ผู้เขียน: chani

  • “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” จับมือ “กระทรวงแรงงาน”  รับพนักงาน “วัยเก๋า” ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน

    “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” จับมือ “กระทรวงแรงงาน” รับพนักงาน “วัยเก๋า” ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน

    ปัจจุบันผู้สูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากข้อมูลพบว่าประเทศไทยมีผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป) จำนวน 11.35 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 16.8 ของประชากรทั้งประเทศ และมีผู้สูงอายุทำงาน จำนวน 4.06 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 35.8 ของผู้สูงอายุทั้งหมด โดยทำงานในระบบ 0.47 ล้านคน และนอกระบบ 3.59 ล้านคน (ข้อมูลปี 2560 โดยกระทรวงแรงงาน) ทำให้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ภาครัฐและภาคีต่างๆ จึงเตรียมมาตรการรองรับสังคมผู้สูงอายุดังกล่าว

    ล่าสุด อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (Index Living Mall) ในฐานะผู้นำค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำของไทย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม ภายใต้โครงการ “รวมพลังประชารัฐส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ” ปี 2562 ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงแรงงาน นำโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้มีงานทำในอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ สร้างคุณค่าและความภูมิใจให้แก่ผู้สูงอายุ ลดการพึ่งพาและภาระการเลี้ยงดูของครอบครัว พร้อมได้นำพนักงานและผู้บริหารของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เข้าร่วมงานที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล  ซึ่งมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเปิดงาน พร้อมร่วมเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุกลุ่มรับงานไปทำที่บ้านกลุ่มตุ๊กตาชุดพื้นเมืองและพวงกุญแจช้าง จ.เชียงใหม่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเส้นกก จ.ปราจีนบุรี กลุ่มสินค้า OTOP กระเป๋าผ้าทอลาย จ.นครสวรรค์ กลุ่มตกแต่งสิ่งของด้วยริบบิ้น จ.นนทบุรี รวมถึงสถานประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ “รวมพลังประชารัฐ ส่งเสริมการมีงานทำให้ผู้สูงอายุ” ด้วย

    นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เราภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในองค์กรเอกชนที่ได้เข้าร่วมเพื่อส่งเสริมโครงการดังกล่าว ในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพิ่มคุณค่า และสนับสนุนให้ผู้สูงอายุไม่เป็นภาระครอบครัวในอนาคตต่อไป ด้วยการเปิดรับสมัครผู้สูงอายุเข้าทำงาน โดยขณะนี้มีผู้สูงอายุเข้าสมัครจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทฯ จะเน้นให้ปฏิบัติหน้าที่ตามความเหมาะสมของวัย ประสบการณ์ และความถนัด ถือเป็นการส่งเสริมและพัฒนาฝีมือแรงงาน และศักยภาพของผู้สูงอายุ ให้มีทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน  และมีความรู้ความสามารถในการประกอบอาชีพเพื่อสร้างรายได้ สำหรับเกณฑ์การจ้างแรงงานผู้สูงอายุ คือ ต้องมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และต้องเป็นงานที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้สูงอายุ มีอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงไม่ต่ำกว่า 45 บาทต่อชั่วโมง กำหนดให้ไม่ควรเกิน 7 ชั่วโมงต่อวัน ตั้งเป้าว่าจำนวนผู้สูงอายุที่ทางบริษัทฯ จะรับประมาณ 20 อัตราหรือมากกว่า”

    นอกจากนี้ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จะคัดเลือกผู้สูงอายุเข้าทำงานจากความเหมาะสมและความสามารถของผู้สูงอายุแต่ละท่าน กับตำแหน่งงานที่หลากหลายตามความสามารถเฉพาะบุคคล ซึ่งจะเป็นงานหน้าร้านอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 30 สาขาทั่วประเทศ อาทิ ฝ่ายต้อนรับบริการลูกค้า พนักงานแนะนำสินค้า  แคชเชียร์ ฝ่ายขาย ฝ่ายจัดวางสินค้า ตามที่ถนัด

    “ปัจจุบันได้รับการตอบรับที่ดีหลังจากเปิดรับสมัครผู้สูงอายุตามนโยบายของประชารัฐ เพราะเราเชื่อมั่นว่าการสนับสนุนงานกับผู้สูงอายุไม่เพียงเพิ่มรายได้ให้ผู้สูงอายุให้สามารถเลี้ยงดูตัวเองแล้ว ยังสร้างความมั่นคงในชีวิต ทำให้ผู้สูงอายุมีความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเองกับการนำประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และทักษะในการทำงานต่างๆ มาทำงานหลังเกษียณอายุ เชื่อว่าโครงการนี้จะทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขและมีสุขภาพจิตดีขึ้นกับการได้ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในชีวิตประจำวัน”  นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กล่าวปิดท้าย

    สำหรับผู้สูงอายุที่สนใจร่วมงานกับอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์สามารถติดต่อ HR ที่อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ทั้ง 30 สาขาทั่วประเทศ สอบถาม โทร. 02-898-6420-5 ต่อ 2101, 2105 หรือ Line: @gws4496k, FB: งาน สมัครงาน Jobs by Index Livingmall  และส่งรายละเอียดที่ recruitment@indexlivingmall.com

    Credit by www.indexlivingmall.com

    บทความอื่นๆ You Need = Younique “ยูนีค” เฟอร์นิเจอร์สั่งตัดตามใจคุณ


  • ไอซ์ ณพัชรินทร์บอกหมดไม่มีกั๊ก ทำหน้าเกาหลี หมดเฉียดล้าน

    ไอซ์ ณพัชรินทร์บอกหมดไม่มีกั๊ก ทำหน้าเกาหลี หมดเฉียดล้าน

    ทำบุญสวยชาติหน้า แต่ถ้าบินไปทำหน้าได้สวยกันชาตินี้ กันแน่ๆ จ้า

    บอกหมดไม่มีกั๊ก ทำหน้าเกาหลี หมดเฉียดล้าน…นอกจากเราจะรู้จักสาว ไอซ์ ณพัชรินทร์ ในฐานะลูกสาวคนสวยของ น้าค่อม ชวนชื่น ตลกแถวหน้าของเมืองไทยแล้ว  เราก็มักจะได้เห็นหน้าค่าตาเธอบ้างผ่าน Youtube หลาย ๆ ช่องที่ร่วมแจมกับเหล่าแก๊งเพื่อนสนิท เธอเริ่มผันตัวมาทำ Channel ของตัวเองทาง Facebook และ Youtube ชื่อ  Aizie Diary  แนะนำเรื่องความสวยความงามและบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอในแบบเป็นกันเอง และที่จะไม่พูดถึงคงไม่ได้คือ หลังจากที่สาวไอซ์ได้แต่งงานกับหนุ่มแบงค์  อธิกิตติ์ นักร้องหนุ่มวง Black Vanilla และได้มีพยานรักคือ น้องณิลลา ลูกสาววัย 4 ขวบ ที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู เมื่อขึ้นชื่อเป็นคุณแม่แล้ว จะหยุดสวยไม่ได้ จะต้องดูแลตัวเองกันหน่อย คราวนี้สาวไอซ์ถึงกับทุ่มเงินไปเถียดล้านเลยที่เดียว โมทั้งหน้าให้เด้งเด็กไปเป็น 10 ปี

     

     

     

     

     

    เรามาดูกันว่าบินไปเกาหลีครั้งนี้ ไอซ์ทำอะไรกับหน้าบ้าง

    1. ฉีดสลายฟิลเลอร์ (เพราะไอซ์เคยฉีดฟิลเลอร์ที่หน้าผาก ต้องยอมรับค่ะว่าที่ไทยฮิตมากจริงๆ สาวไหนที่เป็นคนดูแลตัวเองจิ้มนิดๆ หน่อยๆ จะไม่พลาดแน่นอน)
    2. เรียงไขมันใต้ตาใหม่ (โดยการกรีดเนื้อเยื่อใต้ตา แล้วเอาไขมันที่ได้จากการดูดไขมันของเราเองฉีดกลับเข้าไปใต้ตาและเรียงใหม่เกลี่ยให้เสมอกัน ให้ใต้ตาตื้นขึ้นไม่เป็นเบ้าลึก ใต้ตาดูสดใส ไม่คล้ำ)
    3. ดูดไขมันช่วงท้องน้อย และปีกหลัง
    4. แก้จมูก (แก้จากตมูกสั้น ให้ยาวขึ้นให้ปลายพุ่งออกมา)
    5. ฉีดไขมันทั่วใบหน้า (ด้วยไขมันตัวเอง)
    6. Venus lifting แก้มและเหนียง

