์ให้มีความสนุกสนาน และที่ขาดไปไม่ได้เลย คือ อาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา อาจารย์แพทย์แผนไทย รุ่นที่ 6 ของตระกูลหมอหลวง ที่ได้นำเอาความรู้เกี่ยวกับแพทย์แผนไทยมาใส่ไว้ในบทละคร ถือได้ว่าเป็นละครที่ให้ทั้งความบันเทิงและความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทยที่ใช้รักษาโรคได้อย่างแท้จริง
สำหรับใครที่สนใจอยากทราบเรื่องราวการรักษาแบบตำหรับยาไทย สามารถติดตามบทความต่อไปได้ที่นี่ เร็วๆนี่ ค่ะ
ใส่ความเห็น