    ซึ่งสาวไอซ์ได้คอนเฟิร์มเลยว่า การทำศัลยกรรมในครั้งนี้แทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลย แถมยังชื่นชมอีกว่าการดูดไขมันที่เกาหลี ไม่เจ็บเลยสักนิด วิทยาการของประเทศเค้าดีสามารถทำให้พักฟื้นตัวได้เร็วมาก

    อย่างไรก็ตามไอซ์ก็ได้ฝากให้แง่คิดกับสาวๆ ที่อยากทำศัลยกรรมว่าไม่ว่าจะศัลในไทยหรือต่างประเทศสาวๆก็ควรจะศึกษาหาข้อมูลให้ดีๆ ซะก่อนนะจ๊ะ

    แต่ถ่าใครสนใจอยากจะบินไปทำหน้าที่เกาหลีสนใจปรึกษาเรื่องศัลยกรรมกับสาวไอซ์เค้าได้นะจ๊ะ  Line : @aizie.agency

     

     

     

    Cradit by sanook.com

    บทความอื่นๆ  30 วัน เพื่อ “ก้นสวย” จนหนุ่มๆ ต้องเหลียวมอง

  • 9 การนอนที่ไม่ได้คุณภาพสามารถทำลายสุขภาพของคุณ

    9 การนอนที่ไม่ได้คุณภาพสามารถทำลายสุขภาพของคุณ

    9 การนอนที่ไม่ได้คุณภาพสามารถทำลายสุขภาพของคุณ

    เมื่อคุณเริ่มนอนบนที่นอนที่ไม่ดีและนั่นหมายความว่าถึงเวลาที่จะหาใหม่ หากคุณเห็นปัญหาเหล่านี้ในชีวิตของคุณคุณควรหยุดพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านั้นจากภายนอก คุณต้องนอนหลับให้สนิท ไม่เช่นนั้นจะ ส่งผลให้สุขภาพ และคุณภาพชีวิต ที่ทำให้ระบบร่างกายรวน ก่อให้เกิดความเครียด น้ำหนักตัวขึ้น ผิวพรรณเสีย

    1. ความเครียด

    คุณจะเริ่มรู้สึกเครียดมากขึ้นเพราะคุณนอนไม่ค่อยหลับบนที่นอนปัจจุบันของคุณ ระดับความเครียดของคุณเพิ่มขึ้นเมื่อร่างกายของคุณไม่ฟื้นตัวในตอนท้ายของวันและคุณจะเริ่มนอนน้อยลงเพราะคุณเครียดตลอดเวลา นี่คือวงจรอุบาทว์ที่ต้องถูกทำลาย

    2. แพ้

    อาการแพ้ที่คุณมีอาจแย่ลงเรื่อย ๆ ถ้าคุณนอนบนหมอนที่เก่า คุณอาจมีฝุ่นและสิ่งสกปรกจำนวนมากในที่นอนที่ออกมาในเวลากลางคืนและคุณหายใจเอาฝุ่นและเศษเล็กเศษน้อยเหล่านี้ในตอนกลางคืน อาการแพ้ของคุณแย่ลงและคุณนอนหลับยิ่งแย่ลง

    3. อาการปวดหลัง

    อาการปวดหลังที่คุณรู้สึกมักเกิดจากส่วนบนของที่นอนที่หย่อนคล้อยซึ่งไม่สนับสนุนร่างกายของคุณ คุณจะพบว่าคุณสามารถกำจัดอาการปวดหลังของคุณหากคุณได้รับท็อปฟูกใหม่ที่คุณรู้ว่าจะช่วยกำจัดอาการปวดหลังของคุณ คุณสามารถใช้เบาะเป็นวิธีนอนหลับได้ตามปกติ แต่คุณจะไม่รู้สึกเจ็บปวดในตอนเช้าเพราะคุณอยู่บนหมอนแบบใหม่ ที่นอนเก่าแข็งหรืออ่อนเกินไปและทำให้กระดูกสันหลังของคุณทรมานตลอดทั้งคืน

     

     

    4. นอนกรน

    การกรนเกิดขึ้นเมื่อร่างกายของคุณมีอาการบิดเบี้ยวบนเตียง คุณจะกรนมากขึ้นเพราะคุณไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนสำหรับอากาศผ่านเข้าไปในปอดของคุณและมันจะทำให้คุณนอนหลับแย่ลง คู่ของคุณจะเกลียดวิธีที่ฟังในห้องของคุณเพราะพวกเขาต้องฟังเสียงกรนตลอดเวลา คุณต้องมีการออกแบบที่จะรองรับร่างกายของคุณ

    5. การเพิ่มน้ำหนัก

    คุณจะได้รับน้ำหนักเพราะคุณนอนหลับไม่ดี คุณจะไม่มีพลังงานในการทำทุกสิ่งที่คุณต้องการในระหว่างวันและคุณจะพบว่าคุณไม่สามารถลดน้ำหนักได้เพราะร่างกายของคุณไม่สามารถฟื้นตัวได้ในเวลากลางคืน คนส่วนใหญ่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับของพวกเขาจะไม่ลดน้ำหนักเนื่องจากการเผาผลาญของพวกเขาจะไม่เปลี่ยนแปลง คุณไม่สามารถมีร่างกายที่ดีขึ้นได้หากคุณไม่ได้นอนในเวลากลางคืน

    6. ระบบภูมิคุ้มกัน

    ระบบภูมิคุ้มกันของคุณจะไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรเพราะคุณนอนหลับไม่สนิทในเวลากลางคืน ร่างกายของคุณไม่สามารถฟื้นตัวได้ในตอนท้ายของวันและคุณอาจหายใจในสิ่งสกปรกและฝุ่นละอองที่อยู่ในเตียงมากขึ้น คุณจะป่วยเพราะคุณนอนไม่หลับและร่างกายของคุณจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอในตอนกลางคืน การจมหรือหย่อนคล้อยบนที่นอนช่วยลดความเจ็บป่วยของคุณในกรณีส่วนใหญ่

    7. สุขภาพของหัวใจ

    ผู้คนมีสุขภาพหัวใจที่ไม่ดีหากพวกเขานอนบนที่นอนที่ไม่ดี คนเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะมีสุขภาพดีน้อยลงเพราะพวกเขาไม่มีพลังงานในการออกกำลังกายและระบบภูมิคุ้มกันของพวกเขาถูกบุกรุก นี่เป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับบางคนที่จะกระทบยอดเพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าทำไมพวกเขาถึงไม่แข็งแรง ปลอกหุ้มหมอนของพวกเขาอาจทำให้เกิดปัญหามากมาย

    8. ปัญหาหน่วยความจำ

    ปัญหาหน่วยความจำเกิดขึ้นเมื่อคุณไม่ได้นอนเพราะคุณยังไม่ได้รับวงจร REM เต็มรูปแบบในเวลากลางคืน คุณเหนื่อยเกินกว่าที่จะทำงานในระหว่างวันและคุณจำอะไรไม่ได้เพราะสมองของคุณไม่ได้พักผ่อนเพียงพอ สิ่งนี้อาจเชื่อมโยงกับความเจ็บป่วยใด ๆ ที่ยืดเยื้อเพราะคุณนอนไม่หลับ คุณต้องทนทุกข์ทรมานอย่างต่อเนื่องเมื่อคุณนอนไม่หลับและคุณต้องระวังให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้บนที่นอนที่ใหม่และนุ่มกว่า

     

     

    9. ปัญหาผิว

    ความงามของการนอนหลับดูเหมือนจะเป็นจริงเพราะ บริษัท ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวได้กล่าวว่าเป็นเวลานานมากที่ผิวของคุณจะประสบถ้าคุณไม่ได้นอนหลับเพียงพอ คุณจะพบว่าพื้นผิวการนอนหลับใหม่ทำให้คุณรู้สึกสดชื่นและคุณจะรู้สึกว่าคุณสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างง่ายดายในตอนเช้า คนที่หลับไม่ดีมักจะมีคราบน้ำมันสะสมอยู่บนผิวและทำให้ยากสำหรับรูขุมขนที่เปิดกว้างและผิวเรียบเนียนที่พวกเขาต้องการ

    อีกอย่างคู่การซื้อที่นอนเพื่อให้คุณเลือกที่นอนที่เหมาะสมที่แท้จริงสามารถปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับของคุณ คุณจะเริ่มเห็นอาการปวดหลังกรนและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ หายไป นอกจากนี้คุณเริ่มที่จะดูดีที่สุดอีกครั้งเมื่อคุณได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ ทุกอย่างเกี่ยวกับสุขภาพของคุณเปลี่ยนไปเมื่อคุณใช้ที่นอนที่เหมาะสมเพื่อนอนหลับ

     

    Credit by : www.womendailymagazine.com

    บทความอื่นๆ เทรนด์ฮิตช่วยกระตุ้นสมอง ป้องกัน โรคอัลไซเมอร์

  • 7 สัญญาณแพ้กลูเตน

    7 สัญญาณแพ้กลูเตน

    7 สัญญาณแพ้กลูเตน

    กลูเตนเป็นฆาตกรเงียบและสามารถทำให้เกิดความเสียหายเรื้อรังในร่างกายของคุณ มันสำคัญมากที่จะเรียนรู้ว่าคุณแพ้กลูเตนหรือไม่เพื่อรักษาสุขภาพที่ดี ไม่แน่ใจว่าคุณแพ้กลูเตนหรือไม่?

    เริ่มจากกลูเตนคืออะไร?
    กลูเตน (Gluten) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่พบได้ในข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์
    ดังนั้นจะพบกลูเตนในผลิตภัณฑ์จำพวก ขนมปัง เบเกอรี่ พาย เค้ก เกือบ 100% เนื่องจากเป็นอาหารที่ทำมาจากแป้งข้าวสาลี  และสาเหตุที่ใช้แป้งข้าวสาลีมาทำอาหารจำพวกเบเกอรี่นั้น เนื่องจากกลูเตนมีคุณสมบัติเด่นคือทำให้อาหารมีความยืดหยุ่น ทำให้ขนมปังเหนียวนุ่มอร่อย

    กลูเตนมีในอาหารจำพวกไหน?
    นอกจากผลิตภัณฑ์ในเบเกอรี่แล้ว กลูเตนมักใช้เป็นส่วนประกอบในวงการอาหารอีกมาก
    เรียกว่าแทบจะทุกสิ่งมีกลูเตนเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น

     

     

    • กลุ่มข้าว แป้ง ได้แก่ แป้งข้าวไรย์ เช่น ขนมปังข้าวไรย์ แครกเกอร์ พาสต้า แป้งข้าวบาร์เลย์ เช่น ขนมปังข้าวบาร์เลย์ แครกเกอร์ พาสต้า
      เครื่องดื่มรสมอลต์ แป้งข้าวสาลี ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากแป้งสาลี เช่น บะหมี่ หมี่ซั่ว เกี๊ยว มะกะโรนี สปาเกตตี้ แป้งทอดกรอบ ปาท่องโก๋ ครองแครงกรอบ เฟรนช์ฟรายด์สำเร็จรูป โรตี นาน ซาลาเปา ซุปข้น  สตูว์ ขนมปัง  และผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ทุกชนิด เช่น เค้ก พาย ครัวซองต์ ขนมปังกรอบ แพนเค้ก เวเฟอร์ ฯลฯ ซึ่งรวมถึงแป้งชนิดอื่นที่มีส่วนผสมของแป้งสาลีแต่มีชื่อแตกต่างกัน เช่น แป้งหมี่ แป้งดูรัม แป้งซาโมลินา แป้งฟารินาแป้งแกรม และแป้งสเปลท์

     

     

     

    • กลุ่มเนื้อสัตว์ ได้แก่ เนื้อสัตว์แปรรูป เช่น ลูกชิ้น ทอดมัน ไส้กรอก เนื้อสัตว์ชุบแป้งทอด เช่น นักเก็ต เทมปุระ ไก่ทอด กลุ่ม
      เนื้อสัตว์หมักนุ่ม เช่น หมูสับปรุงรส หมูเด้ง หมูนุ่ม ไก่ย่างซีอิ๊ว เนื้อสัตว์เทียม เช่น โปรตีนเกษตร หมี่กึง อาหารทะเลบางชนิด ซึ่งมักจะลดกลิ่นคาวโดยการล้างด้วยแป้งสาลีหรือแป้งหมี่ก่อนนำไปปรุงอาหาร

    • กลุ่มผัก-ผลไม้ ได้แก่ ผักผลไม้ที่ปรุงโดยการทอด เพราะส่วนใหญ่แป้งทอดกรอบมักมีส่วนผสมของแป้งเอนกประสงค์หรือแป้งสาลีนั่นเอง กลุ่มผักผลไม้กวน เนื่องจากแป้งสาลีช่วยให้อาหารมีความหนืด จึงนิยมนำมาผสมอาหารที่กวนให้มีความหนืดน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

     

     

    • กลุ่มขนม เช่น ไอศครีม ลูกอม กล้วยทอด มันทอด ไข่นกกระทา ขนมไหว้พระจันทร์

    • กลุ่มซอสปรุงรส เช่น น้ำมันหอย ซีอิ๊ว น้ำสลัด ผงทำซุปข้น เกรวี่ ซอสข้าวหมูแดง

     

    ทำไมถึงต้อง Gluten Free?

    สุพิศ กลิ่นหวล นักโภชนาการชำนาญการพิเศษ ฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลกลาง สำนักการแพทย์ อธิบายไว้ว่าจริงๆแล้ว “กลูเตนเป็นเพียงโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ไม่เป็นอันตรายสำหรับคนทั่วไปเพียงแต่ต้องรับประทานอย่างพอเหมาะ นอกจากผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตน หรือโรคความผิดปกติในช่องท้องที่กลูเตนไปขัดขวางการดูดซึมอาหาร ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก ก็มีโอกาสเกิดโรคดังกล่าวน้อย”

    ดังนั้นอาหาร Gluten Free จึงเหมาะสมสำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนหรือบุคคลที่เป็นโรคเซลิแอค (Celiac Disease) ค่ะ

    และสำหรับความเชื่อในการเลือกรับประทาน “อาหารปลอดกลูเตน” (Gluten-free) ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการส่งผลดีต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น รวมถึงอาหารปลอดกลูเตนไม่ใช่อาหารลดน้ำหนัก สำหรับผู้ที่ไม่มีอาการแพ้สามารถกินอาหารที่มีกลูเตนได้ปกติ ไม่จำเป็นต้องซื้ออาหารที่ระบุว่า ‘Gluten Free‘
    เพราะอาหารประเภทนี้ยังมีพลังงานเท่ากับอาหารปกติ เพียงแต่ผลิตขึ้นโดยที่ไม่มีส่วนผสมของโปรตีนจากข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์
    เช่น ขนมปังสูตรไม่มีกลูเตน แต่ปริมาณไขมัน แป้ง น้ำตาลยังเท่าเดิม

    สำหรับผู้ที่แพ้กลูเตนแนะนำอาหารตามนี้ค่ะ
    อาหารที่ปราศจากกลูเตน หมายถึง หากอาหารเหล่านี้ไม่ผ่านกระบวนการผลิตใดๆ และไม่มีการปรุงแต่งรสชาติหรือใส่สารกันเสียและไม่มีส่วนผสมของกลูเตน อาหารเหล่านี้จะปราศจากกลูเตนโดยสิ้นเชิง ซึ่งมีอาหาร ดังต่อไปนี้

    ถั่วชนิดต่างๆ
    เมล็ดพืช
    เนื้อสัตว์ สัตว์ปีก และอาหารทะเล
    ผักและผลไม้สด
    ผลิตภัณฑ์จากนม
    ส่วนอาหารประเภทแป้งที่ปราศจากกลูเตน ได้แก่

    ข้าว ข้าวฟ่าง ข้าวโพด มันฝรั่ง
    แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งมันสำปะหลัง แป้งข้าวฟ่าง แป้งท้าวยายม่อม แป้งซอร์กัม[2]
    ถั่วเหลืองหรือแป้งจากถั่วอื่นๆ
    แป้งจากผักโขม (Amaranth)
    บัควีท (Buckwheat)
    คอร์นมีล (Cornmeal)
    เมล็ดแฟล็ก (Flax)
    โฮมินี (Hominy)
    ควินัว (Quinoa)

    ซึ่งจริงๆแล้วอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูป เป็นอาหารที่ปลอดกลูเตนโดยธรรมชาติอยู่แล้ว เช่น ผลไม้และผักสด ปลา ไก่ เนื้อไร้มัน
    ถั่วชนิดต่างๆ ถั่วลันเตา ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์จากนมไขมันต่ำ ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ น้ำมันมะกอก

    จริงๆแล้วสำหรับคนที่ไม่ได้แพ้กลูเตนเพียงเลือกรับประทานอาหารให้พอดี ถูกหลักอนามัย และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้สุขภาพร่างกายก็จะแข็งแรงสมวัยค่ะ

     

    สัญญาณอาการที่บ่งบอกอาการว่าคุณแพ้กลูเตนฃ

    1. ปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนกลาง

     

     

    อาจทำให้เกิดปัญหาเช่นภาวะซึมเศร้าความวิตกกังวลนอนไม่หลับปัญหาเกี่ยวกับสมาธิและความเหนื่อยล้า ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตนสามารถระคายเคืองและทรมานจากการมีสมาธิที่ไม่ดีได้อย่างง่ายดาย การศึกษาชิ้นหนึ่งแสดงให้เห็นว่าคนที่มีอาการแพ้กลูเตนมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคไมเกรน

     

    2. ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

    ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตนอาจมีอาการปวดท้องท้องอืดท้องเสียคลื่นไส้และท้องผูก บางครั้งแพทย์ทำให้เกิดอาการสับสนกับโรค IBS (อาการลำไส้แปรปรวน) หากคุณไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาการจะไม่หายไป

     

    3. ความไม่สมดุลของฮอร์โมน

     

    อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในผู้หญิงและพวกเขารวมถึงความผันผวนของน้ำหนักอย่างฉับพลันรอบประจำเดือนผิดปกติ, ความผิดปกติของการนอนหลับและ PMS การศึกษาแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างความผิดปกติของฮอร์โมนและการแพ้กลูเตน

     

    4. ปัญหาผิวและเล็บ

    การแพ้กลูเตนอาจทำให้เกิดผิวหนังอักเสบ herpetiform และ Keratosis ผม ผู้คนจะมีอาการผื่นแดงและคันตามเนื้อตัวมือใบหน้าก้นข้อศอกและเส้นผม การแพ้กลูเตนอาจทำให้เล็บเปราะและกลากเลียนแบบ

     

    5. สภาพของฟันไม่ดี

    เมื่อบุคคลนั้นแพ้กลูเตนการดูดซึมของแร่ธาตุและองค์ประกอบที่จำเป็นจะลดลง สิ่งนี้เกิดขึ้นกับแคลเซียม การขาดแคลเซียมทำให้เกิดช่องปากและปัญหาเกี่ยวกับฟัน หากคุณดูแลฟันของคุณเป็นอย่างดี แต่คุณยังสังเกตเห็นปัญหาอยู่ให้ตรวจสอบว่าคุณแพ้กลูเตนหรือไม่

     

    6. โรคโลหิตจางขาดธาตุเหล็ก

    ธาตุเหล็กจะย่อยได้ไม่ดีเมื่อคุณแพ้กลูเตนและอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก บางส่วนของอาการรวมถึงความเหนื่อยล้าปวดหัวหายใจถี่, เยื่อเมือก, ซีดของผิวหนังและปริมาณเลือดที่ลดลง

     

    7. โรคแพ้ภูมิตัวเอง

    คนที่ทุกข์ทรมานจากโรคแพ้ภูมิตัวเองมักจะมีประวัติแพ้กลูเตน ตัวอย่างเช่นโรค Celiac เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองที่ระบบภูมิคุ้มกันโจมตีเซลล์ลำไส้เมื่อกลูเตนเข้าสู่ สิ่งที่ไม่ดีคือโรคภูมิต้านทานผิดปกตินี้สามารถทำให้เกิดการพัฒนาของโรคภูมิต้านทานผิดปกติอื่น ๆ เช่นโรคของ Crohn, เบาหวาน, หลายเส้นโลหิตตีบ, vitiligo และโรคไขข้ออักเสบ

     

    CR : www.thaihealth.or.th  www.womendailymagazine.com

    บทความอื่นๆ กระเจี๊ยบเขียวที่สุดยาจากธรรมชาติ

  • กระเจี๊ยบเขียวที่สุดยาจากธรรมชาติ

    กระเจี๊ยบเขียวที่สุดยาจากธรรมชาติ

    กระเจี๊ยบเขียวที่สุดยาจากธรรมชาติ

    กระเจี๊ยบเขียวซึ่งเป็นที่รู้จักกัน มันมีขนาดเล็กอร่อยเรามักจะรู้จักกันในฐานะผักจิ้มน้ำพริก รู้หรือไม่กระเจี๊ยบเขียวนี้เต็มไปด้วยสารอาหารและถูกใช้เป็นยาธรรมชาติสำหรับทุกวัย การบริโภคกระเจี๊ยบเขียวสามารถช่วยให้คุณควบคุมโรคเบาหวานลดระดับคอเลสเตอรอลและทำลายเซลล์มะเร็งได้

     

    นี่คือประโยชน์ต่อสุขภาพจากการกินกระเจี๊ยบ:

    1. การควบคุมโรคเบาหวาน

    เมล็ดกระเจี๊ยบเขียวสามารถช่วยคุณควบคุมเบาหวานและลดระดับน้ำตาลในการอดอาหาร เมล็ดมีเอนไซม์พิเศษที่ทำลายรถยนต์และช่วยเพิ่มความไวของอินซูลินในเซลล์ของคุณ กระเจี๊ยบเขียวมีการใช้กันมานานหลายศตวรรษในการรักษาคอเลสเตอรอลและได้รับการยืนยันว่าช่วยได้จริง

    2. ถือว่าอ่อนเพลีย

    หลายคนต้องทนทุกข์ทรมานจากความเหนื่อยล้าและข่าวดีก็คือกระเจี๊ยบสามารถช่วยคุณได้ เมล็ดกระเจี๊ยบมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ส่งเสริมการเก็บไกลโคเจนในตับซึ่งหมายถึงพลังงานที่มากขึ้นสำหรับเซลล์ของคุณ

     

     

    3. ระงับความอยากของคุณ

    กระเจี๊ยบเขียวนั้นเต็มไปด้วยเส้นใยซึ่งหมายความว่ามันจะช่วยให้คุณอยู่ได้นานขึ้น

    4. หยุดเลือดและป้องกันกระดูกเปราะ

    กระเจี๊ยบเขียวมีวิตามินเคที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกและช่วยให้เลือดแข็งตัว ผักนี้สามารถช่วยคุณป้องกันโรคกระดูกพรุนแตกหักและมีเลือดออกมากเกินไปที่เกิดจากการบาดเจ็บ

     

     

    5. ควบคุมระดับคอเลสเตอรอลสูง

    กระเจี๊ยบเขียวสามารถช่วยคุณลดระดับคอเลสเตอรอลสูงและป้องกันการสะสมไขมันในร่างกายของคุณ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยคุณป้องกันโรคหัวใจวาย

    6. เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน

    กระเจี๊ยบเขียวนั้นอุดมไปด้วยวิตามินเอที่สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของคุณ

    7. ป้องกันโรคกระเพาะ

    น้ำกระเจี๊ยบเป็นหนึ่งในเครื่องมือต่อสู้แบคทีเรียที่ทรงพลังที่สุด มันสามารถช่วยคุณลดการอักเสบและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคข้ออักเสบ

     

    Credit by : www.womendailymagazine.com

    บทความอื่นๆ  10 สุดยอดอาหารต้านมะเร็ง สุดเจ๋ง!

  • 30 ท่าออกกําลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดความบาดเจ็บก่อนออกกำลังกาย

    30 ท่าออกกําลังกายยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อลดความบาดเจ็บก่อนออกกำลังกาย

    เมื่อคุณยืดกล้ามเนื้อคุณรู้ไหมว่ากล้ามเนื้อใดที่คุณยืดอยู่ คุณรู้ได้อย่างไรว่าคุณยืดกล้ามเนื้ออย่างถูกต้อง

    บทความนี้จะช่วยให้คุณเรียนรู้สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเป้าหมายของคุณ การยืดเหยียดจะต้องรู้สึกในท้องของกล้ามเนื้อ หากคุณรู้สึกถึงแรงกดดันที่ข้อต่อนั่นหมายความว่าคุณใช้กล้ามเนื้อส่วนนั้นมากเกินไป ในขณะที่คุณยืดกล้ามเนื้อให้มุ่งเน้นไปที่การหายใจและเคลื่อนไหวได้อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

    ไม่ต้องกังวลว่าคุณจะยืดกล้ามเนื้อนานแค่ไหนเน้นความรู้สึกที่กล้ามเนื้อของคุณผ่อนคลายและกลับสู่ความเป็นธรรมชาติและพักยาวซึ่งใช้เวลา 5 ถึง 30 วินาทีสำหรับกล้ามเนื้อเดียว หากคุณคิดว่าคุณไม่ได้ไปไหนด้วยท่าที่เฉพาะเจาะจงลองท่าที่ต่างออกไป

    Vicky Timon ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายและ James Kilgallon, CSCS ผู้สร้างโปรแกรมบำรุงรักษาร่างกายของ Mazlo ได้จัดทำภาพที่น่าทึ่งและคำอธิบายที่เราเรียกง่ายๆว่า “ศิลปะแห่งการยืด” ลองดูและสนุกไปกับการยืดกล้ามเนื้อ!

     

    1. อูฐท่า

    เน้นกล้ามเนื้อ: Rectus Abdominus และสิ่งภายนอก

    ยืดนี้สำหรับคนที่ให้ความยืดหยุ่นดีอยู่แล้ว นั่งบนส้นเท้าและวางมือไว้ข้างหลังคุณ ดันสะโพกขึ้นไปข้างหน้า อย่ากดดันกระดูกสันหลังของคุณมากเกินไป

    2. พับไปข้างหน้าแบบกว้าง

    กล้ามเนื้อเน้น: Adductors

    การยืดนี้จะช่วยให้คุณเปิดสะโพกของคุณและยืดเอ็นร้อยหวายและ adductors เริ่มด้วยหัวเข่างอและกระดูกสันหลังตรง ค่อย ๆ เริ่มเหยียดขาของคุณออกให้เหยียดหลังออกแล้วเอื้อมไปที่เท้า ดึงที่ด้านล่างของลูกบอลเท้าเพื่อคลายกล้ามเนื้อน่อง

     

    3. ท่ากบ

    กล้ามเนื้อเน้น: Adductors

    วางมือและเข่า ค่อยๆขยับหัวเข่าให้กว้างขึ้นจนกว่าคุณจะรู้สึกยืดกล้ามเนื้อขาหนีบ

    4. ท่าแทงประตูด้านกว้าง

    กล้ามเนื้อเน้น: Adductors

    เท้าของคุณควรอยู่ข้างหน้าในท่าที่กว้างโดยให้เหยียดขาตรง เดินมือช้าๆไปที่เท้าขวาขณะงอเข่าขวาและหมุนนิ้วเท้าซ้ายขึ้นเพดาน ในขณะที่ทำสิ่งนี้พยายามที่จะทำให้เท้าขวาราบกับพื้น

     

    5. ยืดผีเสื้อ

    กล้ามเนื้อเน้น: Adductors

    นั่งและนำฝ่าเท้ามารวมกัน วางมือลงบนเข่าของคุณ เท้าของคุณเข้าใกล้ร่างกายคุณมากเท่าไหร่คุณก็ยิ่งยืดกล้ามเนื้อขาหนีบของคุณได้มากขึ้นเท่านั้น

    6. ยืดแขนยืด

    เน้นกล้ามเนื้อ: ยืดกล้ามเนื้อแขน

    บีบไหล่ของคุณลงและกลับมาแล้วหมุนมันเพื่อยืดกล้ามเนื้อแขน ใช้แรงกดลงบนฝ่ามือของคุณเพื่อเริ่มการยืดกล้ามเนื้อ

     

    7. ด้านข้างงอของคอ

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Sternocleidomastoid“ SCM”

    รักษาคอของคุณให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะที่วางหูของคุณไหล่ของคุณช้า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ได้ยุบกระดูกสันหลังส่วนคอของคุณ

    8. การยืดคอการหมุน

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Sternocleidomastoid“ SCM”

    หมุนคอของคุณช้าๆโดยให้คางของคุณอยู่ในระดับสูงขึ้นเล็กน้อย

     

    9. ยืดคอยืด

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Sternocleidomastoid“ SCM”

    วางมือบนสะโพกของคุณ ทำให้กระดูกสันหลังของคุณยาวและเริ่มเอียงศีรษะของคุณกลับมา ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ยุบกระดูกสันหลังส่วนคอของคุณ

    10. ด้านข้างงอของคอด้วยความช่วยเหลือของมือ

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Sternocleidomastoid“ SCM” และ Trapezius ตอนบน

    ทำให้คอยาวและเริ่มที่จะค่อยๆลดหูลงมาที่ไหล่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณไม่ยุบกระดูกสันหลังส่วนคอของคุณ

     

    11. Half Kneeling Quad / Hip Flexor Stretch

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Psoas และ Quadracep

    เริ่มในตำแหน่งครึ่งคุกเข่า ค่อยๆนำสะโพกขวาไปข้างหน้า คว้าเท้าหลังแล้วบีบหน้าหลังของคุณ

    12. ยืดแขนยืด

    เน้นกล้ามเนื้อ: ยืดกล้ามเนื้อแขน

    แพ็คไหล่ของคุณลงและกลับ ภายนอกหมุนไหล่เพื่อยืดกล้ามเนื้อแขน ใช้แรงกดบนมือของฝ่ายตรงข้ามเพื่อเริ่มต้นการยืด

     

    13. ยืดไหล่ด้านข้าง

    เน้นกล้ามเนื้อ: เดลทอยด์ด้านข้าง

    วางแขนไว้ทั่วร่างกาย ใช้แรงกดเบา ๆ บนแขนของคุณเพื่อเพิ่มการยืดที่หัวไหล่

    14. ยืดงอคอยืนช่วย

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อ Trapezius

    ยืนด้วยเท้าของคุณด้วยกันในขณะที่ทำให้กระดูกสันหลังของคุณยาว นั่งสะโพกของคุณกลับช้าๆแล้วปัดกลับบน เหน็บคางของคุณเข้าที่หน้าอกของคุณในเวลาเดียวกัน

     

    15. Lat Stretch พร้อมการลากกระดูกสันหลัง

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Latissimus Dorsi

    จับที่มั่นคงบนบาร์แล้วยกเท้าขึ้นจากพื้นอย่างช้าๆ คุณควรจะรู้สึกถึงการยืดเอวและทรวงอกของคุณ

    16. Lat Stretch ที่กำแพง

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Latissimus Dorsi

    วางมือไว้ที่มุมกำแพง รักษากระดูกสันหลังของคุณและผลักสะโพกของคุณออกไปด้านข้าง

     

    17. ท่าของเด็ก

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Latissimus Dorsi

    เริ่มที่มือและหัวเข่าของคุณ นำสะโพกของคุณกลับมาช้าๆจนกระทั่งหน้าผากของคุณอยู่บนพื้น โค้งหลังส่วนบนของคุณและหมุนไหล่ของคุณภายนอกเพื่อยืดกล้ามเนื้อหน้าอกและ lats

    18. ยืนยืดน่อง

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Soleus และ Gastrocnemius

    คุณสามารถยืดเส้นยืดนี้ที่ขอบของบันไดหรือบนชั้นวาง หมุนข้อเท้าของคุณช้า ๆ ภายในและภายนอกเพื่อยืดกล้ามเนื้อน่องของคุณ

     

    19. Front Split

    เน้นกล้ามเนื้อ: Psoas และเอ็นร้อยหวาย

    เริ่มต้นในตำแหน่งแทงคุกเข่า

    20. การแตะเท้า / นั่งนิ้วเท้าไปข้างหน้า

    เน้นกล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้อและน่อง

    นั่งและงอเข่าถ้าคุณต้อง ยิ่งคุณมีความยืดหยุ่นมากเท่าไหร่ขาของคุณก็จะยิ่งยืดตรงขึ้นเท่านั้น

     

    21. โค้งขาข้างเดียว

    กล้ามเนื้อเน้น: Hamstrings

    เริ่มด้วยเท้าข้างหนึ่งข้างหน้าอีกข้างหนึ่ง ยกสะโพกให้มือ เริ่มที่จะงอจากสะโพกของคุณในขณะที่รักษาหลังตรง

    22. หมอบลึก

    เน้นกล้ามเนื้อ: Glutes

    ยืนด้วยเท้าของคุณแยกไหล่ออกจากกัน ค่อยๆลดตัวเองลงในหมอบลึก เมื่อคุณอยู่ในท่าหมอบแล้วให้โอบแขนของคุณเข้าไปในขาของคุณแล้วกดเบา ๆ ที่ด้านในของหัวเข่า

     

    23. Pigeon King Half Pose นั่ง

    เน้นกล้ามเนื้อ: Glutes

    นั่งแล้วค่อย ๆ ดึงขาไปที่หน้าอก ภายนอกหมุนสะโพกของคุณในขณะที่รักษากระดูกสันหลังตรง

    24. ยืนน่องยืดที่กำแพง

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: Soleus และ Gastrocnemius

    เริ่มต้นในตำแหน่งแทงโดยเท้าหลังของคุณหันออกเล็กน้อย นำส้นเท้าด้านหลังของคุณช้าๆ

     

    25. การงอด้านข้างที่กำแพง

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: สิ่งมีชีวิตภายนอก

    ผลักสะโพกออกด้านข้างโดยให้กระดูกสันหลังยาว

    26. Supine Twist

    เน้นกล้ามเนื้อ: Glutes และภายนอก

    นอนราบบนหลังของคุณ นำขาข้างหนึ่งไปทั่วร่างกายของคุณ หมุนสายตาของคุณและร่างกายส่วนบนไปในทิศทางตรงกันข้าม

     

    27. งอด้านข้างพร้อมเดือย

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: สิ่งภายนอกและ Latissimus Dorsi

    ทำให้กระดูกสันหลังของคุณยาวและค่อย ๆ ดันสะโพกออกไปด้านข้าง ทำให้ไหล่ของคุณหมุนจากภายนอก

    28. ท่าสามเหลี่ยม

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: สิ่งมีชีวิตภายนอก

    เริ่มด้วยท่าทางที่กว้างโดยใช้เท้าด้านหน้าตรงไปข้างหน้าและเท้าหลังของคุณที่ 90 องศา นั่งเอนตัวลงบนสะโพกด้านหน้าแล้ววางมือบนขาหน้า ให้หลังตรง ในขณะที่คุณกำลังหมุนตัวออกจากขาหน้าให้มองในมือที่อยู่ในอากาศ

     

    29. ยืดหน้าอกที่กำแพง

    จุดเด่นของกล้ามเนื้อ: หน้าอก

    หันหน้าเข้าหากำแพงโดยยกนิ้วของคุณขึ้น หมุนตัวออกจากผนังอย่างช้าๆเพื่อยืดกล้ามเนื้อหน้าอก

    30. ยืดหน้าอกช่วย

    เน้นกล้ามเนื้อ: หน้าอกและ Latissimus Dorsi

    นอนหงายบนพื้นโดยให้ฝ่ามือหงายขึ้น ในขณะที่คู่ของคุณนั่งลงในหมอบลึกคุณควรรู้สึกยืดและอก

     

    ที่มา:  lifehack.org

    บทความอื่นๆ 10 สุดยอดอาหารต้านมะเร็ง สุดเจ๋ง

  • Heidi Klum ไฮดี้ คลุม เธอนี่แหละราชินีแห่งฮาโลวีน

    Heidi Klum ไฮดี้ คลุม เธอนี่แหละราชินีแห่งฮาโลวีน

    Heidi Klum ไฮดี้ คลุม เธอนี่แหละราชินีแห่งฮาโลวีน ฉีกทุกแฟชั่น ไม่ว่าเธอจะเดินบนรันเวย์ หรือเลือกซื้อเสื้อผ้า แต่อย่างไรก็ตามรูปลักษณ์ที่น่าจดจำที่สุด

    heidi-klum-ไฮดี้-คลุม-ราชินีแห่งฮาโลวีน แต่รูปลักษณ์ที่น่าจดจำที่สุดของเธอยังไม่ได้เกิดขึ้นบนแคทวอล์ค แต่เกิดในงานปาร์ตี้ฮาโลวีนที่น่าอับอายของเธอ การหารายได้อย่างไม่เป็นทางการในฐานะราชินีแห่งฮาโลวีน . Klum จะไปออกงานฮาโลวีนเป็นประจำทุกปี. เป็นการเปิดตัวที่ฟุ่มเฟือยมาก.คนส่วนใหญ่จำเธอแทบไม่ได้เมื่อเธอ ปรากฎตัวในงาน ด้วยสภาพเป็น ตัวเองวัน 95 ปี  .ไฮดี้เป็นมนุษย์หมาป่าในวิดีโอ Thriller ของไมเคิลแจ็คสันซูเปอร์โมเดลเยอรมันใช้เวลาวันหยุดไปอีกระดับหนึ่ง ปีนี้แน่นอนไม่แตกต่างกันในขณะที่เธอปรากฏตัวขึ้นแต่งตัวที่จะชนะ

    “ฉันต้องเพราะฉันไม่เคยต้องการที่จะเป็นที่รู้จัก.เพราะฉันรู้สึกเหมือนฉันมักจะทำให้งานปาร์ตี้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและฉันก็อยากให้คนฝันและกระตุ้นให้ตัวเองออกไปที่นั่นด้วยเสื้อผ้าของตัวเอง”

    ในช่วงหลายปี Heidi Klum ได้รับตำแหน่งของ Halloween Queen

    เครดิตภาพ: heidiklum

     

    Goth Pippi Longstocking, 2000

    เครดิตภาพ: Tom Wargacki / Getty Images

     

     

    Lady Godiva, 2001

    เครดิตภาพ: Evan Agostini / Getty Images

     

     

    Betty Boop, 2002

    NEW YORK – NOVEMBER 1: (U.S. TABLOIDS OUT) Model Heidi Klum attends her 3rd annual Halloween Party at Capitale November 1, 2002 in New York City. (Photo by Mark Mainz/Getty Images)

     

    คนต่างด้าวโกลด์ 2003

    ภาพเครดิต: James Devaney / Getty Images

     

    แม่มดแดง 2004

    เครดิตภาพ: Evan Agostini / Getty Images

     

     

    แวมไพร์, 2005

    เครดิตภาพ: Evan Agostini / Getty Images

     

     

    Forbidden Fruit, 2006

    ภาพเครดิต: Michael Buckner / Getty Images

     

     

    แมว, 2007

    เครดิตภาพ: Charley Gallay / Getty Images

     

    เทพธิดากาลี 2551

    ภาพเครดิต: Joe Corrigan / Getty Images

     

    Crow, 2009

    เครดิตภาพ: ภาพValerie Macon / Getty

     

    Superhero, 2010

     

    ภาพเครดิต: Bryan Bedder / Getty Images

     

    “ศพ” Cadavar, 2011

    ภาพเครดิต: Michael Tran / Getty Images

     

    Ape, 2011

    เครดิตภาพ: D Dipasupil / Getty

     

    คลีโอพัตรา 2012

    ภาพเครดิต: Michael Loccisano / Getty Images

     

    Heidi อายุ 95 ปี, 2013

     

    เครดิตรูปภาพ: Andrew H. รูปภาพของ Walker / Getty

     

    ผีเสื้อ 2014

    ภาพเครดิต: Gary Gershoff / Getty Images

     

    กระต่ายเจสสิก้า 2015

     

     

    ตัวเอง 2016

    เครดิตภาพ: Neilson Barnard / Getty Images

     

    มนุษย์หมาป่าจากวิดีโอเพลง “Thriller” ของ Michael Jackson, 2017

    ภาพเครดิต: Craig Barritt / Getty Images

     

     

    ในปีนี้เธอได้ถ่ายทำวิดีโอการเตรียมเครื่องแต่งกายหลายครั้งในรูปแบบของเธอ

     

    เครดิตภาพ: Heidi Klum

     

    ค่อยๆเปลี่ยนเป็นเจ้าหญิงฟิโอน่าจากเชร็ค

    เครดิตภาพ: Heidi Klum

    เครดิตภาพ: Heidi Klum

    “ฉันรู้สึกเหมือนฉันต้องตั้งแถบสูงจริงๆ ฉันสวมชุดเทียมจำนวนมากดังนั้นพวกเขาจึงต้องสร้างขึ้นดังนั้นฉันจึงต้องทำของแปลกมาก “เธอบอกกับ US Weekly

    เครดิตภาพ: Heidi Klum

     

    Image credits: Heidi Klum

     

    Image credits: Heidi Klum

     

    เธอยังอนุญาตให้แฟนทอม Kaulitz ร่วมเวทีกับเธอ

    เครดิตภาพ: JACKSON LEE / GC ภาพ

     

    ใน Heidi Klum แฟชั่นคู่มางานเลี้ยงในหอมขณะ shrek เพลงเล่น

    เครดิตภาพ: SplashNew

    พระราชินีและพระมหากษัตริย์แห่งวันฮาโลวีน

    เครดิตภาพ: JACKSON LEE / GC ภาพ

     

    เครดิตของภาพ: MICHAEL LOCCISANO / GETTY IMAGES

     

    เครดิตของภาพ: MICHAEL LOCCISANO / GETTY IMAGES

     

    และอย่าลืมลูกรักหวาน!

    เครดิตของภาพ: MICHAEL LOCCISANO / GETTY IMAGES

     

    Credit by boredpanda

    บทความอื่น ๆ รวมไอเดียแต่งหน้าสุดเก๋ ต้อนรับ วันฮาโลวีน 2018

  • กินไขมันเพื่อลดไขมัน ketogenic ไดเอท

    กินไขมันเพื่อลดไขมัน ketogenic ไดเอท

    กินไขมันเพื่อลดไขมัน Keto หรือ ketogenic มาจากข้อเท็จจริงที่ว่าร่างกายผลิตโมเลกุลขนาดเล็กสำหรับการเผาผลาญที่เรียกว่า ” คีโตน ” ซึ่ง คีโตนที่ร่างกายเราใช้เพื่อเผาผลาญมีอยู่ 3 ชนิด ด้วยกัน

    1. อะซิโตน
    2. อาะซิโตนอะซิเตท
    3. เบต้าไฮดรอกซี

     

    Ketogenic Diet กินไขมันเพื่อลดไขมัน คีโตน เป็นแหล่งเชื้อเพลิงพลังงานทดแทนของร่างกายเมื่อขาดน้ำตาลในเลือด (กลูโคส) คีโตนจะมีการผลิตหากทานคาร์โบไฮเดรตน้อยมาก (ซึ่งย่อยสลายลงในน้ำตาลในเลือดได้อย่างรวดเร็ว) และมีปริมาณโปรตีนเพียงเล็กน้อย (โปรตีนส่วนเกินสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือดได้)

    คีโตนผลิตในตับได้มาจากไขมัน พวกเขาจะใช้เป็นเชื้อเพลิงทั่วร่างกายรวมทั้งสมอง สมองเป็นอวัยวะที่หิวโหยที่ใช้พลังงานเป็นจำนวนมากทุกวันและไม่สามารถใช้ไขมันได้โดยตรง มันสามารถทำงานบนกลูโคส … หรือคีโตน

     

     

     

    • สมองกินพลังงานประมาณ 20% ของร่างกายทุกวันแม้ว่าจะมีเพียง 2% ของมวลร่างกายเท่านั้น

     

    • โบนัสที่ดีสำหรับการลดน้ำหนักหากคุณได้รับสมองที่หิวโหยของคุณเพื่อเผาผลาญไขมันให้คุณ 24-7

     

    • หมายเหตุอีกประการหนึ่ง: คีโตซิสคือเหตุผลที่ความคิดเก่า ๆ ว่า “สมองต้องการคาร์โบไฮเดรต”

     

     

     

    เกี่ยวกับอาหาร ketogenic ร่างกายทั้งหมดของคุณจะเปลี่ยนแหล่งจ่ายน้ำมันเพื่อใช้ไขมันส่วนใหญ่เผาผลาญไขมัน 24-7 ระดับอินซูลินมีค่าต่ำมากและการเผาผลาญไขมันก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มันกลายเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าถึงร้านค้าไขมันของคุณที่จะเผาไหม้พวกเขาออก นี่เป็นวิธีที่ดีหากคุณกำลังพยายามลดน้ำหนัก แต่ก็มีประโยชน์อื่น ๆ ที่ไม่ค่อยได้เช่นความหิวน้อยลงและการจัดหาพลังงานอย่างต่อเนื่องทำให้คุณตื่นตัวและมุ่งเน้น 

    เมื่อร่างกายผลิตคีโตนจะเข้าสู่สถานะการเผาผลาญที่เรียกว่า คีโตซีส วิธีที่เร็วที่สุดคือการอดอาหารไม่ใช่การกินอะไร แต่ไม่มีใครสามารถทำกินได้ตลอดไป

    ในทางกลับกันอาหารคีโตอาจกินได้ตลอดไปและส่งผลให้เกิดคีโตซิส มีประโยชน์มากมายในการถือศีลอดซึ่งรวมถึงการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องอดอาหาร

     

    คีโตนเป็นเชื้อเพลิงสมอง

    เป็นความเข้าใจผิดกันว่าสมองต้องการทานคาร์โบไฮเดรต ความจริงก็คือสมองมีความสุขในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตเมื่อคุณกิน แต่ถ้าคุณไม่กินคาร์โบไฮเดรตมากเกินไปสมองก็มีความสุขที่จะเผาผลาญคีโตนแทน

    นี่เป็นหน้าที่ที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการอยู่รอดขั้นพื้นฐาน เนื่องจากร่างกายสามารถจัดเก็บคาร์โบไฮเดรตได้เพียง 1-2 วันเท่านั้นสมองจะรีบปิดตัวลงหลังจากผ่านไปสองสามวันโดยไม่มีอาหาร หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือต้องเปลี่ยนโปรตีนจากกล้ามเนื้อของเราให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคสซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่มีประสิทธิผลมากเพียงเพื่อให้สมองเดินต่อไป ที่จะทำให้เราเสียไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์แทบจะไม่สามารถมีชีวิตรอดมาได้นับพันปีก่อนที่เราจะมีอาหารได้ถึง 24-7 มื้อ

    โชคดีที่ร่างกายของเรามีพัฒนาการที่ชาญฉลาดกว่านั้น โดยปกติเรามีร้านค้าไขมันที่มีอายุการใช้งานเพื่อให้เราสามารถอยู่ได้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ (ถ้าไม่ใช่เดือน) โดยไม่มีอาหาร คีโตซิสเป็นวิธีที่ร่างกายจะทำให้แน่ใจได้ว่าสมองสามารถวิ่งบนร้านไขมันเหล่านั้นได้ด้วย

    บรรทัดด้านล่าง: เราไม่จำเป็นต้องทานคาร์โบไฮเดรตใดเลย สมองสามารถใช้ไขมันได้อย่างมีความสุข

    หลายคนรู้สึกกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นและเน้นเมื่อสมองได้รับการทำงานในคีโตนที่ทำจากไขมัน และแน่นอนว่าจะทำให้การสูญเสียไขมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหากคุณกำลังพยายามลดน้ำหนัก

     

     

    ใครไม่ควรทำอาหาร ketogenic?

    มีหลายตำนานและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาหาร keto แต่สำหรับคนส่วนใหญ่แล้วมันปลอดภัยมาก อย่างไรก็ตามมี 3 กลุ่มที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษ

    • คุณใช้ยารักษาโรคเบาหวานเช่นอินซูลินหรือไม่? มากกว่า
    • คุณใช้ยาเพื่อความดันโลหิตสูงหรือไม่? มากกว่า
    • คุณให้นมบุตร ? มากกว่า

    ประโยชน์ของคีโตซิส

    มีประโยชน์หลายอย่างของคีโตซิส โดยการให้ร่างกายและสมองมีพลังงานเหลือใช้เกือบไม่ จำกัด คุณสามารถเพิ่มความอดทนทางจิตใจและร่างกายของคุณได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดความหิวอำนวยความสะดวกในการสูญเสียน้ำหนักได้อย่างง่ายดาย

    นอกจากเป็นที่ได้รับในคีโตซีสต้องกินคาร์โบไฮเดรตน้อยมากที่จะสามารถได้อย่างมีประสิทธิภาพกลับเบาหวานชนิดที่ 2 คีโตซิสยังใช้เป็นเวลานานในการควบคุมโรคลมชัก – มักไม่มียาเสพติด

    แม้จะเกินกว่านี้ก็แสดงให้เห็นสัญญาที่ดีสำหรับเงื่อนไขอื่น ๆ อีกหลายอย่างเช่นการปรับปรุงสิว , ย้อนกลับ PCOSและบางทีแม้แต่การรักษาโรคมะเร็งสมอง

     

     

    สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเข้าถึงคีโตซิสคือการหลีกเลี่ยงการทานคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป คุณอาจต้องเก็บคาร์โบไฮเดรตไว้ต่ำกว่า 50 กรัมต่อวันของคาร์โบไฮเดรตสุทธิซึ่งต่ำกว่า 20 กรัม คาร์โบไฮเดรตน้อยลงมีประสิทธิภาพมากขึ้น

     

    ผลข้างเคียง

    เมื่อเริ่มรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ carbogen และการเข้าถึงคีโตซิสก็พบได้บ่อยในช่วงสัปดาห์แรก ความเป็นไปได้รวมถึงอาการปวดหัวง่วง, หงุดหงิด , ปวดขา , อาการท้องผูกและใจสั่นหัวใจ

    ผลข้างเคียงเหล่านี้มักจะค่อนข้างน้อยและชั่วคราวและส่วนใหญ่ของพวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยการรับของเหลวและเกลือเพียงพอ

     

    พยายามหลีกเลี่ยง

    นี่คือสิ่งที่คุณควรหลีกเลี่ยงในอาหารคีโต – อาหารคาร์โบไฮเดรตที่มีน้ำตาลและแป้งมาก ซึ่งรวมถึงอาหารประเภทแป้งเช่นขนมปังพาสต้าข้าวและมันฝรั่ง อาหารเหล่านี้เป็นคาร์โบไฮเดรตสูงมาก

     

    ซึ่งหมายความว่าในอาหารโคโตคุณจะต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นน้ำตาลอย่างสมบูรณ์เช่นเดียวกับอาหารที่เป็นแป้งเช่นขนมปังพาสต้าข้าวและมันฝรั่ง หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านโภชนาการ keto ของเราแทน

    นอกจากนี้อาหารควรมีไขมันสูงและมีโปรตีนสูงพอควร (เนื่องจากโปรตีนส่วนเกินสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือดในร่างกายได้) หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์อาหารที่มีไขมันต่ำ แนวทางที่หยาบเป็นพลังงานประมาณ 5% จากคาร์โบไฮเดรต (คาร์โบไฮเดรตน้อยกว่ามีประสิทธิภาพมากขึ้น), โปรตีน 15-25% จากโปรตีนและประมาณ 75% จากไขมัน

     

    Credit by dietdoctor.com

    บทความอื่นๆ  สูตรละลายไขมันในเส้นเลือด

  • พ่อแม่ต้องรู้ ! พลังทำลายล้างจาก ลูกรักวัย 2 ขวบ

    พ่อแม่ต้องรู้ ! พลังทำลายล้างจาก ลูกรักวัย 2 ขวบ

    บรรดาพ่อแม่ทุกคนสับสนเหลือเกินว่าการมีลูกคือของขวัญที่พระเจ้าประทานให้หรือพระเจ้าสาปแช่งกันแน่ เมื่อได้รับรู้ถึงพลังทำลายล้างจาก ลูกรักวัย 2 ขวบ

    เมื่อได้ยินคำพูดแรกของพวกเขาในการเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กการเลี้ยง ลูกรักวัย 2 ขวบ ก็เหมือนเป็นนรกที่ลงมาจากรถไฟเหาะตีลังกาซึ่งทำให้พ่อคุณแม่รู้สึกเหนื่อยล้าจนอยากจะร้องไห้ (น้ำตาแห่งความร่าเริงรึเปล่าน๊า) Weng Chen อัจฉริยะจากซีแอตเติลที่อยู่เบื้องหลังการ์ตูน ‘Adventures of Messy Cow’ได้ให้รางวัลอีกชุดหนึ่งซึ่งคราวนี้มุ่งเน้นไปที่ อันตรายมากมายที่พ่อแม่มักเผชิญ

    ” ฉันเคยทำการ์ตูนมาหลายตอนตอนที่ฉันยังเด็ก แต่หยุดอยู่เป็นเวลานาน ผลข้างเคียงหนึ่งของการมีบุตรคือการให้ความรู้สึกที่แท้จริงของสิ่งที่ต้องเผชิญ เมื่อฉันมีลูกสองฉันก็อยากจะเริ่มต้นอีกครั้ง.เพราะถ้าฉันไม่ได้เริ่มฉันก็ไม่อาจบรรลุความฝันได้  ภาพชุดล่าสุดของเธอคือ “เด็กอายุสองขวบสามารถทำร้ายคุณได้อย่างไร”

    มันสนุกและมีความหมายในการบันทึกการเจริญเติบโตของเด็ก ๆ เช่นเดียวกับฉันพ่อแม่จากทั่วโลกบอกฉันว่านี่เป็นแค่ประสบการณ์ชีวิตของพวกเขา 

    ฉันดีใจที่รู้ว่าฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในสถานการณ์เช่นนี้และคนอื่น ๆ ที่อ่านหนังสือการ์ตูนของฉันด้วยเช่นกัน “แม่ของทั้งสองคนพูดถึงเรื่องที่โกหกหลังซีรีส์

     

    ข้อมูลเพิ่มเติม:  messycow.com  | Facebook  | Tumblr  | พูดเบาและรวดเร็ว

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

     

    Credit by : BoredPanda

    บทความอื่นๆ เจาะตำนาน “ขายหัวเราะ” อยู่อย่างไรในยุคดิจิทัล

  • Animal print ใครมีติดตู้ไว้ยังไงก็ไม่ตกเทรนด์ ปลุกความเป็นเสือสาวในตัวคุณ

    Animal print ใครมีติดตู้ไว้ยังไงก็ไม่ตกเทรนด์ ปลุกความเป็นเสือสาวในตัวคุณ

    รวมเทรนด์ Animal print เทรนด์ที่เพลานี้ใครไม่ใส่ถือว่า เอาท์สุดๆ

    แฟชั่นในแต่ละฤดูก็มีแรงบัลดาลใจมาจากสิ่งรอบตัวเราทั้งสิ้น มีทั้งการนำเทรนด์แฟชั่นสมัยก่อนๆ มาดัดแปลง ใส่กันใหม่ในปัจจุบัน มีทั้งเทรนด์ลายดอกไม้ ลายผลไม้

    ลายกราฟิกต่าง ๆ และแบบแฟชั่นที่นำมาให้ดูชมกันวันนี้เป็นการนำลายของสัตว์ Animal Print มาเป็นแรงบัลดาลใจ ที่รับรองได้ว่าใครมีลายพวกนี้ติดตู้ไว้ ยังไงก็ไม่ตกเทรนด์ นำมา MIX&MATCH ทำปลุกความเป็นแม่เสือสาวในตัวคุณ ในลุ๊คใส่ออกมาแล้วแฝงความเปรี้ยวแซ่บ

     

     

     

     

     

     

     

    Credit by : Pinterest

    บทความอื่นๆ  32 ไอเดียแบบ Nail Mermaid ที่แสนฟรุ้งฟริ้ง…น่ารัก